อยู่บ้านในวันแดดดีผิดตรงไหน? รับมือ Sunshine Guilt เมื่อสังคมทำให้เรารู้สึกผิดแค่ “ไม่ออกไปใช้ชีวิต”
ถ้าการนอนเปื่อยอยู่ที่บ้านเฉยๆ ในวันดีๆ ทำให้เรารู้สึกแย่…นี่อาจเป็นสัญญาณของ Sunshine Guilty ก็ได้
.
ยิ่งรู้สึกว่าชีวิตวุ่นวายและยุ่งเหยิงมากเท่าไร วันหยุดพักผ่อนอันแสนสุขก็มักจะหมดไปกับการนอนนิ่งๆ และไถมือถือทั้งวันทุกที จนบางครั้งหลายคนก็อาจจะนึกเสียใจที่ไม่ได้ออกไปใช้ชีวิตในวันหยุดดีๆ แบบนี้ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ‘คนไม่มีเวลา’ ที่มักจะโทษตัวเองอยู่เสมอเมื่อปล่อยให้ช่วงเวลาที่หาได้ยากอย่างนี้ทิ้งไปกับการนอน
.
ความรู้สึกขัดแย้งในใจนี้อาจสร้างความเครียดให้กับวันพักผ่อนของเราได้ แต่หากเราเข้าใจอารมณ์อันซับซ้อนเหล่านี้อย่างลึกซึ้ง เราก็จะไม่ปล่อยให้อารมณ์ลบๆ และความรู้สึกผิดต่อตัวเองมาทำลายความสงบสุขที่สมควรได้รับ
.
โดยบทความนี้จะพาทุกคนไปทำความรู้จัก ‘Sunshine Guilt’ หรือความรู้สึกผิดที่ไม่ได้ออกไปสัมผัสแสงแดดนอกบ้าน รวมถึงสำรวจวิธีพักผ่อนร่างกาย และฮีลใจตามแบบฉบับคนไม่มีเวลาไปพร้อมกัน
.
.
Social Media ทำพิษ! ‘รู้สึกผิด’ ที่เลือกนอนอยู่บ้านมากกว่าจะออกไปเจอโลกกว้าง
.
วันที่อากาศดีและมีแดดอ่อนๆ อาจทำให้หลายคนรู้สึกไม่สบายใจ หรือรู้สึกเสียดายที่ปล่อยให้เวลาผ่านไปเพียงแค่นอนอยู่ในบ้าน เมื่อเทียบกับคนอื่นๆ หรือเพื่อนฝูงที่ใช้วันหยุดไปกับการท่องเที่ยว ทำกิจกรรมกลางแจ้ง และใช้ชีวิตอย่างคุ้มค่า ความรู้สึกนี้คือสิ่งที่เรียกว่า ‘Sunshine Guilt’ หรือสภาวะทางอารมณ์ที่รู้สึกผิดที่ไม่ได้ออกไปสัมผัสแสงแดดนั่นเอง
.
ซึ่งผู้เชี่ยวชาญจำนวนไม่น้อยมองว่า Sunshine Guilt คือสภาวะทางอารมณ์เชิงลบที่ไม่เพียงแต่จะสร้างความสับสนที่เกิดจากความรู้สึกขัดแย้งในใจเท่านั้น แต่ยังทำลายสุขภาวะทางใจของผู้คนได้อีกด้วย
.
เมลิสซา ฮัมเมลต์ (Melissa Hummelt) นักบำบัดจาก BetterHelp แพลตฟอร์มที่ให้คำปรึกษาด้านสุขภาพจิตกล่าวว่า Sunshine Guilt คือความเสียใจหรือความกดดันที่คนรู้สึกเมื่ออยู่ในบ้านในวันที่อากาศดี
.
ในขณะที่คลอเดีย จิโอลิตติ-ไรต์ (Claudia Giolitti-Wright) ผู้ก่อตั้งศูนย์ให้คำปรึกษา Psychotherapy for Young Women มองว่าสภาวะทางอารมณ์นี้จะสร้างเสียงรบกวนในใจที่คอยบอกว่า เราควรออกไปใช้ชีวิตข้างนอก แม้ว่าร่างกายและจิตใจจะต้องการพักผ่อนด้วยการนอนเฉยๆ ก็ตาม
.
