โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย หารือร่วมกับผู้แทนคณะกรรมาธิการยุโรปด้านสิ่งแวดล้อม

VoiceTV

อัพเดต 20 มี.ค. 2568 เวลา 05.02 น. • เผยแพร่ 20 มี.ค. 2568 เวลา 04.53 น. • กองบรรณาธิการวอยซ์ออนไลน์

นายวีระพงษ์ ประภา ผู้แทนการค้าไทย ได้หารือร่วมกับ Ms. Paulina Dejmek, Head of Cabinet for Ms. Jessika Roswall กรรมาธิการด้านสิ่งแวดล้อมและเศรษฐกิจหมุนเวียนแห่งสหภาพยุโรป เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2568 ณ สำนักงานใหญ่คณะกรรมาธิการยุโรป กรุงบรัสเซลส์ เพื่อให้ข้อมูลพัฒนาการของไทยในการปรับตัว ลดความเสี่ยงและผลกระทบจากกฎระเบียบว่าด้วยสินค้าที่ปราศจากการตัดไม้ทำลายป่าของสหภาพยุโรป (EU Deforestation Regulation: EUDR) และโอกาสในการต่อยอดความร่วมมือเพื่อเสริมสร้างศักยภาพให้แก่ผู้ประกอบการของไทย โดยเฉพาะเกษตรกรรายย่อย และกลุ่ม SMEs ในการเตรียมความพร้อมรับมือผลกระทบจากกฎระเบียบ EUDR ของสหภาพยุโรป

ในการหารือครั้งนี้ นายวีระพงษ์ฯ เน้นย้ำความมุ่งมั่นของไทยในการเป็นหุ้นส่วนด้านการพัฒนาที่ยั่งยืนและการรักษาสิ่งแวดล้อมร่วมกับสหภาพยุโรป โดยถึงแม้กฎระเบียบด้านสิ่งแวดล้อมของสหภาพยุโรปจะถือว่ามีมาตรฐานที่สูง แต่ก็เป็นโอกาสของภาคเอกชนและอุตสาหกรรมของไทยในการยกระดับและพัฒนาศักยภาพให้สูงขึ้นเทียบเท่ามาตรฐานยุโรปได้ ในโอกาสนี้ ผู้แทนการค้าไทยได้แบ่งปันข้อคิดเห็นจากภาคอุตสาหกรรมของไทยเกี่ยวกับความท้าทายในการปรับตัวของกลุ่มอุตสาหกรรมการเกษตรและภาคการผลิต พร้อมเน้นย้ำว่า รัฐบาลไทยทำงานร่วมกับภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด โดยนอกจากมีการตั้งคณะกรรมการระดับชาติเพื่อแก้ไขปัญหาสินค้าเกษตรที่ได้รับผลกระทบภายใต้กฎระเบียบ EUDR แล้ว ยังมีการจัดตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างผู้แทนการค้าไทย และสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย เพื่อสนับสนุนการดำเนินการในด้านต่าง ๆ ประสานความร่วมมือระหว่างภาครัฐกับภาคเอกชน ตลอดจนติดตามความคืบหน้าเกี่ยวกับการปรับตัวของภาคเกษตรกรรมและอุตสาหกรรมของไทยให้สอดคล้องกับกฎระเบียบ EUDR โดยไทยประสงค์เรียนรู้และร่วมมือกับสหภาพยุโรปในการปฏิบัติตามกฎระเบียบและมาตรฐานดังกล่าว เพื่อป้องกันไม่ให้มาตรฐานด้านสิ่งแวดล้อมกลายเป็นอุปสรรคในทางการค้าระหว่างกัน

นายวีระพงษ์ฯ ได้กล่าวเสริมถึงพัฒนาการที่ดีของกลุ่มอุตสาหกรรมยางพารา นำโดยการยางแห่งประเทศไทยในการยกระดับห่วงโซ่อุปทานให้มีความพร้อมในการจัดการระบบข้อมูลเกษตรกรชาวสวนยาง การพัฒนาระบบการแสดงข้อมูลการตรวจสอบย้อนกลับตามมาตรการ EUDR ทำให้ยางพาราจากประเทศไทยได้รับความเชื่อมั่นจากอุตสาหกรรมยางทั้งระบบ ซึ่งไทยจะพิจารณานำโมเดลความสำเร็จของอุตสาหกรรมยางพารามาใช้กับกลุ่มผลิตภัณฑ์อื่น ๆ เช่น น้ำมันปาล์ม และไม้แปรรูป นอกจากนี้ ไทยยังพร้อมที่จะร่วมแบ่งปันแนวปฏิบัติที่ดีจากอุตสาหกรรมยางพาราให้กับมิตรประเทศในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ด้วย

ด้าน Ms. Paulina Dejmek รู้สึกดีใจที่ไทยเข้าใจถึงเจตนารมณ์ของ EUDR และเห็นความสำคัญของกฎระเบียบดังกล่าว พร้อมทั้งยืนยันว่าสหภาพยุโรปยินดีทำงานร่วมกับไทยในการส่งเสริมห่วงโซ่อุปทานที่ยั่งยืน โดยเฉพาะการให้การสนับสนุนด้านเทคนิคแก่ผู้ประกอบการ SMEs และเกษตรกรรายย่อยที่อาจเผชิญข้อจำกัดในการปรับตัว นอกจากนี้ สหภาพยุโรปยินดีและพร้อมรับฟังข้อกังวลจากภาคอุตสาหกรรมไทยเพื่อนำไปพิจารณาประกอบการให้ความช่วยเหลือด้านเทคนิคต่อไป

ทั้งสองฝ่ายเห็นพ้องกันว่าถึงแม้การปรับตัวในระยะแรกอาจมีความท้าทาย แต่ก็ถือเป็นโอกาสสำคัญของไทยในการพัฒนาให้สอดคล้องกับกฎระเบียบสากล โดยเฉพาะกฎระเบียบที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อมและการรับมือกับภาวะโลกร้อน เช่น EUDR และ CBAM ซึ่งสะท้อนถึงความรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อมของไทยในเวทีการค้าระหว่างประเทศ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...