โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

อาชีพ ‘อนิเมเตอร์’ ญี่ปุ่น Toxic ทั้งกายและใจ

Reporter Journey

อัพเดต 27 มิ.ย. 2568 เวลา 21.57 น. • เผยแพร่ 17 มิ.ย. 2568 เวลา 14.13 น. • Reporter Journey

แม้ว่าอุตสาหกรรมอนิเมะของญี่ปุ่นจะเติบโตอย่างรวดเร็วและได้รับความนิยมทั่วโลก แต่กลับกำลังเผชิญวิกฤติขาดแคลนแอนิเมเตอร์อย่างหนัก สาเหตุหลักมาจากค่าจ้างที่ต่ำ งานที่ไม่มั่นคง และโอกาสเติบโตในอาชีพที่จำกัด ท่ามกลางเป้าหมายของรัฐบาลในการผลักดันการส่งออก สตูดิโอและหน่วยงานต่าง ๆ จึงเริ่มหันมาลงทุนในด้านการฝึกอบรมบุคลากร เพื่อรักษาความสามารถในการแข่งขันของอุตสาหกรรมนี้ในระยะยาว

เพื่อดึงดูดและรักษาคนรุ่นใหม่เอาไว้ สตูดิโออย่าง TMS และอีกหลายแห่ง เริ่มหันมาให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสก้าวหน้าในสายงาน การฝึกอบรมพนักงาน และการเพิ่มอัตราเงินเดือน อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอนิเมะกำลังเผชิญวิกฤติการขาดแคลนบุคลากร แม้จะถูกคาดหวังให้เป็นหนึ่งในแรงขับเคลื่อนหลักของการส่งออกในอนาคตของญี่ปุ่นก็ตาม

จากการคาดการณ์ จำนวนแอนิเมเตอร์ในญี่ปุ่นจะลดลงเกือบ 30% ภายในปี 2050 เมื่อเทียบกับปี 2019 ปัญหาการขาดแคลนแรงงานจึงยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น แม้ว่าอุตสาหกรรมอนิเมะจะกำลังเติบโตอย่างมาก

ในปี 2023 ตลาดอนิเมะของญี่ปุ่นมีมูลค่าสูงสุดเป็นประวัติการณ์อยู่ที่ 3.34 ล้านล้านเยน หรือ ประมาณ 23 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เพิ่มขึ้น 14% จากปีก่อนหน้า โดยตัวเลขนี้รวมถึงยอดขายสินค้าที่ระลึกและบริการสตรีมมิง นอกจากนี้ รายได้จากต่างประเทศยังแตะที่ 1.72 ล้านล้านเยน แซงหน้ายอดขายภายในประเทศ กลายเป็นแหล่งรายได้หลักของอุตสาหกรรมอนิเมะญี่ปุ่น ตามข้อมูลจากสมาคมอนิเมชั่นญี่ปุ่น

รัฐบาลญี่ปุ่นตั้งเป้าหมายผลักดันการส่งออกอุตสาหกรรมคอนเทนต์ อย่าง อนิเมะและวิดีโอเกม ให้มีมูลค่าสูงถึง 20 ล้านล้านเยน ภายในปี 2033 หากสามารถบรรลุเป้าหมายนี้ได้ และอนิเมะยังคงมีสัดส่วนการส่งออกเท่าเดิม รายได้จากต่างประเทศของอนิเมะอาจเพิ่มขึ้นถึง 4 เท่า และไปแตะที่ 6.2 ล้านล้านเยน

ปัญหาการขาดแคลนบุคลากร ประกอบกับเป้าหมายการเติบโตที่สูงจากรัฐบาล ยิ่งทำให้อุตสาหกรรมอนิเมะต้องเผชิญกับแรงกดดันมากขึ้น ตามข้อมูลจาก โยสุเกะ ยาซุอิ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโสแห่งสถาบันวิจัยญี่ปุ่น เปิดเผยว่า หากต้องการให้บรรลุเป้าหมายของรัฐบาล สตูดิโอแอนิเมชันในญี่ปุ่นอาจต้องการแอนิเมเตอร์และผู้เชี่ยวชาญด้านความคิดสร้างสรรค์เพิ่มขึ้นถึงประมาณ 30,000 คน แต่ในทางกลับกัน เขาคาดว่าจำนวนแอนิเมเตอร์อาจลดลงถึง 27% จาก 6,211 คน ในปี 2019 เหลือเพียง 4,562 คน ภายในปี 2050

