โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ชาวไทดำสุราษฎร์ธานีทวงถามความยุติธรรม กรณีรัฐติดประกาศไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่ ไร้ที่ดินทำกิน พร้อมปักหลักชุมนุมหน้า UN

The Momentum

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 12.32 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 05.32 น. • THE MOMENTUM

เมื่อวานนี้ (22 เมษายน 2568) เครือข่ายสื่อชนเผ่าพื้นเมือง (Indigenous Media Network: IMN) รายงานสถานการณ์ล่าสุดของชาวไทดำจากจังหวัดสุราษฎร์ธานี ที่ปักหลักชุมนุมค้างคืน บริเวณอาคารสหประชาชาติ (United Nations: UN) ในประเทศไทย ตั้งแต่วันที่ 20 เมษายน เพื่อเรียกร้องสิทธิที่ดินทำกิน หลังนายอำเภอติดประกาศไล่ประชาชนออกจากพื้นที่

ก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 21 เมษายนที่ผ่านมา กลุ่มชาติพันธุ์ไทดำส่งตัวแทน 20 คน ไปที่พรรคภูมิใจไทยเพื่อยื่นหนังสือถึง อนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ซึ่งมี สิรวิชญ์ บ่อถ้ำ หัวหน้าฝ่ายประสานงานพรรคภูมิใจไทยเป็นตัวแทนรับหนังสือ

ในขั้นตอนการยื่นหนังสือ อิสรีย์ พรายงาม เปิดเผยเหตุผลที่พวกเขาเดินทางมากรุงเทพฯ ว่า ชาวไทดำถูกไล่ที่อยู่อาศัยมานานกว่า 70 ปี โดยมีจุดเริ่มต้นเมื่อปี 2529 ภายหลังมีประกาศจากหนังสือสำคัญสำหรับที่หลวง (น.ส.ล.) ทับที่ดินทำกิน แต่ที่ผ่านมา ชาวบ้านพยายามเจรจาหาทางออกร่วมกับทางการมาโดยตลอด

กระทั่งในวันที่ 2 มีนาคมที่ผ่านมา ฝ่ายปกครองได้ติดประกาศ ‘ไม่อนุญาต’ ให้ชาวไทดำ ในหมู่ 1 และหมู่ 4 ของตำบลทรัพย์ทวี อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี อยู่อาศัยอีกต่อไป โดยให้เวลา 30 วันในการย้ายออก ซึ่งปัจจุบันครบเงื่อนเวลาที่กำหนดแล้ว จึงเป็นเหตุให้ชาวบ้านรู้สึกเป็นกังวล

“ที่ผ่านมาไม่เคยรุนแรงถึงขนาดที่มาติดป้ายไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่แบบนี้ เขาไม่มีการแจ้งให้เราทราบล่วงหน้าเลย ทั้งๆ ที่ประเด็น น.ส.ล.มีการสอบสวนจากผู้มีอำนาจหน้าที่คือ ผู้ว่าราชการจังหวัดและรัฐมนตรีมหาดไทยแล้วว่า ระบุผิดตำแหน่ง ผมจึงตั้งข้อสังเกตว่า ทำไมทางอำเภอถึงไม่มีการทำงานประสานงานกับส่วนกลาง”

ด้าน จันทรันต์ รู้พันธ์ ผู้ประสานงานกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ ชุมชนไทดำ หมู่ 1 และ 4 ที่ได้รับผลกระทบกล่าวว่า ที่ผ่านมา ฝกลุ่มชาติพันธุ์ไทดำในนามกลุ่มสัจจะออมทรัพย์ไทดำ เข้าร่วมกับขบวนการประชาชนเพื่อสังคมที่เป็นธรรม (P-move) เพื่อเจรจาแก้ไขปัญหาที่ยืดเยื้อระหว่างกับรัฐมาตลอด โดยมีการตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาจนถึงปี 2564 และได้ข้อสรุปว่า ประกาศ น.ส.ลในปี 2529, 2547 และ 2748 ผิดพลาด ทำให้มีมติคณะรัฐมนตรีในวันที่ 16 ตุลาคม 2566 ให้ดำเนินการแก้ไขเพื่อยุติข้อพิพาท ผ่านการลงนามความเห็นชอบทั้งระดับอำเภอ จังหวัด และกระทรวง นำไปสู่การทำแผนที่ใหม่เพื่อเพิกถอน น.ส.ล.ปี 2529 เป็นจำนวน 1,318 ไร่

