โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แม่ค้าขนมไทย หอบขนม 470 กล่อง เอาผิดแม่ค้า หลอกสั่งขนมไม่จ่ายเงิน

Khaosod

อัพเดต 06 พ.ค. 2568 เวลา 04.54 น. • เผยแพร่ 06 พ.ค. 2568 เวลา 01.37 น.
แม่ค้าขนมไทย หอบขนม 470 กล่อง เอาผิดแม่ค้า หลอกสั่งขนมไม่จ่ายเงิน

แม่ค้าขนมไทย เดือด หอบขนม 470 กล่อง เอาผิดแม่ค้าสาวตลาดดัง หลอกสั่งทำขนมขายแต่ไม่จ่ายเงิน อดีตนายจ้าง แฉซ้ำ แฝงตัวเป็นลูกจ้าง ก็อปปี้สูตรอาหาร เปิดร้านแข่ง

วันที่ 6 พ.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้รับแจ้งจาก น.ส.อนุสรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี แม่บ้านซึ่งมีอาชีพรับทำขนมไทย เมื่อวันที่ 5 พ.ค.ที่ผ่านมา ว่า ตนได้รับความเสียหายจากการลงทุนทำขนมไทยเป็นเงินหลายพันบาท

หลังจากถูก น.ส.ภรณ์ชนก (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 25 ปี คู่กรณีซึ่งอ้างตัวว่าเป็นแม่ค้าขายของอยู่ในตลาดเซฟวัน โรบินสันศรีสมาน อ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ติดต่อเข้ามาหาตนทางข้อความเฟซบุ๊กเมื่อวันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา เพื่อจะสั่งทำขนมไทยกับตนจำนวน 470 กล่อง เป็นเงินจำนวน 3,800 บาท

แม่ค้าขนมไทย เดือด หอบขนม 470 กล่อง เอาผิดแม่ค้าสาวตลาดดัง หลอกสั่งทำขนมขายแต่ไม่จ่ายเงิน อดีตนายจ้าง แฉซ้ำ แฝงตัวเป็นลูกจ้าง ก็อปปี้สูตรอาหาร เปิดร้านแข่ง

แม่ค้าขนมไทย เดือด หอบขนม 470 กล่อง เอาผิดแม่ค้าสาวตลาดดัง หลอกสั่งทำขนมขายแต่ไม่จ่ายเงิน อดีตนายจ้าง แฉซ้ำ แฝงตัวเป็นลูกจ้าง ก็อปปี้สูตรอาหาร เปิดร้านแข่ง

โดยให้ตนนำขนมไทยมาส่งที่บูธขายสินค้าในตลาดนัดดังกล่าวในวันที่ 4 พ.ค. ซึ่งหลังจากตนนำขนมไทยมาส่งให้ตามที่ น.ส.ภรณ์ชนก ออเดอร์ไว้ ซึ่งมีการตกลงกันไว้ว่าจะจ่ายเงินค่าขนมทั้งหมดให้ทันทีที่นำขนมมาส่ง

แต่ปรากฏว่า เมื่อตนนำขนมมาส่งให้ตามที่ตกลงในช่วงบ่าย แต่กลับถูก น.ส.ภรณ์ชนกบ่ายเบี่ยงด้วยข้ออ้างต่าง ๆ นานา ก่อนจะนัดหมายจ่ายเงินค่าสั่งทำขนมทั้งหมดให้กับตนในเวลา 17.00 น. โดยมีลูกจ้างของ น.ส.ภรณ์ชนกมารับสินค้าไว้

จากนั้นเมื่อตนรอถึงเวลานัดหมาย 17.00 น. กลับไม่สามารถติดต่อกับ น.ส.ภรณ์ชนกได้อีกเลย ทำให้ตนต้องกลับไปนำขนมทั้งหมดคืนแล้วหอบถุงขนมทั้งหมดเดินทางไปเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด เพื่อดำเนินคดีกับ น.ส.ภรณ์ชนกที่ทำให้ตนเกิดความเสียหาย

