โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โบรกฯ เปิดลิสต์หุ้นส่งออก เสี่ยงเจอพิษภาษีทรัมป์ช่วงครึ่งปีหลัง หวั่น `เกษตร - อาหาร` โดนหนักสุด

efinanceThai

เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 02.34 น.

โบรกฯ เปิดลิสต์หุ้นส่งออก เสี่ยงเจอพิษภาษีทรัมป์ช่วงครึ่งปีหลัง หวั่น "เกษตร - อาหาร" โดนหนักสุด

โบรกฯ ห่วงครึ่งหลังปี 68 ส่งออกชะลอชัดเจนมากขึ้น หลังเผชิญความท้าทายจากมาตรการภาษีสหรัฐฯ จับตาหุ้นกลุ่มส่งออกอาหาร-เกษตร กระทบหนัก ห่วงฉุดกำไรลดลง พร้อมเปิดลิสต์หุ้นที่มีแนวโน้มรับผลกระทบ และกลกุ่มที่ได้รับปัจจัยบวในระยะสั้น

*** ส่งออกชะลอ หลังลูกค้ารอมาตรการภาษี

ฝ่ายวิจัย บล.ดาโอ (ประเทศไทย เปิดเผยในบทวิเคราะห์ว่า การส่งออกไทยโดยรวม เม.ย.68 โต YoY แต่ชะลอ MoM ตามคาด จากปัจจัยฤดูกาล และลูกค้าชะลอรอดูสถานการณ์ โดยมีมุมมองเป็นกลางต่อตัวเลขส่งออก เม.ย. 68 ขยายตัวYoY จากฐานต่ำ สถานการณ์ inventory ปรับตัวดีขึ้น และการขยายผลิตภัณฑ์และลูกค้าใหม่ แต่กลับมาอ่อนตัว MoM ตามคาด จากปัจจัยฤดูกาลของวันหยุดยาว การเร่งคำสั่งซื้อไปแล้วก่อนหน้า รวมถึงลูกค้าบางส่วน wait & see เพื่อรอดูสถานการณ์นโยบาย tariffs หลังจากที่มีการประกาศนโยบายต้นเดือน เม.ย. และเลื่อนใช้ 90 วัน

*** จับตาหุ้นส่งออกอาหาร-เกษตรสำหรับ Q2/68

1) กลุ่ม Pet Food ประเมินกำไรปกติจะชะลอ QoQ จากผลกระทบนโยบาย tariffs รวมถึงแนวโน้ม ITC เริ่มเห็นผลกระทบเกณฑ์ GMT,

2) TU เบื้องต้นประเมินกำไรปกติจะอ่อนตัว YoY และทรงตัว QoQ จากลูกค้าบางส่วนที่อาจชะลอคำสั่งซื้อเพื่อรอดูสถานการณ์ รวมถึงมีโอกาสเห็นผลกระทบจากเกณฑ์ GMT มากขึ้น,

3) NER กำไรปกติกลับมาอ่อนตัว QoQ ตามปัจจัยฤดูกาลและลูกค้าบางส่วนเร่งคำสั่งซื้อไปแล้วก่อนหน้านี้, และ

4)GFPT กำไรปกติจะลดลง QoQ จากปริมาณส่งออกลดลงตามฤดูกาลและลูกค้ายุโรปเร่งคำสั่งซื้อไปแล้วก่อนหน้า แต่จะถูกชดเชยบางส่วนจากต้นทุนวัตถุดิบทรงตัวต่ำ

ทั้งนี้กลุ่ม Pet Food คงน้ำหนัก “Neutral” และ Top pick ได้แก่ AAI (ซื้อ/ เป้า 6.00 บาท) หลังกำไรปกติ Q1/68 ดีกว่าคาด นอกจากนี้มีปัจจัยหนุนจากแผนซื้อหุ้นคืน

สำหรับหุ้นตัวอื่นๆ ในกลุ่ม Agri & Food แนะนำ

- TU (ถือ/เป้า 10.50 บาท) จากปี 68 ยังมีปัจจัยท้าทายจากนโยบายtariffs ของสหรัฐฯ SG&A ทรงตัวสูงจากการลงทุน transformation ต่อเนื่อง และผลกระทบจากเกณฑ์ GMT

- NER (ถือ/เป้า 5.00 บาท) โดยผลการดำเนินงานครึ่งปีหลัง มีโอกาสเห็นผลกระทบมากขึ้นจากประเด็น tariffs ขณะที่การขยายกำลังการผลิตโรงงานใหม่ในไทยล่าช้าจากแผนเดิม

- GFPT (ซื้อ/เป้า 12.00 บาท) โดยบริษัทได้รับผลกระทบจากนโยบาย tariffs ของสหรัฐฯ จำกัด และมีโอกาสได้อานิสงส์หากรัฐบาลมีนโยบายนำเข้าวัตถุดิบ เช่น ข้าวโพด จากสหรัฐฯ มากขึ้น