ทั้งนี้รายละเอียดในหนังสือที่ยื่นให้กับพรรคภูมิใจไทยสรุปได้ดังต่อไปนี้

1. ขอให้มีการตรวจสอบการดำเนินการสั่งขับไล่รื้อถอนที่อยู่และผลอาสิน ซึ่งอยู่ระหว่างการแก้ไขปัญหาของรัฐบาลภายใต้กระทรวงมหาดไทย ถือเป็นการขัดกับมติคณะรัฐมนตรีและมติของคณะกรรมการที่กำลังดำเนินการแก้ปัญหาอยู่ ขณะที่ในระหว่างการตรวจสอบ ขอให้นายอำเภอบ้านนาเดิม กลับมาทำงานในกรมการปกครอง จนกว่าปัญหาจะแก้แล้วเสร็จ

2. ขอให้อนุกรรมการแก้ปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ ที่ดินเอกชนปล่อยทิ้งร้าง และปัญหาความรับผิดชอบของกระทรวงมหาดไทย เร่งแก้ไขกรณีปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์ทุ่งปากขอ อำเภอบ้านนาเดิม จังหวัดสุราษฎร์ธานี

สำหรับความเคลื่อนไหวล่าสุดเมื่อวานนี้ (22 เมษายน 2568) ชาวไทดำจำนวน 70 คน เดินจากอาคาร UN ไปยังทำเนียบรัฐบาล โดยมีตัวแทน 3 คน ได้แก่ อิสรีย์, จันทรัตน์ และยายหีต ผู้ใหญ่อาวุโสของชุมชน เพื่อเข้าหารือกับ ประเสริฐ จันทรรวงทอง รองนายกฯ และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในฐานะประธานคณะกรรมการนโยบายที่ดินแห่งชาติ ร่วมกับรองผู้ว่าการจังหวัดสุราษฎร์ธานี และปลัดอำเภอในระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์

จันทรัตน์เปิดเผยว่า ฝ่ายราชการยืนยันว่า การติดป้ายไม่ให้ชาวไทดำเข้าไปอยู่ในพื้นที่หมู่ 1 และ 4 เป็นไปตามคำสั่งศาลปกครอง ซึ่งมีจุดเริ่มต้นในปี 2561 หลังมีคำสั่งการให้พื้นที่ดังกล่าวทำแก้มลิงเพื่อรองรับน้ำ ขณะที่มีการทำลายทรัพยากรที่ชาวบ้านปลูกไว้ จึงตัดสินใจยื่นฟ้องศาลปกครอง แต่พบว่า ศาลสั่งยกฟ้องและอ้างว่า ชาวบ้าน ‘ไม่มีเอกสารสิทธิ’ และได้รับอนุญาตให้อยู่ในที่ดินแห่งนี้

“ทางจังหวัดยืนยันเหมือนเดิมว่า น.ส.ล.ถูกต้องตามตำแหน่ง ที่ต้องปราบปรามชาวบ้าน เพราะเป็นคำสั่งของศาลปกครอง”

จันทรัตน์กล่าวว่า คำวินิจฉัยไม่ได้เกี่ยวข้องกับสิทธิที่ดินทำกิน แต่เจ้าหน้าที่หยิบประเด็นดังกล่าวมาขับไล่ประชาชนออกจากพื้นที่

ขณะที่ ประยงค์ ดอกลำใย ที่ปรึกษา P-move เสริมว่า ขณะนี้ฝ่ายการเมืองรับรู้ปัญหาแล้ว ขณะที่มีทิศทางจากฝั่งรัฐบาลและหน่วยงานราชการในพื้นที่พยายามหาทางออกร่วมกัน แต่ติดปัญหาที่องค์กรอิสระคือ สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เพราะสามารถเอาผิดนายอำเภอตามประมวลกฎหมายมาตรา 157 ในฐานปฏิบัติหน้าที่มิชอบได้ หากไม่ขับไล่ชาวบ้านออกจากพื้นที่

สำหรับประเด็นที่ต้องจับตามองในวันนี้คือ กระทรวงมหาดไทยจะมีการประชุมคณะอนุกรรมการแก้ปัญหาที่ดินสาธารณประโยชน์และเอกชนปล่อยทิ้งร้าง ซึ่งผลสรุปอาจส่งผลกระทบต่อชะตากรรมของชาวไทดำอย่างแน่นอน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...