First Jobber ไทยลำบาก แบกหนี้เฉลี่ยเกือบแสน
Reporter Journey
อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 16.02 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.02 น. • Reporter Journeyเด็กจบใหม่หลายคนก้าวเท้าด้วยตัวคนเดียวสู่โลกแห่งการทำงานพร้อมความฝันและความหวัง แต่ทันทีที่เด็กจบใหม่ผู้โดดเดี่ยวได้รับเงินเดือนเดือนแรก หลายคนกลับพบว่าตนนั้นดันมีเพื่อนใหม่ที่ชื่อว่า “หนี้” เข้ามาทักทาย ทำความรู้จักอย่างสนิทสนม
ข้อมูลจาก ttb analytics ระบุว่าสัดส่วนประชากรไทยที่มีหนี้ในระบบเพิ่มขึ้นจาก 31% (ปี 2561) เป็น 38% (ปี 2567) นั่นหมายความว่าเกือบ 40% ของคนไทยมีหนี้ และหนี้ก้อนนี้มีมูลค่าเฉลี่ยกว่า 118,000 บาท
เด็กจบใหม่ในยุคปัจจุบันที่พึ่งมีงานทำ กำลังกลายเป็นกลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อนซี้คนใหม่ที่ชื่อว่าผ่อน 0% 10 เดือน กำลังทำให้คนกลุ่มนี้ถลำลึกเข้าสู่สถานการณ์ที่อันตรายมากยิ่งขึ้น
First Jobber เงินเดือนที่มีไว้แค่ให้พอใช้ไปวันๆ
เมื่อเข้าสู่วัยทำงาน หลายคนคาดหวังว่าชีวิตจะเริ่มมั่นคง มีเงินเดือนเป็นของตัวเอง และสามารถใช้ชีวิตได้อย่างอิสระ แต่ความจริงที่คนวัยนี้ต้องเผชิญคือค่าครองชีพที่สูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เงินเดือนที่ได้รับแทบไม่พอรายจ่ายในแต่ละเดือน สถานการณ์นี้ทำให้ First Jobber หลายคนต้องพึ่งพาบรรดาสินเชื่อเพื่อประคองชีวิต
แม้ว่า First Jobber จะยังไม่มีภาระครอบครัวมากนัก แต่หนี้ที่เกิดขึ้นส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากการใช้ชีวิตที่ฟุ่มเฟือย แต่มาจากค่าใช้จ่ายที่จำเป็น ไม่ว่าจะเป็น ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเช่าที่พัก เรื่องนี้สะท้อนให้เห็นว่าครองชีพกำลังสูงขึ้นจนทำให้เงินเดือน ๆ หนึ่งอาจไม่เพียงพออีกต่อไป
ttb analytics ระบุว่า First Jobber มีหนี้เฉลี่ยอยู่ที่ 95,000 บาท/คน ซึ่งประกอบไปด้วยหนี้เพื่อการศึกษา หนี้บัตรเครดิต และหนี้เพื่อการบริโภค เช่น การกู้ซื้อโทรศัพท์มือถือ หรือใช้จ่ายผ่านบัตรกดเงินสด
การหมุนเงินเพื่อจ่ายหนี้เดือนชนเดือนกลายเป็นเรื่องปกติของคนกลุ่มนี้ หลายคนต้องนำเงินเดือนใหม่มาโปะหนี้เก่า จนทำให้แทบไม่เหลือเงินเก็บ และถ้าต้องเจอค่าใช้จ่ายฉุกเฉิน เช่น ค่ารักษาพยาบาล หรือค่าซ่อมรถ ก็อาจจะต้องกู้เพิ่ม วนลูปไปเรื่อยๆ แบบไม่มีทางออก
ปัญหาหนี้สินไม่ได้จำกัดอยู่แค่ First Jobber เท่านั้น แต่เมื่ออายุมากขึ้น ภาระทางการเงินก็เพิ่มขึ้นตามไปด้วย โดยเฉพาะเมื่อก้าวเข้าสู่วัยสร้างครอบครัว ที่ต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายเพิ่มมากขึ้น
วัยสร้างครอบครัว ภาระหนี้ที่หนักขึ้นตามอายุ
เมื่อคนเข้าสู่วัยสร้างครอบครัว (35-50 ปี) ภาระหนี้สินก็เพิ่มขึ้นเป็นเงาตามตัว คนวัยนี้มักต้องรับผิดชอบค่าใช้จ่ายครอบครัว เช่น ค่าผ่อนบ้าน ค่าผ่อนรถ ค่าเลี้ยงดูลูก ค่าเทอมลูก และค่าครองชีพอื่นๆ ซึ่งทำให้ 62% ของคนวัยนี้มีหนี้สินเฉลี่ยสูงถึง 154,000 บาท/คน
หนี้ที่เกิดขึ้นในวัยนี้ส่วนใหญ่มาจาก สินเชื่อบ้าน 40% สินเชื่อเช่าซื้อรถ 23% และหนี้บัตรเครดิต 17% และสินเชื่อส่วนบุคคลอีก 20% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนกลุ่มนี้ต้องแบกรับภาระหนี้ระยะยาวที่อาจใช้เวลาหลายสิบปีกว่าจะชำระหม
เมื่อหนี้กลายเป็นปัญหาระดับประเทศ
หนี้ครัวเรือนที่เพิ่มขึ้นไม่ได้กระทบแค่ตัวบุคคล แต่ยังส่งผลต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศ ปัจจุบัน หนี้ครัวเรือนไทยอยู่ที่ 89% ของ GDP และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจกลายเป็นอุปสรรคต่อการเติบโตทางเศรษฐกิจ
นอกจากนี้ จำนวนคนที่เป็นหนี้เสีย (NPL) หรือหนี้ที่ค้างชำระเกิน 90 วัน ก็กำลังเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล จาก 17% (ปี 2561) เป็น 22% (ปี 2567)
แม้ว่ารัฐบาลและธนาคารจะออกมาตรการช่วยเหลือ เช่น การลดดอกเบี้ยเงินกู้ โครงการช่วยเหลือลูกหนี้ หรือล่าสุดที่นายพิชัย ชุณหวชิร รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังที่เสนอมาตรการ “ซื้อหนี้ประชาชนจากธนาคาร” แต่คำถามสำคัญคือ มาตรการเหล่านี้ช่วยได้จริงหรือไม่?
เพราะปัญหานี้ไม่ได้เกิดจากการกู้เงินเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากค่าครองชีพที่สูงขึ้น ขณะที่รายได้ไม่เพิ่มขึ้นตาม ทำให้คนจำนวนมากต้องกู้เงินมาใช้จ่าย และติดอยู่ในวังวนหนี้สินที่ไม่มีที่สิ้นสุด
สุดท้ายแล้ว คนวัยทำงานอาจต้องใช้ชีวิตไปกับการ “ผ่อนทุกอย่าง” ตั้งแต่ค่าบ้าน ค่ารถ ไปจนถึงค่าครองชีพในแต่ละวัน และอาจไม่มีวันหลุดพ้นจากภาระหนี้สินได้เลย แล้วแบบนี้ คนรุ่นใหม่จะสามารถสร้างอนาคตที่มั่นคงได้จริงหรือ? หรือสุดท้าย เราต้องทำใจกับชีวิตที่ “เกิดมาเพื่อผ่อน” กันแน่ ?
ที่มา : ttb analytics