ซึ่งต้นเหตุของสภาวะ Sunshine Guilt นี้ก็มาจากหลายสาเหตุด้วยกัน เช่น ความเครียด ภาระเกี่ยวพันจากเรื่องงาน ปัจจัยทางด้านวัฒนธรรม หรือประสบการณ์ส่วนตัวของใครหลายคน ยกตัวอย่างเช่น คนที่ไม่มีเวลาอาจจะรู้สึกโทษตัวเองที่ไม่สามารถจัดการเวลา หรือทำงานให้สำเร็จได้ ทำให้ไม่สามารถวางแผนพักผ่อนล่วงหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพ
.
อีกทั้งการได้รับแสงแดดอย่างเหมาะสมจะช่วยให้ร่างกายหลั่งเซโรโทนิน (Serotonin) หรือฮอร์โมนแห่งความสุขมากขึ้น ซึ่งช่วยในเรื่องของความรู้สึกสงบ อารมณ์ดี และโฟกัสได้ดีขึ้น จึงเป็นเหตุผลที่หลายคนรู้สึกสดใสหลังตื่นเช้าและออกมาเดินรับแสงแดด ในทางกลับกันการไม่ได้รับแสงแดด หรืออยู่แต่ในบ้านก็อาจทำให้หลายๆ คนรู้สึกเฉื่อยชา เศร้าซึม และไม่สดใสได้เช่นกัน
.
นอกจากนี้ คลอเดียยังมองว่าสภาวะนี้เป็นผลข้างเคียงจาก FOMO (Fear of Missing Out) จากสังคมที่ผลิตซ้ำภาพความสมบูรณ์แบบของวันพักผ่อน และโพสต์ลงในช่องทางโซเชียลมีเดียของตัวเอง
.
ทำให้คนในสังคมคุ้นเคยกับวัฒนธรรมการให้รางวัลกับตัวเองด้วยการกระทำ หรือภาพถ่ายสวยๆ บนโลกออนไลน์ มากกว่าการให้ความสำคัญกับความรู้สึก นี่จึงทำให้บางคนสัมผัสได้ถึงแรงกดดันว่าจะต้องออกไปเดินเล่น กินข้าวนอกบ้านกับครอบครัวหรือเพื่อนฝูง รวมถึงออกไปหาประสบการณ์ที่สร้างสรรค์นอกรั้วบ้าน
.
สำหรับคนส่วนใหญ่ สภาวะนี้อาจเป็นแค่เสียงรบกวนที่ผ่านมาแล้วก็ผ่านไป แต่คลอเดียกล่าวว่าอาการเหล่านี้อาจรุนแรงเป็นพิเศษในกลุ่มคนที่รักความสมบูรณ์แบบและมีมาตรฐานสูง คนที่ไวต่อการเปรียบเทียบทางสังคม โดยเฉพาะในสังคมออนไลน์ คนที่รู้สึกหมดไฟ คนที่ทำงานหนักเกินไป รวมถึงคนที่หมดแรงจูงใจที่จะออกไปหาประสบการณ์ใหม่ๆ ในโลกภายนอก
.
และ Sunshine Guilt อาจจะทำให้คนเหล่านี้รู้สึกเหนื่อยล้ามากขึ้น เครียดและวิตกกังวลมากกว่าเดิมในช่วงเวลาที่ควรจะได้พักผ่อนอย่างมีประสิทธิภาพก็ได้ แล้วเราจะรับมือกับสภาวะนี้ได้อย่างไร?
.
.
ปลดปล่อยตัวเองจากความรู้สึกผิด และพักผ่อนอย่างเต็มที่ตามสไตล์ ‘คนไม่มีเวลา’
.
ไม่ว่าใครก็รู้สึกนอยกับการปล่อยให้ตัวเองนอนเฉยๆ ในวันที่อากาศดี เหมาะจะออกไปสัมผัสโลกภายนอกได้ทั้งนั้น ไม่เว้นแม้แต่อะลิเชีย บิวแรนต์ (Alycia Burant) ผู้ก่อตั้งศูนย์บำบัดและให้คำปรึกษา Healthy Minds Therapy
.
อะลิเซียเล่าว่าบางครั้งเธอก็รู้สึกผิดหวังเมื่อตรวจสอบพยากรณ์อากาศแล้วพบว่าวันนี้อากาศดีมากๆ เหมือนกับว่าเธอจะมีความสุขมากกว่า เมื่อสามารถเลื่อนการพักผ่อนนอกบ้านออกไปได้ถ้าฝนตก
.
