สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2568
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันพุธที่ 7 พฤษภาคม 2568
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -7 พ.ค. 68 8:25: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 59.09 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.96 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.4%
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ งวดส่งมอบเดือนมิ.ย. ปิดที่ 62.15 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.92 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 3.2%
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวพุ่งขึ้นประมาณ 3% หลังมีสัญญาณว่าความต้องการน้ำมันในยุโรปและจีนเพิ่มขึ้น รวมไปถึงการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯที่ลดลง และความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลาง
*** คณะกรรมาธิการยุโรป เตรียมเสนอมาตรการทางกฎหมายในเดือนมิ.ย. เพื่อทยอยยกเลิกการนำเข้าก๊าซและก๊าซธรรมชาติเหลวของรัสเซียทั้งหมด ภายในสิ้นปี 2027 โดยสหภาพยุโรปให้คำมั่นที่จะยุติความสัมพันธ์ด้านพลังงานที่มีมายาวนานหลายทศวรรษกับรัสเซีย ซึ่งเคยเป็นผู้จัดหาก๊าซรายใหญ่ หลังจากที่รัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครนเต็มรูปแบบในเดือนก.พ. 2022 โดยฝ่ายบริหารของสหภาพยุโรปจะนำเสนอข้อเสนอทางกฎหมายเพื่อห้ามการนำเข้าก๊าซและก๊าซธรรมชาติเหลวของรัสเซียที่เหลืออยู่ภายใต้สัญญาที่มีอยู่ให้หมด
*** อินเดีย เปิดฉากโจมตีหลายพื้นของปากีสถาน ซึ่งรวมไปถึงดินแดนแคชเมียร์ที่อยู่ในการครอบครองของปากีสถาน โดยมีรายงานผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 3 ราย ขณะที่ปากีสถานกล่าวว่า กำลังเตรียมมาตรการตอบโต้ ซึ่งถือเป็นเหตุการณ์สู้รบที่เลวร้ายที่สุดในรอบหลายปีระหว่าง 2 ประเทศ ที่ขัดแย้งกันมาอย่างยาวนาน โดยการเปิดฉากโจมตีครั้งนี้ของอินเดีย เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดที่เพิ่มสูงขึ้นภายหลังเกิดเหตุผู้ก่อการร้ายอิสลาม ใช้อาวุธปืนยิงใส่กลุ่มนักท่องเที่ยวชาวฮินดูในดินแดนแคชเมียร์ของอินเดียเมื่อเดือนที่แล้ว ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตเป็นจำนวนมาก ซึ่งถือเป็นเหตุความรุนแรงที่เลวร้ายที่สุดที่มีเป้าหมายเป็นพลเรือนชาวอินเดียในรอบเกือบ 2 ทศวรรษ
*** ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศว่า สหรัฐฯ จะหยุดทิ้งระเบิดกลุ่มฮูตีในเยเมน โดยกล่าวว่ากลุ่มที่ได้รับการสนับสนุนจากอิหร่าน ได้ตกลงที่จะหยุดขัดขวางเส้นทางเดินเรือสำคัญในตะวันออกกลางแล้ว ซึ่งหลังจากที่ทรัมป์ประกาศ โอมานกล่าวว่าได้เป็นตัวกลางในข้อตกลงหยุดยิง ซึ่งถือเป็นการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งสำคัญของกลุ่มฮูตี นับตั้งแต่เริ่มสงครามของอิสราเอลในฉนวนกาซาเมื่อเดือนต.