โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กรมสุขภาพจิต เตือนปชช.ชายแดน รับมือสถานการณ์ตรึงเครียด ไทย-กัมพูชา

Khaosod

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 12.15 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 12.15 น.

กรมสุขภาพจิต เตือนประชาชนชายแดน รับมือสถานการณ์ตรึงเครียด ไทย-กัมพูชา ฟังข่าวจากแหล่งน่าเชื่อถือ แนะ “วัคซีนใจในชุมชน” สร้างภูมิคุ้มกันทางใจ

วันที่ 20 มิ.ย. 2568 กรมสุขภาพจิต กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เตือนสถานการณ์ความตึงเครียดชายแดนไทย–กัมพูชา อาจส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน จึงเสนอ “วัคซีนใจในชุมชน” เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันทางใจผ่าน 4 ด้านสำคัญ ได้แก่ ความปลอดภัย ความสงบ ความหวัง และการดูแล พร้อมแนะนำให้ประชาชนรู้จักช่องทางขอความช่วยเหลือ เลือกรับข่าวสารจากแหล่งที่เชื่อถือได้ และร่วมมือดูแลกันในชุมชน เพื่อฟื้นฟูใจอย่างยั่งยืน

นพ.กิตติศักดิ์ อักษรวงศ์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า ในการเตรียมความพร้อมของชุมชนจากสถานการณ์ความตึงเครียดบริเวณชายแดนไทย–กัมพูชา ที่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของประชาชนในพื้นที่ชายแดน ประชาชนอาจเผชิญกับความวิตกกังวล ความเครียด และความกลัวอย่างต่อเนื่อง ซึ่งหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตในระยะยาว

กรมสุขภาพจิตจึงได้นำแนวทาง “วัคซีนใจในชุมชน” เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันทางใจแก่ประชาชน โดยเสริมสร้างความเข้มแข็งทางจิตใจในระดับชุมชน และส่งเสริมความร่วมมือจากทุกภาคส่วนในชุมชนให้เป็นกลไกสำคัญในการเฝ้าระวัง ดูแล และฟื้นฟูสุขภาพจิตอย่างยั่งยืน โดยหลักการนี้ มีแนวทางหลักคือ “4 สร้าง 2 ใช้” ได้แก่

1.การสร้างความรู้สึกปลอดภัย (Safe) ให้ประชาชนเกิดความมั่นคงทั้งทางกายและใจ
2.การสร้างความสงบ (Calm) เพื่อพัฒนาทักษะในการจัดการความเครียดและควบคุมอารมณ์
3.การสร้างความหวัง (Hope) เพื่อส่งเสริมทัศนคติที่ดีและมองเห็นอนาคตที่สดใส แม้ในสถานการณ์วิกฤต
4.การสร้างความเข้าใจและดูแล (Care) เพื่อปลูกฝังความตระหนักและความรับผิดชอบในการช่วยเหลือดูแลซึ่งกันและกัน พร้อมทั้งใช้ศักยภาพและสายสัมพันธ์ในชุมชนให้เกิดประโยชน์สูงสุดในการดูแลกันอย่างต่อเนื่อง

นพ.กิตติศักดิ์ กล่าวต่อว่า การใช้วัคซีนใจในชุมชน เป็นบทบาทสำคัญที่ต้องอาศัยความร่วมมือจากคนในพื้นที่ โดยเฉพาะผู้นำชุมชนที่มีบทบาทสำคัญในการพาสมาชิกในพื้นที่ก้าวข้ามสถานการณ์ตึงเครียด และฟื้นฟูความเข้มแข็งทางใจร่วมกัน แนวทางนี้จะถูกถ่ายทอดในรูปแบบที่เข้าใจง่ายและนำไปปฏิบัติได้จริง

โดยมีคำแนะนำชัดเจน เช่น ด้านความปลอดภัย (Safe) แนะนำให้ประชาชนรู้จักช่องทางขอความช่วยเหลือและเตรียมพร้อมรับมือกับสถานการณ์ฉุกเฉิน ด้านความสงบ (Calm) ส่งเสริมให้เลือกรับข่าวสารจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ สังเกตอารมณ์ตนเองและคนรอบข้าง หากเครียดหรือวิตกกังวลมากให้โทรสายด่วนสุขภาพจิต 1323 ด้านความหวัง (Hope) สนับสนุนให้ประชาชนรับฟัง ดูแลใจกันและกัน และเข้าร่วมกิจกรรมฟื้นฟูพลังใจในชุมชน

ด้านการดูแล (Care) กระตุ้นให้หมั่นสังเกต ใส่ใจ และช่วยเหลือผู้เปราะบาง เช่น ผู้สูงอายุ ผู้ป่วยติดบ้าน หรือผู้มีปัญหาสุขภาพจิต พร้อมประสานงานกับเจ้าหน้าที่เพื่อให้การดูแลมีความต่อเนื่องและเหมาะสม พร้อมทั้งมีระบบสนับสนุน คือ 2 ใช้ ได้แก่ การใช้ทรัพยากรในชุมชนอย่างเต็มศักยภาพ และการใช้ความร่วมมือของภาคีเครือข่ายในระดับพื้นที่

นอกจากนี้ กรมสุขภาพจิตได้มอบหมายให้ศูนย์สุขภาพจิตที่ 6 (โดยรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสระแก้ว), 9 (โดยรับผิดชอบพื้นที่จังหวัดสุรินทร์และบุรีรัมย์) และ 10 (โดยรับผิดชอบพื้นที่ จ.ศรีสะเกษ และ จ.อุบลราชธานี) ร่วมกันจัดทำแผนขับเคลื่อนแนวทางนี้ในพื้นที่รับผิดชอบ เพื่อเสริมสร้างความเข้มแข็งของชุมชน และเพิ่มศักยภาพในการเฝ้าระวัง ดูแล ฟื้นฟูสุขภาพจิตของประชาชนอย่างครอบคลุมและยั่งยืน พร้อมทั้งเตรียมความพร้อมรับมือกับสถานการณ์ความท้าทายที่อาจเกิดขึ้นในอนาคตอย่างมีประสิทธิภาพ

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมสุขภาพจิต เตือนปชช.ชายแดน รับมือสถานการณ์ตรึงเครียด ไทย-กัมพูชา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...