ธ.โลกหั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้โตเหลือ 2.3% เซ่นพิษทรัมป์เปิดศึกการค้า ปรับลดไทยเหลือแค่ 1.8
ธ.โลกหั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้โตเหลือ 2.3% เซ่นพิษทรัมป์เปิดศึกการค้า ปรับลดไทยเหลือแค่ 1.8
สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า ธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกในปีค.ศ.2025 นี้ลงเหลือ 2.3% จากก่อนหน้านี้คาดว่าจะเติบโต 2.7% โดยชี้ว่านโยบายขึ้นภาษีศุลกากรและความไม่แน่นอนที่มีเพิ่มขึ้นกำลังเป็นอุปสรรคสำคัญต่อเศรษฐกิจของแทบทุกประเทศ
โดยในรายงานแนวโน้มเศรษฐกิจโลกของธนาคารโลกที่จัดทำปีละ 2 ครั้ง เผยแพร่เมื่อวันที่ 10 มิถุนายน ได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจลงในเกือบ 70% ของประเทศทั้งหมด ที่รวมถึงสหรัฐ จีน และยุโรป ตลอดจน 6 ภูมิภาคตลาดเกิดใหม่ ลงจากระดับที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อ 6 เดือนก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ของสหรัฐจะรับตำแหน่ง ซึ่งหลังจากนั้นทรัมป์ได้สร้างความปั่นป่วนให้กับการค้าโลกจากการประกาศขึ้นภาษีแบบชักเข้าชักออก ซึ่งเพิ่มขึ้นจากอัตราต่ำกว่า 3% เป็นระดับกลางถึงสูง ซึ่งถือว่าสูงที่สุดในรอบเกือบศตวรรษ และส่งผลให้จีน มหาอำนาจคู่ปรับที่มีขนาดเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกและประเทศอื่นๆ ตอบโต้กลับด้วยมาตรการทางการค้าเช่นกัน
แม้ในรายงานของธนาคารโลกจะไม่ได้คาดการณ์ถึงความถดถอย แต่ระบุว่าเศรษฐกิจโลกในปีนี้จะอ่อนแอที่สุดนับจากปี 2008 โดยคาดการณ์ว่าในปี 2027 การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ หรือ จีดีพีโลก จะเติบโตเฉลี่ยที่เพียง 2.5% ซึ่งชะลอตัวมากที่สุดนับจากทศวรรษ 1960 เป็นต้นมา
รายงานยังคาดว่าการค้าโลกในปีนี้จะขยายตัวเพียง 1.8% ลดลงจาก 3.4% ในปีที่แล้ว และคิดเป็นเพียง 1 ใน 3 ของการเติบโตเฉลี่ย 5.9% ในช่วงทศวรรษ 2000 การคาดการณ์นี้อ้างอิงจากอัตราภาษีที่มีผลบังคับใช้เมื่อปลายเดือนพฤษภาคมที่ผ่านมา รวมถึงอัตราภาษี 10% ที่สหรัฐเรียกเก็บจากสินค้าที่นำเข้ามาจากประเทศส่วนใหญ่ แต่ยังไม่รวมการขึ้นภาษีเพิ่มเติมที่ทรัมป์ประกาศเมื่อเดือนเมษายนและได้ประกาศเลื่อนออกไปจนถึงวันที่ 9 กรกฎาคม ในระหว่างเปิดโอกาสให้มีการเจรจา
รายงานธนาคารโลกยังระบุว่าอัตราเงินเฟ้อโลกในปีนี้คาดว่าจะสูงถึง 2.9% ซึ่งยังคงสูงกว่าช่วงก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด-19 เนื่องจากการขึ้นภาษีศุลกากรและตลาดแรงงานที่ตึงตัว การเพิ่มขึ้นของอุปสรรคทางการค้าจะส่งผลให้การค้าโลกหยุดชะงักในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้ ทำให้เกิดความไม่เชื่อมั่นอย่างกว้างขวาง และเกิดความไม่แน่นอนและความปั่นป่วนในตลาดการเงินมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ความเสี่ยงที่โลกจะเผชิญภาวะเศรษฐกิจถดถอยนั้นมีโอกาสไม่ถึง 10%
