โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไตรมาส 1 ปี 68 จีดีพีภาคเกษตร พุ่ง 3% ลุ้นผลเจรจาทรัมป์ หวั่นกระทบราคา

Khaosod

อัพเดต 23 เม.ย. 2568 เวลา 09.24 น. • เผยแพร่ 23 เม.ย. 2568 เวลา 09.20 น.

สศก.ชี้ จีดีพีภาคเกษตร ไตรมาส 1 ปี 68 พุ่ง 3% ลุ้นเจรจาภาษีทรัมป์ หวั่นกระทบเศรษฐกิจการเกษตร ราคาหน้าฟาร์ม ฉุดขีดความสามารถแข็งขัน

นายฉันทานนท์ วรรณเขจร เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า ภาวะเศรษฐกิจการเกษตร ( จีดีพีภาคเกษตร ) ไตรมาส 1 ปี 2568 (ม.ค.- มี.ค.) ขยายตัวประมาณ 3% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน เนื่องจากสถานการณ์ลานีญา ที่ทำให้มีฝนตกมาก น้ำในอ่างและแหล่งน้ำตามธรรมชาติเอื้ออำนวยต่อการเพาะปลูก

ส่งผลให้ทั้งปี 2568 จีดีพีภาคเกษตรจะขยายตัว 1.8-2.8% จากปีก่อนที่มีการขยายตัว -1% ซึ่งทั้งหมดนี้ เป็นการคาดการณ์ก่อน นายโดนัล ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐจะประกาศขึ้นภาษี

ทั้งนี้ หากสรุปแล้วสหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีกับไทยในอัตรา 10% ซึ่งในภาพรวมแล้วจะไม่กระทบกับจีดีพีเกษตร เพราะสินค้าเกษตรไทยยังแข่งขันได้ในตลาสหรัฐอเมริกา เช่นกรณีข้าวที่มีคู่แข่งสำคัญ คือเวียดนาม แต่ข้าวไทยกับข้าวเวียดนามก็อยู่กันคนละตลาดกับเวียดนาม เพราะคุณภาพข้าวของไทยที่ดีกว่า กลุ่มผู้บริโภคที่ต้องการก็จะคนละกลุ่มกับข้าวเวียดนาม

หากผลสรุปออกมาว่า สหรัฐอเมริกาประกาศขึ้นภาษีนำเข้าจากไทยที่อัตรา 36% ก็จะมีผลกระทบต่อการส่งออกและขีดความสามารถการแข่งขันสินค้าเกษตรของไทย และอาจจะสะท้อนมายังราคาที่เกษตรได้รับหน้าฟาร์มในที่สุด ซึ่งจะสะท้อนมายังภาพรวมจีดีพีภาคเกษตร แต่จะให้สรุปหรือเดาตอนนี้คงยังไม่ได้ เพราะ สหรัฐอเมริกา ยังมีความไม่แน่นอน

“ต้องยอมรับว่าไทยยังมีความต้องการสินค้าเกษตรอีกจำนวนมาก หากต้องนำเข้าจากสหรัฐอเมริกา เช่น ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ ถั่วเหลือง ธัญพืช อื่นๆ ก็จะลดผลกระทบลงได้บ้าง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ได้จัดทำท่าที ให้กับทีมเจรจาภาษีทรัมป์ที่มี นายพิชัย ชุณหวชิร รมว.คลังและรองนายกรัฐมนตรี ในฐานะหัวหน้าทีมเจรจาไปหมดแล้ว ท่าทีที่เสนอนั้นยึดผลประโยชน์ของเกษตรกรเป็นที่ตั้ง”

นายฉันทานนท์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าเศรษฐกิจโลกที่มีทิศทางชะลอตัว มาตรการกีดกันทางการค้าที่เข้มงวดมากขึ้น และสงครามการค้าระหว่างสหรัฐอเมริกาและจีน ที่อาจส่งผลต่อโซ่อุปทานโลกและการค้าระหว่างประเทศ รวมทั้งการส่งออกสินค้าเกษตรและผลิตภัณฑ์ของไทย ซึ่งกระทรวงเกษตรฯ ได้วางแนวทางขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรทั้งในระยะเร่งด่วน

อาทิ เตรียมพร้อมรับมือต่อความแปรปรวนของสภาพอากาศและสถานการณ์ภัยพิบัติทางธรรมชาติ การรับมือและเฝ้าระวังกับสถานการณ์โรคใบร่วงยางพารา การแก้ปัญหาการขาดแคลนท่อนพันธุ์มันสำปะหลัง การลดต้นทุนการผลิต การปราบปรามการลักลอบนำเข้าสินค้าเกษตรผิดกฎหมาย การเตรียมพร้อมเพื่อรองรับสถานการณ์โลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

รวมทั้งการขับเคลื่อนการพัฒนาภาคเกษตรในระยะต่อเนื่อง อาทิ การจัดสรรที่ดินให้เกษตรกรสามารถมีที่ดินทำกินของตนเอง การพัฒนาระบบการประกันภัยภาคการเกษตร การส่งเสริมการผลิต การแปรรูป และการตลาดที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก การบริหารจัดการน้ำอย่างมีประสิทธิภาพ การส่งเสริมเกษตรกร สถาบันเกษตรกรเป็นผู้ให้บริการทางการเกษตรแบบครบวงจร

การยกระดับสินค้าเกษตรให้มีคุณภาพ ปลอดภัย และต่อยอดสู่เกษตรมูลค่าสูง การส่งเสริมการรวมกลุ่มและเชื่อมโยงเครือข่ายการผลิตและการตลาด ตลอดจนการส่งเสริมการพัฒนา Soft Power จากภาคเกษตร เป็นต้น

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ไตรมาส 1 ปี 68 จีดีพีภาคเกษตร พุ่ง 3% ลุ้นผลเจรจาทรัมป์ หวั่นกระทบราคา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...