อย่างไรก็ตาม อะลิเซียรู้ตัวว่าเธอกำลังประสบกับสภาวะ Sunshine Guilt และพยายามท้าทายตัวเองด้วยวิธีใหม่ๆ มากกว่าจะยอมแพ้ต่อแรงกดดันจากภายนอกเหล่านั้น และนี่คือเทคนิครับมือกับ Sunshine Guilt ที่ผ่านการทดสอบจากผู้เชี่ยวชาญ
.
[ ] เปลี่ยนมุมมองใหม่เพราะว่า ‘การพักผ่อนไม่จำเป็นต้องอยู่นอกบ้านเสมอไป’
.
บางครั้งแรงกดดันและความรู้สึกผิดจากสภาวะ Sunshine Guilt ก็เกิดจากการที่สังคมมองว่าการนอนอยู่ในบ้านเฉยๆ คือความขี้เกียจและอาจจะพลาดโอกาสดีๆ แต่ผู้เชี่ยวชาญกลับมองว่าการพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการปล่อยวางความกดดันได้อย่างแท้จริง และไม่จำเป็นว่าจะต้องอยู่ในบ้านหรือนอกบ้าน
.
[ ] ใจดีกับตัวเองให้มากขึ้น
.
จริงอยู่ที่ความแตกต่างของเรากับสังคมรอบตัวอาจสร้างความกดดัน และเพิ่มความรุนแรงของสภาวะ Sunshine Guilt แต่ถ้าเราจัดลำดับความสำคัญของสิ่งต่างๆ ได้ดีพอก็จะพบว่า ความชอบและความต้องการขอเราเองสำคัญกว่าเสียงของสังคม การโฟกัสที่ตัวเองจะทำให้เราอิ่มเอมและมีความสุขกับวันพักผ่อนมากขึ้น และไม่รู้สึกแย่เมื่อเปรียบเทียบตัวเองกับคนอื่นๆ
.
[ ] หาความสมดุลในแบบที่เหมาะกับเรา
.
ถ้าเรารู้สึกว่าเริ่มประสบกับสภาวะ Sunshine Guilt แล้วอยากจะก้าวออกจากความรู้สึกผิด ผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้กำหนดเวลาเพื่อเพลิดเพลินกับกิจกรรมกลางแจ้งในแบบที่เหมาะกับตัวเราเอง เช่น เปิดหน้าต่าง นั่งคุยกับผู้คนที่ริมระเบียงบ้าน ดื่มกาแฟข้างหน้าต่างที่แสงแดดส่องถึง เดินเล่นเป็นระยะเวลาสั้นๆ ในช่วงเย็น สำหรับคนที่มีพลังงานหรือทรัพยากรจำกัด หรือวางแผนทริปใกล้ๆ ที่สามารถเที่ยวได้ในหนึ่งวัน สำหรับคนที่มีเวลาพักผ่อนจำกัด เป็นต้น
.
.
สุดท้ายแล้ว ไม่ว่าเราจะเป็นคนที่พักผ่อนด้วยการนอนไถมือถือ หรือออกไปสร้างประสบการณ์ใหม่ๆ และสัมผัสกับโลกภายนอก แต่การพักผ่อนที่ดีที่สุดคือการพักผ่อนที่ทำให้เราสามารถปล่อยวางความเครียด ความกดดัน และปิดเสียงของความคิดที่รบกวนเวลาอันสงบสุขของเราได้
.
แต่ก่อนที่วันพักผ่อนซึ่งนานๆ ที่จะมีเวลาว่างสักวันมาถึง เราก็ควรสำรวจความต้องการของตัวเองว่าเรามีเงื่อนไข และเป้าหมาย รวมถึงให้คุณค่าของการพักผ่อนอย่างไรกันแน่
.
การสำรวจตัวเองไม่เพียงแต่จะทำให้เราได้รู้แนวทางพักผ่อนที่เหมาะกับตัวเอง แต่ยังทำให้เรามีความสุขกับวันที่อากาศดีๆ มีแสงแดดสดใส ไม่ว่าจะอยู่ในบ้านหรือนอกบ้านก็ตาม
.
.
อ้างอิง
- Feel Guilty About Doing Nothing When It's Nice Outside? You Might Have 'Sunshine Guilt.':
Julia Ries, HuffPost - https://bit.ly/3ZoUZpt
- What is ‘Sunshine Guilt’ and Tips for Overcoming it: Emily Becker, growtherapy - https://bit.ly/4dEsHgy
- That sense of FOMO you feel on sunny days? It's called “sunshine guilt”: Perri Ormont Blumberg, today - https://on.today.com/3SGNiXX
.
.
#sunshineguilt
#trend
#missiontothemoon
#missiontothemoonpodcast