น.ส.อนุสรา กล่าวว่า สาเหตุที่ตนหลงเชื่อ น.ส.ภรณ์ชนก เป็นเพราะก่อนหน้านี้ น.ส.ภรณ์ชนกได้เคยติดต่อให้ตนทำขนมไทยบรรจุกล่องเพื่อนำไปขายที่ตลาดนัดแห่งนี้ช่วงสิ้นเดือนเม.ย.มาแล้วครั้งหนึ่ง โดยในครั้งแรกนั้น น.ส.ภรณ์ชนกได้สั่งทำขนมไทยกับตนในลักษณะนี้เช่นกัน ซึ่งตนได้เรียกเงินค่าวัตถุดิบค่าวางมัดจำเอาไว้ก่อนครึ่งหนึ่ง และจ่ายส่วนที่เหลืออีกครึ่งหนึ่งเมื่อนำขนมไปส่ง

ซึ่งน.ส.ภรณ์ชนกก็จ่ายเงินวางมัดจำมาให้ตนก่อนครึ่งหนึ่ง และจ่ายอีกครึ่งหนึ่งเมื่อตนนำขนมไทยไปส่งให้ ซึ่งเมื่อสัญญาครั้งแรกไม่มีปัญหา ตนจึงไม่ได้เอะใจอะไร จนกระทั่งครั้งที่ 2 วันที่ 3 พ.ค.ที่ผ่านมา น.ส.ภรณ์ชนกติดต่อมาอีกครั้ง ซึ่งตนก็ขอให้ น.ส.ภรณ์ชนกโอนเงินวางค่ามัดจำไว้

แต่น.ส.ภรณ์ชนกกับอ้างเหตุผลต่าง ๆ นานา และขอให้ตนช่วยทำขนมไทยมาส่งให้ที่ตลาดนัด โดยอ้างว่าจะโอนเงินมัดให้ก่อนเที่ยงคืน ทำให้ตนหลงเชื่อ น.ส.ภรณ์ชนก จึงลงทุนไปซื้อของซื้อวัตถุดิบมาทำขนมให้กับน.ส.ภรณ์ชนกก่อน แต่สุดท้ายแล้วหลังเที่ยงคืน น.ส.ภรณ์ชนกก็ไม่โอนเงินมัดจำมาให้ตน แต่กลับบอกให้ตนนำขนมมาส่งให้ก่อนแล้วจะจ่ายเงินให้ทันที

เมื่อไปถึงที่ร้านในตลาดนัดกลับไม่เจอน.ส.ภรณ์ชนกตามที่ตกลงกันไว้ จึงได้โทรศัพท์พูดคุยกัน ทางน.ส.ภรณ์ชนกอ้างว่าให้ฝากขนมไว้กับลูกจ้างร้านเขาได้เลย แล้วช่วงเวลา 17.00 น.ให้ตนเข้ามาเก็บเงินทั้งหมดได้ แต่เมื่อถึงเวลานัดหมายกลับติดต่อน.ส.ภรณ์ชนกไม่ได้เลย ทำให้ตนต้องตัดสินใจนำขนมไทยทั้งหมดคืน แล้วนำไปเป็นหลักฐานเข้าแจ้งความดำเนินคดีกับ น.ส.ภรณ์ชนก

ผู้เสียหาย กล่าวอีกว่า ตนมาทราบภายหลังว่า น.ส.ภรณ์ชนก มีพฤติกรรมที่ส่อไปในทางไม่ดีหลายเรื่อง ตนทราบมาว่าจริง ๆ แล้ว น.ส.ภรณ์ชนกเป็นเพียงลูกจ้างช่วยขายของในตลาดนัดดังกล่าวมาก่อน ก่อนจะแอบมาเปิดร้านแข่งกับนายจ้างตัวเองในตลาดนัดเดียวกันด้วย

และยังมีพฤติกรรมชักชวนลูกจ้างคนอื่น ๆ ของนายจ้างเก่าให้ออกตามไปทำงานกับร้านของเขาเองอีก ตนจึงเชื่อว่าจากพฤติกรรมของน.ส.ภรณ์ชนกเป็นความตั้งใจที่จะหลอกให้ตนลงทุนทำขนมเพื่อนำไปขายฟรี ๆ โดยไม่ลงทุน

น.ส.อนุสรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี แม่บ้านซึ่งมีอาชีพรับทำขนมไทย (ผู้เสียหาย)

น.ส.อนุสรา (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี แม่บ้านซึ่งมีอาชีพรับทำขนมไทย (ผู้เสียหาย)