ค. 2023 ซึ่งภายใต้ข้อตกลงนี้ ทั้งสหรัฐฯ และกลุ่มฮูตีจะไม่โจมตีซึ่งกันและกัน รวมถึงเรือของสหรัฐฯ ในทะเลแดงและช่องแคบบาบ อัล-มันดับ
*** สก็อตต์ เบสเซนท์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และเจมีสัน เกรียร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เตรียมพบกับคู่เจรจาจากจีนในสวิตเซอร์แลนด์ในสัปดาห์นี้ เพื่อหารือเกี่ยวกับเรื่องเศรษฐกิจและการค้า โดยการประชุมดังกล่าวดูเหมือนจะเป็นก้าวสำคัญที่จะนำสหรัฐฯและจีน เข้าสู่การเจรจาเพื่อแก้ไขสงครามการค้าที่ดำเนินอยู่ หลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เพิ่มภาษีนำเข้าสินค้าจากจีนเป็น 145% เมื่อเดือนที่แล้ว
*** มาร์ค คาร์นีย์ นายกรัฐมนตรีแคนาดา เดินทางเยือนทำเนียบขาว เพื่อเจรจาครั้งแรกกับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ และได้กล่าวอย่างตรงไปตรงมาว่าแคนาดาจะไม่มีวันเป็นของขาย โดยนายคาร์นีย์ ประกาศคำมั่นขณะหาเสียง ว่าจะต่อต้านภาษีของสหรัฐฯ และการผนวกดินแดน โดยได้ขอให้ทรัมป์หยุดพูดถึงแคนาดาในที่สาธารณะว่าเป็นรัฐที่ 51 ของสหรัฐฯ โดยรวมแล้ว คาร์นีย์เรียกการประชุมนี้ว่าเป็นประโยชน์ และกล่าวว่าทั้ง 2 ฝ่าย จะเริ่มการเจรจาอย่างจริงจังเกี่ยวกับความสัมพันธ์ใหม่ ซึ่งเขายืนยันว่าจำเป็นในช่วงที่มีการเก็บภาษี ขณะที่ทรัมป์บอกว่าการประชุมนั้น ยอดเยี่ยม และสังเกตว่าเขากับคาร์นีย์เข้ากันได้ดี ผมคิดว่าความสัมพันธ์จะแข็งแกร่งมาก
*** ยอดขาดดุลการค้าของสหรัฐฯ ขยายตัวสู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนมี.ค. หลังเพิ่มขึ้น 14.0% เปที่ 140,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เนื่องจากธุรกิจเร่งนำเข้าสินค้าก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะขึ้นภาษีนำเข้าครอบคลุมหลายรายการ ซึ่งฉุดให้ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศติดลบในไตรมาสแรกเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี โดยรายงานจากกระทรวงพาณิชย์แสดงให้เห็นว่า สหรัฐฯ มีการนำเข้าสินค้าในปริมาณสูงสุดเป็นประวัติการณ์จาก 10 ประเทศ รวมถึงเม็กซิโกและเวียดนาม อย่างไรก็ตาม การนำเข้าจากจีนอยู่ในระดับต่ำสุดในรอบ 5 ปี และอาจลดลงอีกเนื่องจากทรัมป์ได้เพิ่มภาษีสินค้าจีนสูงถึง 145%
*** บรรดานายธนาคารและซีอีโอ ชะลอการควบรวมและซื้อกิจการหลังประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เปิดฉากสงครามการค้าโลกเมื่อวันที่ 2 เม.ย. โดยมีข้อตกลงที่ลงนามน้อยกว่าในช่วงวิกฤตโควิด-19 และวิกฤตการเงินโลกช่วงปี 2008-2009 โดยจำนวนสัญญาการควบรวมและซื้อกิจการที่ประกาศทั่วโลก ซึ่งเป็นตัวชี้วัดสุขภาพเศรษฐกิจโลก ลดลงในเดือนเม.ย. สู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 20 ปี โดยในสหรัฐฯ ซึ่งเป็นตลาดการควบรวมและซื้อกิจการที่ใหญ่ที่สุดในโลก มีข้อตกลงเพียง 555 รายการที่ลงนามในเดือนที่แล้ว ซึ่งน้อยที่สุดสำหรับเดือนใด ๆ นับตั้งแต่เดือนพ.