โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

CFARM เดินหน้าขับเคลื่อน 2 โครงการใหญ่ ฟาร์มวัวนม – ฟาร์มไก่ไข่ มุ่งสร้างความมั่นคงด้านอาหารในประเทศ

Wealthy Thai

อัพเดต 08 มิ.ย. 2568 เวลา 21.33 น. • เผยแพร่ 28 พ.ค. 2568 เวลา 04.28 น.

บมจ.ชูวิทย์ ฟาร์ม (2019) หรือ CFARM บอร์ดไฟเขียวทุ่มงบ 119.71 ล้านบาท ลงทุนฟาร์มไก่ไข่ขนาด 200,000 ตัว พร้อมประกาศแผนการดำเนินงาน 2 โครงการสำคัญ คือ โครงการฟาร์มวัวนม และ โครงการฟาร์มไก่ไข่ โดยมีเป้าหมายเพื่อยกระดับการผลิตอาหารสดในประเทศ ตอบโจทย์ความต้องการผู้บริโภคยุคใหม่ที่ใส่ใจในคุณภาพและความปลอดภัยของอาหาร
ผศ.ดร.ศิริรักษ์ ขาวไชยมหา รองกรรมการผู้จัดการสายงานบัญชีและการเงิน พร้อมด้วยนางสาวมธุชา จึงธนสมบูรณ์ รองกรรมการผู้จัดการสายงานการจัดการ บริษัท ชูวิทย์ฟาร์ม (2019) จำกัด (มหาชน) หรือ CFARM ร่วมนำเสนอข้อมูลในงานบริษัทจดทะเบียนพบนักลงทุน Opportunity Day ประจำไตรมาส 1/2568 ว่าที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท (13 พฤษภาคม 2568) มีมติอนุมัติลงทุนโครงการฟาร์มไก่ไข่บนที่ดินของบริษัทในจังหวัดบุรีรัมย์ มูลค่ารวม 119.71 ล้านบาท เพื่อรองรับแม่ไก่ไข่จำนวน 200,000 ตัวในระบบการเลี้ยงแบบยืนกรง (caged layer) ภายใต้โมเดลธุรกิจ Contract Farming ซึ่งใช้หลักการบริหารจัดการที่ใกล้เคียงกับธุรกิจไก่เนื้อของบริษัท โดยโครงการอยู่ระหว่างคัดเลือกผู้รับเหมาก่อสร้างผ่านกระบวนการเปรียบเทียบราคา และได้รับการสนับสนุนทางการเงินจากทุนหมุนเวียนของบริษัทและการกู้ยืมสถาบันการเงิน ปัจจุบันการก่อสร้างมีความคืบหน้าแล้ว 5% และคาดว่าจะเริ่มรับรู้รายได้และกำไรในไตรมาส 4 ปี 2568
การลงทุนในครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อเสริมสร้างการเติบโตและสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจของบริษัทในระยะยาว โดยอัตราการทำกำไร (มาร์จิ้น) คาดว่าจะอยู่ในระดับเฉลี่ย 7–8% เทียบเท่ากับธุรกิจไก่เนื้อที่ดำเนินอยู่เดิม ทั้งนี้อุตสาหกรรมไก่ไข่ยังถือเป็นหนึ่งในภาคเกษตรหลักของประเทศ โดยมีความต้องการภายในประเทศที่มั่นคงและมีศักยภาพในการขยายตลาดส่งออก โดยเฉพาะไปยังกลุ่มประเทศ CLMV ที่ให้ความสำคัญกับคุณภาพและความปลอดภัยของไข่ไก่ ซึ่งบริษัทมุ่งมั่นจะพัฒนาเพื่อเป็นผู้นำในตลาดในอนาคต
สำหรับโครงการฟาร์มโคนม มีความคืบหน้าแล้วประมาณ 20% โดยอยู่ระหว่างการศึกษาระบบการเลี้ยงโคนมและปรับปรุงพื้นที่ให้เหมาะสมกับการผลิตน้ำนมคุณภาพสูง ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างสรุปแหล่งจัดซื้อโคนมพันธุ์ดี จำนวนกว่า 1,250 ตัว เพื่อเลี้ยงในฟาร์มที่จังหวัดบุรีรัมย์ คาดว่าจะสามารถนำเข้าโคนมได้ภายในช่วงปลายไตรมาส 3 ปี 2568 และเริ่มรีดนมดิบล็อตแรกภายในไตรมาส 1 ปี 2569 โครงการนี้ถือเป็นก้าวสำคัญในการวางรากฐานเพื่อพัฒนาแบรนด์นมสดของบริษัทในอนาคต เพิ่มความได้เปรียบในการแข่งขัน และสร้างความยั่งยืนให้กับธุรกิจในระยะยาว.
บริษัทยังคงมุ่งมั่นเดินหน้าพัฒนาโครงการฟาร์มทั้ง 2 ประเภทให้ได้ตามแผนที่วางไว้ โดยยึดหลักการบริหารจัดการที่ยั่งยืน เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการสร้างความมั่นคงด้านอาหารของประเทศไทยในระยะยาว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...