ธนาคารโลกระบุว่า แนวโน้มเศรษฐกิจโลกแย่ลงอย่างมากนับจากเดือนมกราคมเป็นต้นมา โดยส่วนใหญ่เกิดจากเศรษฐกิจที่พัฒนาแล้ว ที่คาดว่าจะเติบโตเพียง 1.2% หลังจากขยายตัว 1.7% ในปี 2024 ธนาคารโลกยังปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจสหรัฐในปีนี้ลง 0.9 จุด มาอยู่ที่ 1.4% ส่วนยูโรโซนถูกปรับลดลง 0.3 จุด อยู่ที่โต 0.7% และญี่ปุ่นลดลงครึ่งจุด อยู่ที่ 0.7%
ในส่วนของตลาดเกิดใหม่และเศรษฐกิจกำลังพัฒนาคาดว่าในปีนี้จะเติบโต 3.8% จาก 4.1% ที่เคยคาดการณ์ไว้เมื่อเดือนมกราคม ส่วนประเทศยากจนนั้นสาหัสที่สุด
ขณะที่ธนาคารโลกได้ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจของ 5 ชาติในอาเซียนลง ซึ่งไม่รวมสิงคโปร์ บรูไน และเมียนมา ระบุว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้จะโต 1.8% ลดลง 1.1 จุดจากที่คาดการณ์ไว้ก่อนหน้าที่ 2.9% กัมพูชาโต 4.0% ลดลงจาก 5.5% มาเลเซียโต 3.9% จาก 4.5% ฟิลิปปินส์โต 5.3% ลดลงจาก 6.1% อินโดนีเซียโตที่ 4.7% จาก 5.1% และ เวียดนามโต 5.8% จาก 6.6%
สำหรับจีน ธนาคารโลกยังคงระดับคาดการณ์ไว้ที่เท่าเดิมไม่เปลี่ยนแปลงจากการคาดการณ์เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ที่ 4.5% โดยชี้ว่าจีนยังมีพื้นที่ทางการเงินและการคลังที่จะสนับสนุนและกระตุ้นการเติบโตเศรษฐกิจของตนเอง
ภายในปี 2027 ผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศต่อหัวของประเทศกำลังพัฒนาจะอยู่ที่ 6% ต่ำกว่าระดับก่อนเกิดการระบาดของโรคโควิด และประเทศเหล่านี้ ไม่รวมจีน อาจต้องใช้เวลานานถึง 2 ทศวรรษในการฟื้นตัวจากความสูญเสียทางเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษ 2020
อายฮัน โคเซ รองหัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ประจำธนาคารโลก กล่าวกับรอยเตอร์ว่า ความไม่แน่นอนยังคงเป็นตัวฉุดลากเศรษฐกิจที่สำคัญ อย่างไรก็ดี ยังมีสัญญาณของการเจรจาทางการค้าเพิ่มขึ้นที่อาจช่วยขจัดความไม่แน่นอน และห่วงโซ่อุปทานกำลังปรับตัวแผนที่การค้าโลกใหม่ ยังไม่ได้พังทลาย โดยการเติบโตของการค้าโลกอาจฟื้นตัวขึ้นในระดับปานกลางในปี 2026 ที่ 2.4% และการพัฒนาปัญญาประดิษฐ์(เอไอ)อาจช่วยส่งเสริมการเติบโตทางเศรษฐกิจ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ธ.โลกหั่นคาดการณ์ศก.โลกปีนี้โตเหลือ 2.3% เซ่นพิษทรัมป์เปิดศึกการค้า ปรับลดไทยเหลือแค่ 1.8
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th