กรมสุขภาพจิต เตือนปชช.ชายแดน รับมือสถานการณ์ตรึงเครียด ไทย-กัมพูชา
กรมสุขภาพจิต เตือนประชาชนชายแดน รับมือสถานการณ์ตรึงเครียด ไทย-กัมพูชา ฟังข่าวจากแหล่งน่าเชื่อถือ แนะ “วัคซีนใจในชุมชน” สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ
วันที่ 20 มิ.ย. 2568 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตือนสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน จึงเสนอ “วัคซีนใจในชุมชน” เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจผ่าน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย ความสงบ ความหวัง และการดูแล พร้อมแนะนำให้ประชาชนรู้จักช่องทางขอความช่วยเหลือ เลือกรับข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และร่วมมือดูแลกันในชุมชน เพื่อฟื้นฟูใจอย่างยั่งยืน
นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในการเตรียมความพร้อมของชุมชนจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ประชาชนอาจเผชิญกับความวิตกกังวล ความเครียด และความกลัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว
กรมสุขภาพจิตจึงได้นำแนวทาง “วัคซีนใจในชุมชน” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจแก่ประชาชน โดยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจในระดับชุมชน และส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในชุมชนให้เป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวัง ดูแล และฟื้นฟูสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน โดยหลักการนี้ มีแนวทางหลักคือ “4 สร้าง 2 ใช้” ได้แก่
1.การสร้างความรู้สึกปลอดภัย (Safe) ให้ประชาชนเกิดความมั่นคงทั้งทางกายและใจ
2.การสร้างความสงบ (Calm) เพื่อพัฒนาทักษะในการจัดการความเครียดและควบคุมอารมณ์
3.การสร้างความหวัง (Hope) เพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ดีและมองเห็นอนาคตที่สดใส แม้ในสถานการณ์วิกฤต
4.การสร้างความเข้าใจและดูแล (Care) เพื่อปลูกฝังความตระหนักและความรับผิดชอบในการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งใช้ศักยภาพและสายสัมพันธ์ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลกันอย่างต่อเนื่อง
นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า การใช้วัคซีนใจในชุมชน เป็นบทบาทสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้นำชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการพาสมาชิกในพื้นที่ก้าวข้ามสถานการณ์ตึงเครียด และฟื้นฟูความเข้มแข็งทางใจร่วมกัน แนวทางนี้จะถูกถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและนำไปปฏิบัติได้จริง
โดยมีคำแนะนำชัดเจน เช่น ด้านความปลอดภัย (Safe) แนะนำให้ประชาชนรู้จักช่องทางขอความช่วยเหลือและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความสงบ (Calm) ส่งเสริมให้เลือกรับข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ สังเกตอารมณ์ตนเองและคนรอบข้าง หากเครียดหรือวิตกกังวลมากให้โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ด้านความหวัง (Hope) สนับสนุนให้ประชาชนรับฟัง ดูแลใจกันและกัน และเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูพลังใจในชุมชน
ด้านการดูแล (Care) กระตุ้นให้หมั่นสังเกต ใส่ใจ และช่วยเหลือผู้เปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน หรือผู้มีปัญหาสุขภาพจิต พร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้การดูแลมีความต่อเนื่องและเหมาะสม พร้อมทั้งมีระบบสนับสนุน คือ 2 ใช้ ได้แก่ การใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างเต็มศักยภาพ และการใช้ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่
นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตได้มอบหมายให้ศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 (โดยรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสระแก้ว), 9 (โดยรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์) และ 10 (โดยรับผิดชอบพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี) ร่วมกันจัดทำแผนขับเคลื่อนแนวทางนี้ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวัง ดูแล ฟื้นฟูสุขภาพจิตของประชาชนอย่างครอบคลุมและยั่งยืน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมสุขภาพจิต เตือนปชช.ชายแดน รับมือสถานการณ์ตรึงเครียด ไทย-กัมพูชา
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th