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้พบกับ นายอารีฟ (ขอสงวนนามสกุล) หุ้นส่วนเจ้าของร้านขายก๋วยเตี๋ยวไก่และอาหารอีสาน ซึ่งเป็นนายจ้างของ น.ส.ภรณ์ชนก เปิดเผยว่า ตนไม่ทราบเรื่องที่ น.ส.ภรณ์ชนก ลูกจ้างสาวรายนี้ไปหลอกสั่งทำขนมไทยมาขายในตลาดนัดแห่งนี้มาก่อน เพราะตนก็เพิ่งรับเข้ามาทำงานได้ไม่ถึงเดือน โดยจ้างเป็นค่าแรงวันละ 400 บาท

ที่ผ่านมาตนก็เคยสงสัยในพฤติกรรมของลูกจ้างรายนี้เช่นกัน แต่ในตอนนั้นตนยังไม่ได้ตรวจสอบอะไร จนกระทั่งมาทราบเรื่องที่แม่ค้าขนมไทยไปเข้าแจ้งความ จึงตรวจสอบย้อนหลังดู พบว่าผิดปกติในหลายเรื่อง

เช่น ยอดขายกับยอดวัตถุดิบที่หายไปไม่สอดคล้องกัน ยอดเงินขายของไม่โอนเข้าบัญชีร้าน และยังมีความพยายามชักชวนลูกจ้างคนอื่น ๆ ของร้านตนให้ออกจากงานไปทำงานที่อื่นเป็นต้น

นายอารีฟ กล่าวว่า ที่รู้สึกว่าคับแค้นใจมากที่สุดของตน คือเรืองที่ลูกจ้างสาวรายนี้มาหลอกทำงานกับที่ร้านในตลาดนัด ซึ่งตนมีร้านขายอาหารอยู่ 2 ประเภท คือ ก๋วยเตี๋ยวไก่กับอาหารอีสาน ปรากฏว่าเมื่อลูกจ้างหญิงรายนี้จู่ ๆ ห็หายตัวไปไม่มาทำงานที่ร้านอีก แต่กลับมาเปิดร้านขายอาหารประเภทเดียวกับตนทั้ง 2 อย่างในตลาดเดียวกันด้วย

ตนเพิ่งมารู้ความจริงก็เมื่อวันก่อน ที่ทางตลาดนัดหมุนเวียนสับเปลี่ยนล็อกแล้วบังเอิญร้านของ น.ส.ภรณ์ชนกต้องตั้งหันหน้ามาเผชิญกับร้านของตน ทำให้ตนเชื่อสนิทใจเลยว่า ที่ผ่านมา น.ส.ภรณ์ชนก แฝงตัวเข้ามาเป็นลูกจ้างที่ร้านตนเพื่อลอกสูตรทำร้านประเภทต่าง ๆ จากร้านตนไปทำขายแข่งกับตน เป็นเรื่องแย่ที่สุดตั้งแต่เคยจ้างลูกจ้างมาทำงาน

นายอารีฟ กล่าวอีกว่า น.ส.ภรณ์ชนกติดต่อสมัครงานที่ร้านกับตนผ่านทางเฟซบุ๊ก ซึ่งตนก็ไม่ได้เอะใจอะไร เพราะในตอนนั้นขาดแคลนคนงานมาช่วยงานที่ร้านพอดี จึงได้รับเข้ามาทำงานด้วยความไว้ใจ ไม่ได้หักเงินค่าประกันความเสียหายอะไรไว้เลย ไม่คิดว่าน.ส.ภรณ์ชนกจะมาทำพฤติกรรมแบบนี้

หลังจากนี้ทางตนจะตรวจสอบบัญชีร้านสินค้าและรายรับของทั้งสองร้านเพื่อตรวจสอบความผิดปกติในระหว่างที่ น.ส.ภรณ์ชนกเข้ามาทำงานกับตน หากพบว่า น.ส.ภรณ์ชนกกระทำการใด ๆ ที่ทำให้ร้านตนได้รับความเสียหาย ตนจะแจ้งความดำเนินคดีต่อในทันที

รวมทั้งหลังจากนี้ไป ทางร้านของตนไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับ น.ส.ภรณ์ชนกและไม่ขอรับผิดชอบความเสียหายใด ๆ ที่เกิดขึ้นตามมาจากน.ส.ภรณ์ชนกด้วย

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : แม่ค้าขนมไทย หอบขนม 470 กล่อง เอาผิดแม่ค้า หลอกสั่งขนมไม่จ่ายเงิน

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...