นักลงทุนคงคาดการณ์ เฟด หั่นดอกเบี้ย 4 ครั้งปีนี้ หลัง GDP สหรัฐหดตัวใน Q1
นักลงทุนคงคาดการณ์ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดดอกเบี้ย 4 ครั้งในปีนี้ โดยจะเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย., ก.ค., ก.ย. และธ.ค. หลังเศรษฐกิจสหรัฐหดตัวลงในไตรมาส 1/2568
ล่าสุดเมื่อคืนวันที่ 30 เม.ย.ตามเวลาไทย FedWatch Tool ของ CME Group บ่งชี้ว่า นักลงทุนให้น้ำหนัก 94.2% ที่เฟดจะคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 4.25-4.50% ในการประชุมเดือนพ.ค.
นอกจากนี้ FedWatch Tool บ่งชี้ว่า นักลงทุนคาดว่าเฟดจะปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 4.00-4.25% ในการประชุมเดือนมิ.ย., ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.75-4.00% ในการประชุมเดือนก.ค., ปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.50-3.75% ในการประชุมเดือนก.ย. และปรับลดอัตราดอกเบี้ย 0.25% สู่ระดับ 3.25-3.50% ในการประชุมเดือนธ.ค.
กระทรวงพาณิชย์สหรัฐ เปิดเผยตัวเลขประมาณการครั้งที่ 1 สำหรับผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ประจำไตรมาส 1/2568 โดยระบุว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว -0.3% ในไตรมาสดังกล่าว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าขยายตัว +0.2% หลังจากขยายตัว +2.4% ในไตรมาส 4/2567
ก่อนหน้านี้ ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองคาดการณ์ GDPNow ล่าสุดแสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐหดตัว -2.7% ในไตรมาส 1/2568
ทั้งนี้ ตัวเลข GDP ในไตรมาส 1/2568 ได้รับผลกระทบจากการนำเข้าที่พุ่งขึ้น 41% ขณะที่บริษัทต่าง ๆ เร่งนำเข้าสินค้าก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์จะประกาศการเรียกเก็บภาษีศุลกากรตอบโต้ครั้งใหญ่ต่อประเทศคู่ค้าในวันที่ 2 เม.ย.
เศรษฐกิจสหรัฐที่หดตัวในไตรมาส 1/2568 สร้างความกังวลเกี่ยวกับการเกิดภาวะเศรษฐกิจถดถอยในสหรัฐจากมาตรการเรียกเก็บภาษีศุลกากรของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์
ทั้งนี้ ในปี 2567 เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 1.4% ในไตรมาส 1, 3.0% ในไตรมาส 2, 3.1% ในไตรมาส 3 และ 2.4% ในไตรมาส 4