โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

จีน-อียู เร่งขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ฝ่าสงครามภาษีสหรัฐ ลงทุนพุ่ง 47% สูงสุดรอบ 8 ปี

การเงินธนาคาร

อัพเดต 27 พ.ค. 2568 เวลา 08.34 น. • เผยแพร่ 27 พ.ค. 2568 เวลา 01.34 น.

จีน-อียู เร่งขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ฝ่าสงครามภาษีสหรัฐ โดยการลงทุนจากจีนในยุโรปปี 2567 เพิ่มขึ้น 47% แตะ 10,000 ล้านยูโร

วันที่ 26 พฤษภาคม 2568 เวลา 23.01 น. สำนักข่าว China Daily รายงานว่า จีนและสหภาพยุโรป (EU) กำลังยกระดับความร่วมมือในช่วงเวลาที่สหรัฐเพิ่มแรงกดดันด้านภาษีและการค้าโลกมีแนวโน้มแตกแยกมากขึ้น โดยผู้เชี่ยวชาญกล่าวว่า นี่สะท้อนถึงพันธกิจร่วมกันของจีนและ EU ที่มุ่งสู่ความเปิดกว้าง เสถียรภาพ และผลประโยชน์ร่วมกันในโลกที่ไม่แน่นอนมากขึ้นเรื่อย ๆ

ในปี 2567 การลงทุนจากจีนใน EU เพิ่มขึ้น 47% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า คิดเป็นมูลค่า 10,000 ล้านยูโร หรือประมาณ 1.14 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ ถือเป็นการฟื้นตัวครั้งสำคัญครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2559

การเติบโตดังกล่าวขับเคลื่อนโดยการลงทุนแบบ “Greenfield” ที่ทำสถิติสูงสุด และการฟื้นตัวของการควบรวมและซื้อกิจการ (M&A) ซึ่งสะท้อนให้เห็นถึงความสอดคล้องทางเศรษฐกิจที่ยังคงมีอยู่ระหว่างทั้งสองฝ่าย ตามรายงานร่วมจาก Rhodium Group ในนิวยอร์ก และสถาบันวิจัย Mercator Institute for China Studies ของเยอรมนี (หมายเหตุ: การลงทุนแบบ Greenfield คือการที่บริษัทแม่ไปตั้งธุรกิจใหม่จากศูนย์ในประเทศปลายทาง)

นักวิเคราะห์ระบุว่า แนวโน้มนี้ตอกย้ำถึงความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์ของความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างจีน-อียู ในช่วงที่นโยบายภาษีฝ่ายเดียวของสหรัฐเสี่ยงทำลายห่วงโซ่อุปทานโลก ทั้งยังชี้ว่า การเสริมสร้างความร่วมมือในด้านพลังงานสะอาด โครงสร้างพื้นฐานดิจิทัล และการผลิตอัจฉริยะ จะไม่เพียงตอบโจทย์การพัฒนาของทั้งสองฝ่าย แต่ยังช่วยปกป้องระบบการค้ามหภาคอีกด้วย

การลงทุน Greenfield ของจีนในยุโรปเพิ่มขึ้นต่อเนื่องเป็นปีที่ 3 และแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 5.9 พันล้านยูโร ขณะที่การควบรวมและซื้อกิจการเพิ่มขึ้นมากกว่าสองเท่าในปี 2567 อยู่ที่ 4.1 พันล้านยูโร

บริษัท Contemporary Amperex Technology (CATL) ผู้ผลิตแบตเตอรี่รายใหญ่ของจีน เป็นนักลงทุนรายใหญ่ที่สุดในปี 2567 โดยคิดเป็น 16% ของการลงทุนรวม ส่วนใหญ่เป็นโครงการก่อสร้างโรงงานผลิตแบตเตอรี่ในฮังการี

ศาสตราจารย์ Ting Chun ผู้อำนวยการศูนย์ศึกษา EU แห่งมหาวิทยาลัยฟู่ตั้นในเซี่ยงไฮ้ กล่าวว่า“จีนและอียูมีจุดร่วมจำนวนมาก และมีศักยภาพความร่วมมืออย่างมหาศาลในด้านพลังงานสีเขียว การผลิตอัจฉริยะ และปัญญาประดิษฐ์”

ข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์จีนระบุว่า ณ สิ้นปี 2567 บริษัทในอียูได้ลงทุนในจีนรวมแล้วมากกว่า 150,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐ

อาจารย์ Ting กล่าวเพิ่มเติมว่า จีนและยุโรปควรจับมือกันเพื่อปกป้องเสถียรภาพของระบบการค้ามหภาคและห่วงโซ่อุตสาหกรรมโลก แทนที่จะปล่อยให้ข้อพิพาททางการค้าบานปลายกลายเป็นความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์

เมื่อเดือนก่อน จีนและ EU ได้เสนอแนวคิดยกเลิกภาษีนำเข้ารถยนต์ไฟฟ้าจากจีน โดยอาจผ่านกลไก “price undertakings” หรือการกำหนดราคาขั้นต่ำสำหรับรถนำเข้า

รายงานยังระบุว่า การลงทุนของจีนในยุโรปอาจเพิ่มขึ้นอีกในปี 2568 หากความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับอียูดีขึ้นจากผลของสงครามการค้าใหม่ที่สหรัฐจุดขึ้น

Simon Lichtenberg ประธานผู้ก่อตั้งหอการค้าประเทศเดนมาร์กในจีน กล่าวกับสื่อ China Daily ว่า ยุโรปตระหนักถึงปัญหาการพึ่งพาสหรัฐมากเกินไปในอดีต และตอนนี้ต้องการสร้างจุดยืนที่มีอิสระมากขึ้น

เขากล่าวว่า ความคิดที่เปลี่ยนไปนี้เปิดโอกาสให้เกิดความร่วมมือที่แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นระหว่างจีนกับยุโรป ซึ่งทั้งสองฝ่ายต่างต้องปรับตัวท่ามกลางภูมิรัฐศาสตร์ที่ซับซ้อน
“ความสามารถในการผลิตของจีนโดดเด่นมาก อาจเรียกได้ว่าดีที่สุดในโลก” เขากล่าว “ถ้าเราไม่ใช้ประโยชน์จากจุดนี้ ก็เท่ากับเสียโอกาสสำคัญในห่วงโซ่มูลค่าระดับโลก”

“ตอนนี้มากกว่าที่เคย เราจำเป็นต้องรักษาการค้าโลก” เขากล่าวเสริม “หากเราทำงานร่วมกัน เราทุกคนจะชนะ”

ด้าน เหยา หลิง ผู้อำนวยการสถาบันยุโรปแห่ง Chinese Academy of International Trade and Economic Cooperation กล่าวว่าจีนและ EU รวมกันมีขนาดเศรษฐกิจคิดเป็นกว่าหนึ่งในสามของ GDP โลก และมีปริมาณการค้ารวมกันมากกว่าหนึ่งในสี่ของการค้าโลก ซึ่งแสดงให้เห็นถึงความสำคัญในฐานะหุ้นส่วนเศรษฐกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเสริมสร้างความร่วมมือในกรอบระบบการค้ามหภาค จะสามารถบรรเทาผลกระทบจากนโยบายภาษีที่ไม่แน่นอนและฝ่ายเดียวของสหรัฐฯ ได้

อ้างอิง : enapp.chinadaily.com.cn

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...