สาเหตุสำคัญที่ทำให้จำนวนแอนิเมเตอร์ลดลง อาจมาจากสภาพการทำงานที่หนักเกินไป โดยเฉพาะกับแอนิเมเตอร์รุ่นใหญ่ที่ทำงานมานานแต่ยังได้ค่าจ้างต่ำ และแทบมองไม่เห็นโอกาสก้าวหน้าในสายอาชีพ อีกทั้ง งานแอนิเมชันต้องอาศัยทักษะและประสบการณ์ แอนิเมเตอร์รุ่นใหม่จึงต้องพึ่งพาการสอนงานจากรุ่นพี่ ส่งผลให้แอนิเมเตอร์รุ่นใหญ่ต้องแบกรับภาระหนักขึ้น หลายคนจึงเลือกลาออกจากวงการ เพราะรู้สึกเหนื่อยล้ากับการต้องคอยสอนงานตลอดเวลา ขณะเดียวกัน แอนิเมเตอร์รุ่นใหม่ก็มีแนวโน้มลาออกเช่นกัน เพราะมักถูกมอบหมายให้ทำแต่งานเล็ก ๆ ที่ไม่มีความสำคัญ และยังไม่เห็นโอกาสเติบโตในอาชีพนี้

“ยิ่งงานอนิเมะที่มีลายเส้นละเอียดซับซ้อนมากขึ้น ก็ยิ่งต้องการบุคลากรมากขึ้นเพื่อรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้น” ทาดาชิ ซูโดะ นักวิเคราะห์และนักข่าวสายอุตสาหกรรมอนิเมะกล่าว

ผลสำรวจในปี 2023 จาก the Nippon Anime & Film Culture Association (NAFCA) พบว่ากว่า 45% ของนักแอนิเมชันมีรายได้ต่ำกว่า 2.4 ล้านเยนต่อปี และยังมีนักอนิเมชันบางส่วนที่ต้องเผชิญกับความไม่มั่นคงในการทำงานและค่าจ้างที่ต่ำ

แม้แอนิเมชันญี่ปุ่นจะได้รับความนิยมเพิ่มขึ้นทั่วโลก แต่แอนิเมเตอร์ในประเทศกลับไม่ได้รับรายได้เพิ่มขึ้นตามไปด้วย เนื่องจากแพลตฟอร์มสตรีมมิ่งที่มีต่างชาติเข้ามาเกี่ยวข้อง มักให้ส่วนแบ่งรายได้กับสตูดิโอญี่ปุ่นเพียงเล็กน้อย ในปี 2023 ตลาดสตรีมมิ่งอนิเมะของญี่ปุ่นเติบโตถึง 51% โดยส่วนใหญ่เกิดจากความต้องการจากต่างประเทศ แต่รายได้ของบริษัทผู้ผลิตในญี่ปุ่นกลับเพิ่มขึ้นเพียง 6% เท่านั้น

ซูโดะอธิบายว่า “แม้สตูดิโอญี่ปุ่นจะสามารถเรียกเก็บค่าธรรมเนียมจากการสตรีมในต่างประเทศได้มากขึ้น แต่ต้นทุนที่สูงขึ้น เช่น ค่าปรับปรุงสำนักงาน การลงทุนด้านอุปกรณ์ และค่าจ้างงานกราฟิกจากภายนอก ก็ทำให้กำไรที่เพิ่มขึ้นแทบไม่เหลือ”

ซูโดะยังชี้ให้เห็นว่า โมเดลการจัดงบประมาณแบบดั้งเดิมในอุตสาหกรรมอนิเมะของญี่ปุ่น มักทำให้แอนิเมเตอร์เสียเปรียบ เนื่องจาก ในการพัฒนาทักษะและการปรับปรุงสวัสดิการแรงงานนั้นจำเป็นต้องใช้งบประมาณที่เพียงพอ แต่จากระบบปัจจุบัน งบประมาณการผลิตจะถูกกำหนดขึ้นล่วงหน้า โดยอิงจากรายได้ที่คาดว่าจะได้ เช่น ยอดขายสินค้า แล้วจึงค่อยจัดสรรเงินให้กับค่าจ้างพนักงานและการลงทุนอื่น ๆ ในภายหลัง แนวทางเช่นนี้ทำให้การดูแลบุคลากรกลายเป็นเรื่องรอง และส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและอนาคตของแอนิเมเตอร์ในระยะยาว