*** ห่วงส่งออกสินค้าเกษตร แนวโน้มหดตัวต่อเนื่อง

บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุว่า ตัวเลขส่งออกเม.ย. +10.2% ดีกว่าตลาดคาดเล็กน้อย โดย y-y ดีกว่าตลาดคาดไว้ที่ +9.1% เชื่อว่าน่าจะเป็นผลจากการเร่งส่งออกก่อนที่ภาษีทรัมป์มีผลบังคับใช้ แต่การเติบโตเริ่มชะลอตัวจาก +17.8% y-y ในเดือนก่อนหน้า รวมถึงมีแนวโน้มชะลอต่อเนื่องในเดือนถัดๆไป

มูลค่าส่งออกสินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตรเดือน เม.ย. -8.4% y-y หดตัวเป็นเดือนที่ 2 โดยสินค้าเกษตร -19.6% y-y หดตัวเป็นเดือนที่ 4 ส่วนสินค้าอุตสาหกรรมเกษตร +9.1% y-y สินค้าที่ขยายตัวดี นำโดย ยางพารา ไก่สด แช่เย็น แช่แข็ง และแปรรูป น้ำตาลทราย อาหารสัตว์เลี้ยง ส่วนสินค้าที่หดตัว นำโดย ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็ง และแห้ง และข้าว

*** ครึ่งปีหลังส่งออกเผชิญความท้าทายสงครามการค้า

บล.ยูโอบีเคย์เฮียน ระบุว่า การส่งออกไทยเริ่มเห็นสัญญาณการชะลอตัว ตัวเลขการส่งออกเดือน เม.ย. ขยายตัว +10.2% yoy ต่ำกว่า Bloomberg Consensus ที่ +12.2% yoy และเดือนก่อนหน้าที่ +17.8% yoy ขณะที่ ครึ่งปีหลัง อาจเผชิญกับความท้าทายที่มากขึ้นจากผลของสงครามการค้า

ประเมินสัปดาห์นี้ SET Index จะแกว่ง sideway ถึง sideway down จากปัจจัยทางด้านการเมือง, ภาษีการค้า และการขาด Catalyst ในประเทศ ในช่วงนี้ จึงคงแนะนำเลือกซื้อลงทุนเป็นรายตัว โดยเน้นสะสมหุ้นที่ Valuation ถูก De-rating ลงมามาก, อิงเศรษฐกิจต่างประเทศ และไม่ได้รับผลกระทบจากภาษีการค้า รวมถึงหุ้นกลุ่ม Defensive ที่มีความเสี่ยงต่อการถูกปรับลดประมาณการต่ำ และมี Dividend Yield รองรับ

การลงทุนยังเน้นเลือกหุ้นที่มีความเสี่ยงปรับลดประมาณการต่ำ อาทิ หุ้นปลอดภัย (โรงไฟฟ้า / สื่อสาร) หรือหุ้นที่มีการถือครองต่ำ (โรงกลั่น / ปิโตรเคมี): ด้วยผลประกอบการไตรมาส 1/68 ที่ดูอ่อนแอในภาพรวม (จำนวนหุ้นที่กำไร +YoY เพียง 32% เท่านั้น) ทำให้เรายังมองระวังต่อการปรับลดเป้าหมาย หรือปรับลดประมาณการกำไร ที่อาจเกิดขึ้นหลังประกาศผลประกอบการ

ทั้งนี้ยังมองหุ้นที่ยังมีโอกาสลงทุน อยู่ในกลุ่มหุ้นปลอดภัยและที่มีการถือครองต่ำ ซึ่งได้แก่ ADVANC, TRUE, EGCO, RATCH, GUNKUL, PTTGC, SCC, IVL, SCGP, TOP, SPRC

*** กรุงศรี เผยหุ้นรับอานิสงส์ส่งออกรายกลุ่มยังโต

บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า หากพิจารณารายกลุ่มสินค้าพบว่ามีกลุ่มธุรกิจที่ยอดส่งออกดีและดีเกินคาดตามที่เราประเมินไว้ อาทิ

กลุ่มอิเล็กฯ มียอดส่งออกชิ้นส่วนและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เดือน เม.ย. +75.2%y-y (4เดือน +64.3%), แผงวงจรไฟฟ้า +39%y-y (4 เดือน +28.1%) เป็นบวกต่อ DELTA, KCE, HANA

ตามด้วยกลุ่มน้ำมะพร้าว +43%y-y (4 เดือน +44%) บวกต่อ MALEE , COCOCO,

ยางพารา +22.5%y-y(4 เดือน +30.1%) เป็นบวกเล็กน้อยต่อ STA, NER,

ไก่สดแช่เย็น +8.6%y-y (4 เดือน +8.8%y-y) บวกเล็กน้อยต่อ CPF, GFPT

สินค้าในกลุ่มอาหารสัตว์เลี้ยง +10.1%y-y(4 เดือน +12.1%) บวกเล็กน้อยต่อ AAI, ITC

เรียบเรียง โดย จารุวรรณ เอี่ยมยิ่งพานิช
อีเมล์. charuwan@efinancethai.comอนุมัติ โดย สุรเมธี มณีสุโข
ดูข่าวต้นฉบับ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...