MINT ย้ำธุรกิจยังแกร่ง! แย้มผลงาน Q2/68 สดใส มั่นใจปัจจัยภายนอกไม่กระทบ ปักธงรายได้ทั้งปี 68 โต 20% ตามเป้า
MINT ย้ำธุรกิจยังแกร่ง แย้มผลงาน Q2/68 สดใส เติบโตในระดับ Mid-Single Digit มั่นใจปัจจัยภายนอกไม่กระทบ หลังมีพอร์ตโฟลิโอกระจาย-ฐานลูกค้าครอบคลุม ปักธงรายได้ทั้งปีโต 20% ตามเป้า รับการขยายธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารต่อเนื่อง
ดร.ริรินดา ตังทัตสวัสดิ์ รองประธานฝ่ายวางแผนกลยุทธ์ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยแนวโน้มธุรกิจและกลยุทธ์การดำเนินงานปี 2568 ผ่านการนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน (Opportunity Day) ระบุ ภาพรวมการเติบโตในช่วง 3 ปีข้างหน้า (ปี 68-70) บริษัทฯ วางเป้าหมายรายได้รวมเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ 6-8% ต่อปี ส่วนกำไรสุทธิจากการดำเนินงานเติบโตเฉลี่ย 15-20% ต่อปี
สำหรับแผนการดำเนินงานในปี 2568 แบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ ธุรกิจโรงแรมและธุรกิจร้านอาหาร ได้แก่
1. ธุรกิจโรงแรม ยังคงมีผลประกอบการที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยโรงแรมที่อยู่ในภูมิภาคยุโรปและลาตินอเมริกา คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 56% มียอดจองล่วงหน้าซึ่งคิดเป็นรายได้ของห้องพักสามารถเติบโตได้ถึงประมาณ 5-6% โดยกลยุทธ์คือการอัพเกรดหรือการรีโนเวทโรงแรม ซึ่งจะทำให้สามารถเพิ่มอัตราโรงแรมได้
สำหรับเมืองไทยซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งภูมิภาคที่สำคัญ คิดเป็น 13% โดยแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาอาจมีนักท่องเที่ยวต่างชาติเข้ามาน้อยลง แต่ไม่กระทบธุรกิจโรงแรมของบริษัทฯ เนื่องจากไม่ได้พึ่งพานักท่องเที่ยวชาติใดชาติหนึ่งเป็นหลัก แต่มีกลุ่มลูกค้าที่กระจายในหลายภูมิภาค จึงทำให้ผลประกอบการยังคงเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง
นอกจากนี้ คาดว่าในปี 2570 ธุรกิจโรงแรมจะมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 850 แห่ง ส่วนธุรกิจร้านอาหารจะมีจำนวนที่ 4,000 สาขา และในปี 2572 จะมีโรงแรมจำนวน 1,000 แห่ง และร้านอาหาร 4,500 สาขา จากปัจจุบันที่มีโรงแรมทั้งหมด 562 แห่ง และร้านอาหารจำนวน 2,717 สาขา ทั้งนี้ ราว 80-90% ของโรงแรมที่จะเปิดใหม่จะเป็นภายใต้สัญญารับจ้างบริหาร คือการที่บริษัทฯ ไม่ต้องลงทุนเอง และยังได้ Fee Income ที่จะมาช่วยพัฒนาอัตราการทำกำไร
2. ธุรกิจร้านอาหาร บริษัทฯ ได้มีการผลักดันให้แต่ละแบรนด์สามารถครอบคลุมกลุ่มลูกค้าได้เพิ่มมากขึ้น ขณะที่พยายามกระชับลดต้นทุนมากขึ้น ทั้งนี้ ในอีก 3 ปีข้างหน้า บริษัทฯ ตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนแฟรนไชส์จาก 47% เป็น 56%
สำหรับผลการดำเนินงานไตรมาส 1 ปี 2568 บริษัทฯ มีกำไรสุทธิจากการดำเนินงาน 50 ล้านบาท พลิกฟื้นจากการขาดทุน 352 ล้านบาทในช่วงเดียวกันของปีก่อน นับเป็นครั้งแรกที่บริษัทมีกำไรจากการดำเนินงานในไตรมาส 1 นับตั้งแต่เข้าซื้อกิจการ ไมเนอร์ โฮเทลส์ ยุโรป แอนด์ อเมริกา (MHEA หรือเดิมคือ เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป) เมื่อปี 2561 ตอกย้ำความแข็งแกร่งของการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และแพลตฟอร์มการให้บริการระดับโลก และสะท้อนถึงการฟื้นตัวในวงกว้างของทั้งสองธุรกิจ ได้แก่ โรงแรมและร้านอาหาร ควบคู่กับการบริหารจัดการทางการเงินที่เข้มงวดและการกระจายความเสี่ยงในระดับโลก
ส่วนแนวโน้มไตรมาส 2/68 เนื่องจากเป็นช่วง Peak Season ของธุรกิจโรงแรมในยุโรป จึงคาดว่ายังคงเห็นการเติบโตในระดับ Mid-Single Digit ขณะที่ปี 2568 คาดว่าจะยังคงเห็นการเติบโตของรายได้ที่ระดับ 15-20% ตามเป้าหมายที่วางไว้
"การที่เรามีพอร์ตโฟลิโอที่ค่อนข้างกระจายและครอบคลุมฐานลูกค้าและฐานธุรกิจต่าง ๆ ทำให้บริษัทฯ มีความคล่องตัวและมีความมั่นใจว่าไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นจากปัจจัยภายนอก บริษัทฯ ยังสามารถคงผลประกอบการที่แข็งแกร่งได้ในอนาคต" ดร.ริรินดา กล่าว