“กองทัพบก” โต้ “กัมพูชา” หลังจ่อยื่นปมขัดแย้งฟ้องศาลโลก
จากกรณีการประชุมคณะกรรมาธิการร่วมรัฐสภาและวุฒิสภาประเทศกัมพูชา มีมติเห็นชอบต่อการตัดสินใจของรัฐบาล ที่จะนำประเด็นขัดแย้งชายแดนระหว่างไทย-กัมพูชา ขึ้นสู่การพิจารณาของศาลยุติธรรมระหว่างประเทศ ล่าสุดทางกองทัพบก ได้ให้ความเห็นต่อประเด็นดังกล่าว
มติกัมพูชาฉลุย! ยื่นข้อพิพาทชายแดนไทย ฟ้องศาลโลก
2 ชั่วโมงก่อนหน้า2 มิ.ย. 2025
วันนี้ (2 มิ.ย. 68) เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว เปิดเผยบทสัมภาษณ์ของ พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องบก จ.อุบลราชธานี ภายหลังกัมพูชา เตรียมยื่นเรื่องเสนอขึ้นศาลโลก ชี้ อย่าเบี่ยงประเด็น คนละเรื่องกับเหตุปะทะช่องบก
โพสต์ระบุว่า
วันที่ 2 มิ.ย.68 ที่กองบัญชาการกองทัพบก (บก.ทบ.) พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก กล่าวถึงกรณีการแก้ไขปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ช่องบก จ.อุบลราชธานี ภายหลัง ‘ฮุนมาเนต’ นายกฯ กัมพูชา เตรียมให้ที่ประชุมคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Committee – JBC) ไทย-กัมพูชา ที่จะมีขึ้นกลางเดือน มิ.ย. เสนอนำขึ้นศาลโลก
พล.ต.วินธัย กล่าวว่ายังเป็นคนละเรื่องกับปัญหาปัจจุบัน ปัจจุบันคือ การทำอย่างไรที่จะอยู่ร่วมกันในพื้นที่อ้างสิทธิ์ทับซ้อน ที่ยังไม่ชี้ชัดว่าควรเป็นพื้นที่ของใคร
ในขั้นตอนแรก ทั้งสองฝ่ายจึงถอยห่างจากจุดปะทะ และให้คณะกรรมาธิการร่วมไทย-กัมพูชา หรือ JBC มาดูในเรื่องปักปันเขตแดน หรือกฎหมาย ข้อตกลงต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง
เพราะข้อตกลงที่พลเอก พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผู้บัญชาการทหารบก ไปพูดคุยกับ ผบ.ทบ.กัมพูชา มีความเห็นตรงกัน 3 ประเด็นคือ การถอยกำลังออกจากพื้นที่ จุดปะทะ และใช้กลไก JBC มาร่วมแก้ปัญหาเรื่องเขตแดน เรื่องสนธิสัญญา และข้อปฎิบัติตามเอ็มโอยู จะระมัดระวังดูแลกำลังพล พยายามไม่ให้เกิดเหตุการณ์เช่นนั้นอีก
พล.ต.วินธัย กล่าวต่อว่า กติกาที่ทำมาก่อนหน้านี้ เส้นที่มีอยู่แล้วของ 2 ประเทศ ไม่ได้ทับกัน เช่น พื้นที่ที่มีการขุดคูเลตเป็นพื้นที่อยู่ระหว่างจัดทำเขตแดน ซึ่งตามกติกาที่ใช้ร่วมกันมาอยู่ได้ตลอด ไม่ให้มีการดัดแปลงสภาพภูมิประเทศ ต้องไม่มีการวางกำลังทหาร วางปืนหันหน้ามาฝ่ายไทย
“เราจึงต้องมาร่วมกันรักษากติกาข้อตกลงที่ให้ไว้ต่อกันให้ได้ ก่อนที่จะไปใช้กลไกอื่นๆ”
ส่วนภาพที่สมเด็จฮุนเซน โพสต์ภาพถ่ายพื้นที่ต่างๆ เป็นข้อพิพาท โดยอ้างเป็นของกัมพูชานั้น เป็นพื้นที่ใกล้ศาลาตรีมุข ที่ไม่ใช่พื้นที่เกิดเหตุปะทะ ซึ่งสภาพพื้นที่เป็นป่า ไม่เคยพบมี ชาวบ้าน หรือทหารกัมพูชามาอยู่ จากหลักฐานภาพถ่ายชัดเจน เหมือนเพิ่งมาขุดคูเลตกันไม่นาน ไม่ใช้มาขุดอยู่กัน 30-40 ปีที่แล้วแน่ ๆ
ขอบคุณข้อมูล : เฟซบุ๊ก สรยุทธ สุทัศนะจินดา กรรมกรข่าว