ค. 2009
*** AMD คาดการณ์ว่าจะมีผลกระทบต่อรายได้จำนวน 1,500 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปีนี้ เนื่องจากข้อจำกัดใหม่ของสหรัฐฯ เกี่ยวกับชิป ซึ่งกำหนดให้บริษัทต้องได้รับใบอนุญาตในการส่งออกโปรเซสเซอร์ปัญญาประดิษฐ์ขั้นสูงไปยังจีน อย่างไรก็ตาม บริษัทได้ออกคาดการณ์รายได้ในไตรมาส 2 ที่สูงกว่าที่วอลล์สตรีทประมาณการไว้ ซึ่งนักวิเคราะห์ระบุว่าเป็นเพราะลูกค้าซื้อชิปมากขึ้นก่อนที่จะมีการเก็บภาษี โดย AMD คาดการณ์ว่าข้อจำกัดชิป AI จะลดรายได้ปี 2025 ที่วอลล์สตรีทคาดการณ์ไว้ลง 5% พร้อมคาดการณ์รายได้ไตรมาส 2 ที่ 7,400 ล้านดอลลาร์สหรัฐแม้จะมีข้อจำกัดด้านชิป แต่ซีอีโอคาดว่ารายได้จากชิป AI จะเติบโตในอัตรา 2 หลักที่แข็งแกร่ง
*** เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia กล่าวว่าตลาดปัญญาประดิษฐ์ของจีน จะมีมูลค่าประมาณ 50,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในอีก 2-3 ปีข้างหน้า และการพลาดโอกาสนี้จะเป็น การสูญเสียที่ยิ่งใหญ่ โดยหวงกล่าวว่า การสามารถขายสินค้าในจีน จะนำรายได้ ภาษี กลับมา และ สร้างงานจำนวนมากในสหรัฐฯ เราเพียงแค่ต้องคงความคล่องตัว พร้อมชี้ว่า ไม่ว่านโยบายของรัฐบาลจะเป็นอย่างไร ไม่ว่าอะไรจะเป็นประโยชน์สูงสุดต่อประเทศของเรา เราจะสนับสนุน
*** การปิดช่องโหว่ทางการค้าและภาษีศุลกากรที่สูงลิ่วสำหรับสินค้าจากจีน ได้พลิกโฉมโมเดลธุรกิจของ Temu และ Shein ในสหรัฐฯ อย่างไรก็ตาม ผู้เชี่ยวชาญชี้ให้เห็นว่า บริษัทอีคอมเมิร์ซเหล่านี้ยังมีแนวโน้มจะคงสถานะเป็นผู้เล่นหลักในตลาดค้าปลีกออนไลน์ของสหรัฐฯ โดยก่อนหน้านี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา กฎ de minimis ซึ่งเดิมยกเว้นสินค้านำเข้าจากจีนมูลค่าไม่เกิน 800 ดอลลาร์สหรัฐจากการจ่ายภาษีศุลกากร ได้ถูกยกเลิกอย่างเป็นทางการ ส่งผลให้ Temu และ Shein ต้องเผชิญกับอัตราภาษีสูงถึง 120% หรือค่าธรรมเนียมคงที่ 100 ดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งจะปรับเพิ่มเป็น 200 ดอลลาร์สหรัฐในเดือนมิ.ย.นี้
*** ยอดขายรถใหม่ของ Tesla ในอังกฤษและเยอรมนี ร่วงลงสู่ระดับต่ำสุดในรอบกว่า 2 ปี เมื่อเดือนเม.ย.ที่ผ่านมา โดยลดลง 62% และ 46% ตามลำดับ เมื่อเทียบปีต่อปี แม้ความต้องการรถไฟฟ้า (EV) ในทั้ง 2 ประเทศจะเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจาก สำนักงานขนส่งทางถนนเยอรมัน (KBA) ชี้ว่า ยอดขาย Tesla ในเดือนเม.ย.อยู่ที่ 885 คัน ซึ่งเป็นเดือนที่ 4 ที่ยอดขายลดลงในปีนี้ ส่งผลให้ยอดขายตั้งแต่ต้นปีจนถึงปัจจุบันลดลง มากกว่า 60% ขณะที่ในอังกฤษ พบว่ายอดขายรถใหม่อยู่ที่ 512 คัน ลดลงจาก 1,352 คัน ในเดือนเม.ย.ปีที่แล้ว
*** ผลการสำรวจธุรกิจแสดงให้เห็นว่า กิจกรรมภาคบริการของญี่ปุ่นกลับมาขยายตัวอีกครั้งในเดือนเม.ย. ที่ระดับ 52.4 หลังจากหยุดนิ่งที่ระดับ 50.0 ในเดือนมี.ค. โดยได้รับแรงหนุนจากคำสั่งซื้อที่เพิ่มขึ้น สวนทางภาคการผลิตที่ยังคงอ่อนแอต่อเนื่อง โดยการฟื้นตัวของภาคบริการส่งผลให้ ดัชนี PMI รวม (ซึ่งรวมภาคการผลิตและบริการ) ปรับตัวขึ้นเป็น 51.2 ในเดือนเม.ย. จาก 48.9 ในเดือนมี.ค. และกลับมาอยู่เหนือระดับ 50 เป็นครั้งแรกในรอบ 2 เดือน
*** สหภาพยุโรปมีแผนที่จะเรียกเก็บภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่าราว 100,000 ล้านยูโร (113,260 ล้านดอลลาร์สหรัฐ) หากการเจรจาการค้า ไม่สามารถบรรลุผลที่น่าพอใจสำหรับกลุ่มอียู โดยรายงานดังกล่าวระบุด้วยว่า มาตรการตอบโต้ที่เสนอจะแจ้งให้ประเทศสมาชิกทราบโดยเร็วที่สุดในวันพุธนี้ และจะมีการหารือกันเป็นเวลา 1 เดือน ก่อนที่จะสรุปรายการดังกล่าว
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