"วีระ" นำผู้เสียหายร้อง "บิ๊กตู่" ถูกที่ปรึกษาของนายกฯ หลอกเงิน
"วีระ" นำผู้เสียหายร้อง "บิ๊กตู่" ถูกที่ปรึกษาของนายกฯ หลอกเงิน โวยถูกหลอกเงิน 2 ล้าน "แรมโบ้" สวนทันควันตกเป็นเหยื่อเอง
เมื่อวันที่ 3 ก.พ. 2566 เมื่อเวลา 11.15น. ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของทำเนียบรัฐบาล นายวีระ สมความคิด อดีตประธานยุทธศาสตร์แผนงานต้านคอร์รัปชั่นพรรคเสรีรวมไทย ยื่นหนังสือ ถึง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและรมว.กลาโหม เพื่อเปิดเผยพฤติกรรมคนสนิทของพล.อ.ประยุทธ์ โดยนายวีระกล่าวว่า มีผู้มาร้องเรียนกับตนว่า ถูกหลอกว่าสามารถวิ่งเต้นให้ชนะการประกวดราคาโครงการของรัฐได้ในปีงบประมาณ 2563 มูลค่าเกือบ 600 ล้านบาท แต่สุดท้ายไม่ได้ชนะการประกวดราคาดังกล่าว แต่เมื่อมีการทวงถามเพื่อขอเงินคืน ปรากฏว่าไม่ได้รับเงินคืนแต่อย่างใด และยังถูกทำร้ายร่างกายอีก โดยก่อนหน้านี้นายเสกสกล อัตราวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี ได้ให้ผู้ใหญ่คนหนึ่งโทรศัพท์หาตนเพื่อเคลียร์เป็นการส่วนตัว แต่ตนก็ยืนยันว่าไม่ขอเคลียร์ส่วนตัว เพราะคิดว่าหากไปเคลียร์ส่วนตัวแล้วจะถูกอุ้มฆ่า ตนจึงเลือกมาพบนายเสกสกลที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อให้นายเสกสกลได้มีโอกาสชี้แจง อย่างไรก็ตามเรื่องนี้ ผู้เสียหายเคยยื่นร้องเรียนต่อหน่วยงานอื่นมาแล้ว และเมื่อช่วงกลางเดือนเม.ย. 2565 แต่ถูกล้อบบี้ว่านายเสกสกลจะยอมจ่ายเงินคืนเพื่อยุติเรื่อง และถึงวันนัดเคลียร์ คือวันที่นายเสกสกลไปสมัครเข้าเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ผู้เสียหายไปดักรอเพื่อเคลียร์ แต่นายเสกสกลได้ให้ลูกน้องมาขอร้องเขาว่าอย่าเพิ่งเข้ามาร้องเรียน พร้อมรับปากจะคืนเงินให้ กระทั่งเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ได้เจอกับนายเสกสกลที่ร้านอาหารแห่งหนึ่งย่านจตุจักร โดยนายเสกสกลก็ทำท่าพูดดีกับผู้เสียหาย แต่สุดท้ายเข้ามาล็อคคอ และทำร้ายร่างกายผู้เสียหาย จนทำให้ผู้เสียหายนั้นทนไม่ได้จึงได้มาร้องเรียนกับตน
ด้าน นายเอก(นามสมมติ) ผู้เสียหาย เปิดเผย ว่า ก่อนหน้านี้ตนมายื่นเรื่องศูนย์รับเรื่องร้องทุกข์ของรัฐบาล กรณีข้อติดขัดจากการประมูลโครงการกำจัดขยะมูลฝอย ของกทม. ซึ่งได้ไปพบนายเสกสกล และนายเสกสกล รับปากจะช่วยเหลือ ตนต้องเสียเงินให้นายเสกสกล ประมาณ 2 ล้านบาท ที่ผ่านมาพยายามทวงถามเงิน แต่เรื่องก็เงียบ จนล่าสุดเมื่อวันจันทร์ ที่ผ่านมา ตนไปไปดักเจอนายเสกสกล แต่กลับถูกล๊อกคอแล้วก็หนีมาได้ จึงออกมาร้องเรียนต่อนายวีระ เพราะเกรงเรื่องความไม่ปลอดภัย และไม่ต้องการให้ใครตกเป็นเหยื่อนายเสกสกลอีก
ต่อมาเวลา 13.00น. ที่ทำเนียบรัฐบาล นายเสกสกล อัตราวงศ์ ที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี แถลงข่าวชี้แจงว่า ตนเป็นฝ่ายถูกขู่กรรโชกทรัพย์ เรื่องนี้เกิดช่วงเดือน ม.ย. 65 เป็นช่วงเดียวกับที่ตนมีประเด็นเรื่องคลิปเสียง จึงไปแจ้งความไว้ที่สน.ดุสิต เมื่อวันที่ 6 เม.ย. ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการตามขั้นตอน ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียก นายเอกลักษณ์ มาให้ข้อมูล อีกทางหนึ่งก็มีผู้ใหญ่บอกว่าจะเคลียร์เรื่องดังกล่าวให้ นึกว่าจะจบแต่กลับมาเล่นงานตนในช่วงนี้อีก ไม่ทราบว่าเป็นเพราะอะไร ที่สำคัญไม่รู้ว่านายเอกลักษณ์เสียหายอะไร ตนไม่เคยรับอะไรมาจากนายเอกลักษณ์ เพราะนายเอกลักษณ์อ้างว่า “เฮียบุ๊ง” คือผู้ที่เสียหายแต่ยืนยันตนไม่เคยรับอะไรจากเฮียบุ๊งเช่นเดียวกัน ที่สำคัญ “เฮียบุ๊ง” ก็เป็นพยานให้กับตนที่สน.ดุสิต อย่างไรก็ตามนายเอกลักษณ์ คุกคามตนมาถึง 3 ครั้ง โดยเฉพาะช่วงตนมาเป็นที่ปรึกษาของนายกฯ คือตอนตนไปสมัครเป็นสมาชิกพรรครวมไทยสร้างชาติ ครั้งที่ 2 คือวันที่ พล.อ.ประยุทธ์ เปิดตัวร่วมพรรค และครั้งที่ 3 ที่ร้านกาแฟแห่งหนึ่งย้านลาดพร้าว ตนได้แจ้งความดำเนินคดีไว้หมด เมื่อนายเอกลักษณ์รู้ว่าตนแจ้งความไว้ ก็ไปแจ้งความตนข้อหาทำร้ายร่างกายอีก 7 วันให้หลัง ประเด็นนี้ตนจะแจ้งความกลับ แก๊งนี้ต้องเอาให้คุกให้ได้ไม่ปล่อยไว้ ส่วนนายวีระ ก็ตกเป็นเครื่องนี้ของเขาโดยไม่มีการตรวจสอบ ไม่เข้าใจว่าหวังผลทางการเมืองดิสเครดิตตนในช่วงที่ทำงานการเมืองให้พรรครวมไทยสร้างชาติหรือไม่ ส่วนที่อ้างข้อความไลน์นั้น ยืนยันไม่ใช่ของจริงไม่ใช่ไลน์ของตนใครจะทำขึ้นมาก็ได้ สำหรับที่ขู่เปิดคลิปเสียงนั้นตนเองก็มีไว้ทั้งหมดแต่ที่ยังไม่เปิดกลับเสียรูปคดี ยืนยันตนคือผู้บริสุทธ์ 100% หลังจากนี้จะเอาแก๊งนี้เข้าคุกให้หมด