ซูเปอร์โพล เผยปชช.ส่วนใหญ่ เชื่อการเมืองเข้าสู่ทางตัน เหตุ พรรคร่วมขัดแย้งสูง
ซูเปอร์โพล เผยปชช.ส่วนใหญ่ เชื่อการเมืองเข้าสู่ทางตัน เหตุพรรคร่วมขัดแย้งสูง อยากให้รบ.เร่งแก้ปากท้องจริงจัง
เมื่อวันที่ 11 พฤษภาคม ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.นพดล กรรณิกา ผู้อำนวยการสำนักวิจัย ซูเปอร์โพล ได้ทำการสำรวจความคิดเห็นของประชาชน เรื่อง ทางตันของการเมือง กรณีศึกษาตัวอย่างประชาชนทุกสาขาอาชีพทั่วประเทศ ดำเนินโครงการทั้งการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative Research) และการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) รวมจำนวน 1,143 ราย ดำเนินโครงการระหว่างวันที่ 5-10 พฤษภาคม 2568 ที่ผ่านมา
การเมืองไทยในปัจจุบันกำลังเผชิญความไม่แน่นอนและความรู้สึก “ทางตัน” ที่ประชาชนจำนวนมากสะท้อนออกมาอย่างชัดเจนผ่านผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุดด้วยโพล “ทางตันของการเมือง” ของ สำนักวิจัยซูเปอร์โพลที่สะท้อนถึงจุดเปราะบางในระบบการเมืองไทย ซึ่งหากไม่เร่งฟื้นฟูศรัทธาและความร่วมมือ อาจกลายเป็น “กับดักทางการเมือง” ที่ขัดขวางการพัฒนาอย่างยั่งยืนของประเทศในระยะยาว โดยผลสำรวจล่าสุด ประชาชนเกือบครึ่ง เชื่อการเมืองไทยเข้าสู่ทางตัน
ที่น่าสนใจ พบว่าร้อยละ 47.1 ของประชาชนคิดว่า การเมืองกำลังจะเข้าสู่ทางตัน ขณะที่อีกร้อยละ 31.9 ไม่มีความเห็น และเพียงร้อยละ 21.0 เท่านั้นที่ยังไม่คิดว่า การเมืองจะเข้าสู่ทางตัน
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวต่อว่า ที่น่าพิจารณาคือ เหตุผลหลักที่ทำให้ประชาชนรู้สึกว่าการเมืองกำลังถึงทางตัน ได้แก่ ความขัดแย้งภายในรัฐบาล ร้อยละ 45.7 ปัญหาในวุฒิสภา ร้อยละ 43.8 ปัญหาส่วนตัวของนักการเมืองใหญ่ ร้อยละ 40.9 ปัญหาความไม่เชื่อมั่นของประชาชนต่อการตรวจสอบขององค์กรอิสระ ร้อยละ 39.7 และความรู้สึกว่ามีการเลือกปฏิบัติ ร้อยละ 38.2 ปัจจัยเหล่านี้สะท้อน “วิกฤตศรัทธา” ซึ่งไม่ได้จำกัดอยู่แค่ฝ่ายนิติบัญญัติหรือบริหาร แต่ครอบคลุมถึงระบบตรวจสอบและความเป็นธรรมในสังคมการเมืองไทย
ดร.นพดล กล่าวต่อด้วยว่า ผลสำรวจนี้ยังสะท้อนว่า ความหวังของประชาชนต่ออนาคตการเมืองไทยอยู่ที่การแก้ไขปัญหาค่าครองชีพและความร่วมมือของทุกฝ่าย โดย ร้อยละ 68.5 ระบุว่าต้องการให้รัฐบาลสามารถแก้ปัญหาปากท้องได้อย่างแท้จริง ขณะที่ ร้อยละ 64.3 ต้องการเห็นการเมืองที่ทุกฝ่ายร่วมมือกัน และอีกร้อยละ 62.7 ต้องการเห็นองค์กรอิสระที่เป็นกลาง
อย่างไรก็ตาม เมื่อถามถึง การคาดการณ์อนาคตทางการเมืองของประเทศ กลับพบว่าส่วนใหญ่หรือร้อยละ 57.8 ไม่สามารถคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้น ในขณะที่ ร้อยละ 26.1 พอคาดเดาได้ และร้อยละ 16.1 ไม่มีความเห็น
“ผลโพลนี้สะท้อนภาพ ‘วิกฤตศรัทธา’ ที่ลึกซึ้งกว่าความขัดแย้งทั่วไป เพราะประชาชนไม่เพียงรู้สึกหมดหวังต่อผู้มีอำนาจ แต่ยังไม่เห็นทางออกจากระบบเดิม ๆ ที่ยังไม่เปลี่ยนแปลง น่าสังเกตว่าประชาชนส่วน
ใหญ่ ไม่สามารถคาดเดาอนาคตของการเมืองไทยได้เลย ซึ่งตอกย้ำสภาพ “ความไม่มั่นคงทางการเมือง” และการขาดวิสัยทัศน์หรือความหวังที่ชัดเจนจากผู้นำ” ดร.นพดล กล่าว
ผอ.ซูเปอร์โพล กล่าวสรุปว่า การเมืองไทยอาจยังไม่ถึงทางตันโดยสมบูรณ์ แต่หากปล่อยให้ความรู้สึกหมดหวังนี้สะสมมากขึ้นเรื่อย ๆ โอกาสของการพัฒนาประเทศจะถูกขัดขวางโดยวิกฤตศรัทธาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยมีข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย คือ
1. การจัดการความขัดแย้งเชิงสถาบัน
รัฐบาลควรเร่งฟื้นฟูความไว้วางใจ ด้วยการลดความขัดแย้งภายใน ร่วมมืออย่างจริงจังกับองค์กรอิสระ และสร้างกลไกตรวจสอบที่มีความโปร่งใส
2. เร่งแก้ปัญหาปากท้องอย่างเป็นรูปธรรม
เนื่องจากประชาชนให้ความสำคัญกับเศรษฐกิจมากที่สุด รัฐควรแสดงผลงานอย่างชัดเจนในเรื่องค่าครองชีพ ราคาสินค้า และโอกาสในการทำงาน
3. ฟื้นฟูศรัทธาต่อองค์กรอิสระและรัฐธรรมนูญ
การปฏิรูปกระบวนการตรวจสอบ และพิจารณาแก้ไขรัฐธรรมนูญในประเด็นที่ประชาชนเห็นว่าเป็นอุปสรรค จะช่วยสร้างความรู้สึกเป็นธรรม และเพิ่มความโปร่งใสให้ระบบการเมือง
4. การสร้างความหวังและวิสัยทัศน์ร่วมของชาติ (Creating National Hope and a Shared Vision)
เนื่องจากประชาชนจำนวนมาก “คาดเดาไม่ได้” ว่าการเมืองจะเดินหน้าอย่างไร ผู้นำควรสื่อสารนโยบายและวิสัยทัศน์อย่างเป็นระบบ เพื่อฟื้นความหวังและความเชื่อมั่นของสาธารณชน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ซูเปอร์โพล เผยปชช.ส่วนใหญ่ เชื่อการเมืองเข้าสู่ทางตัน เหตุ พรรคร่วมขัดแย้งสูง
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th