เมื่อเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา สมาคม NAFCA ได้จัดการสอบวัดความถนัดสำหรับแอนิเมเตอร์ขึ้นเป็นครั้งแรก เพื่อรับรองระดับทักษะและความรู้ของผู้เข้าสอบ โดยมีผู้เข้าร่วมประมาณ 350 คน สมาคมหวังว่าการกำหนดแนวทางและมาตรฐานความสามารถที่ชัดเจน จะช่วยให้แอนิเมเตอร์รุ่นใหม่สามารถแสดงศักยภาพได้ดียิ่งขึ้น และยังเพิ่มโอกาสในการได้งานหรือเข้าร่วมโปรเจกต์ต่าง ๆ ในอนาคต

ท่ามกลางปัญหาการขาดแคลนแอนิเมเตอร์ สตูดิโอหลายแห่งจึงเริ่มหันมาลงทุนในด้านการพัฒนาบุคลากรมากขึ้น ตัวอย่างเช่น บริษัท Bandai Namco Filmworks ซึ่งเป็นหนึ่งในผู้นำด้านการผลิตอนิเมะในโตเกียว ได้ก่อตั้งสถาบันฝึกอบรม Sunrise Academy ขึ้น 2 แห่ง เพื่อฝึกสอนแอนิเมเตอร์รุ่นใหม่

“เป้าหมายของเราคือการสร้างครีเอเตอร์ระดับแนวหน้าในอีก 20 ปีข้างหน้า” โอะซะมุ ทะนิกุจิ หัวหน้าฝ่ายการผลิตทรัพย์สินทางปัญญาของบริษัทกล่าว โดยผู้ที่เรียนจบและผ่านเกณฑ์มาตรฐานของสถาบันจะมีโอกาสได้รับการจ้างงานประจำกับ Bandai Namco Filmworks

ในอดีต คนที่อยากเป็นผู้กำกับหรือทำงานด้านโปรดักชันในวงการอนิเมะมักต้องเรียนรู้ด้วยตัวเอง หรือสั่งสมประสบการณ์จากการเป็นผู้ช่วย แต่ในปัจจุบัน สถาบันฝึกอบรมต่าง ๆ เปิดโอกาสให้นักเรียนได้เรียนรู้พื้นฐานตั้งแต่เริ่มต้น ตัวอย่างเช่น สถาบัน TMS ที่นี่นักเรียนจะได้เรียนรู้จากแอนิเมเตอร์มืออาชีพโดยตรง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงสำคัญ เพราะในอดีต TMS ไม่มีแอนิเมเตอร์ประจำเลย แต่ปัจจุบัน การแข่งขันแย่งชิงตัวแอนิเมเตอร์กำลังดุเดือด ทำให้สถาบันต้องเร่งสร้างบุคลากรของตัวเอง

อย่างไรก็ตาม การฝึกฝนนักแอนิเมชันรุ่นใหม่เป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น หากอุตสาหกรรมอนิเมะของญี่ปุ่นต้องการรักษาความเป็นผู้นำระดับโลกไว้ จำเป็นต้องขยายการฝึกอบรมไปถึงมืออาชีพระดับกลางและฟรีแลนซ์ด้วย

แม้จะมีโครงการพัฒนาทักษะเกิดขึ้นมากมาย แต่ปัญหาการขาดแคลนนักแอนิเมชันก็น่าจะยังคงอยู่ เพราะปริมาณอนิเมะที่ผลิตออกมานั้นมากเกินกว่ากำลังคนผลิต สตูดิโออาจต้องพิจารณาลดจำนวนเรื่องที่ผลิตลง และหันมาเน้นการสร้างรายได้ให้คุ้มค่ากับแต่ละโปรเจกต์มากขึ้นแทน

ความรักในงานและความทุ่มเทไม่อาจเป็นคำตอบเดียวได้อีกต่อไป แม้ในอดีตแอนิเมเตอร์หลายคนจะยอมทำงานด้วยความหลงใหลที่มีต่องาน แม้จะได้ค่าตอบแทนที่ไม่มากนัก แต่จากสถานการณ์ทุกวันนี้ทำให้ต้องย้อนกลับมาตั้งคำถามว่า การพึ่งพาความหลงใหลส่วนตัวเพียงอย่างเดียว ยังเป็นสิ่งที่ยุติธรรมหรือไม่

อุตสาหกรรมอนิเมะญี่ปุ่นกำลังเผชิญกับทางเลือกสำคัญว่าจะเดินหน้าต่อไปอย่างไร ในยุคที่การแข่งขันสูงขึ้น แรงขับเคลื่อนจากความหลงใหลเพียงอย่างเดียวอาจไม่พออีกต่อไป หากไม่มีโครงสร้างที่มั่นคงรองรับ วงการนี้อาจค่อย ๆ เสื่อมถอย แม้จะยังมีผู้ชมทั่วโลกก็ตาม

ที่มา : NIKKEI Asia

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...