โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2568 เหลือ 2.8% “ไทย” ถูกหั่นเหลือ 1.8% พิษมาตรการภาษีทรัมป์

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 เม.ย. 2568 เวลา 21.39 น. • เผยแพร่ 22 เม.ย. 2568 เวลา 14.38 น.

IMF ปรับลดคาดการณ์ GDP โลกปี 2568 เหลือ 2.8% "ไทย" ถูกหั่นเหลือ 1.8% เตือนแนวโน้มอาจแย่ลงอีก จากมาตรการภาษีทรัมป์ ก่อให้เกิดสงครามการค้าระดับโลก

วันที่ 22 เมษายน 2568 เวลา 20.00 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกอย่างมากสำหรับปี 2568 และปี 2569 พร้อมเตือนว่าภาพรวมอาจยิ่งเลวร้ายลง หากนโยบายเก็บภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จุดชนวนสงครามการค้าโลก

โดยการปรับลดคาดการณ์ดังกล่าวสอดคล้องกับคำเตือนจากหลายธนาคารวอลล์สตรีทในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา โดย JPMorgan Chase & Co. และ Goldman Sachs Group Inc. ต่างกล่าวว่าความเสี่ยงที่เศรษฐกิจสหรัฐจะเข้าสู่ภาวะถดถอยเพิ่มสูงขึ้น

ในรายงาน World Economic Outlook ฉบับอัปเดตที่เผยแพร่เมื่อวันอังคาร IMF ลดคาดการณ์การเติบโตของผลิตภัณฑ์มวลรวมโลก (GDP) ปีนี้เหลือ 2.8% ต่ำกว่าคาดการณ์เดิมในเดือนมกราคมที่ 3.3% และหากเป็นจริง จะถือเป็นอัตราขยายตัวต่ำที่สุดนับตั้งแต่การระบาดของโควิด-19 ในปี 2563 และต่ำเป็นอันดับสองนับตั้งแต่วิกฤตการเงินปี 2552 สำหรับปีหน้า IMF ปรับลดคาดการณ์การเติบโตลง 0.3% มาอยู่ที่ 3%

IMF ระบุว่า สงครามการค้าจะสร้าง "ช็อกด้านอุปทาน" (Supply Shock) ให้กับสหรัฐ ทำให้ราคาสินค้าสูงขึ้นและส่งผลลบต่อผลิตภาพ ขณะที่สำหรับประเทศคู่ค้า อัตราภาษีที่เพิ่มขึ้นจะก่อให้เกิด "ช็อกด้านอุปสงค์" (Demand Shock) ซึ่งจะกระทบทั้งการผลิตและราคา โดย IMF ยังระบุด้วยว่า อัตราภาษีนำเข้าของสหรัฐในปัจจุบันพุ่งขึ้นถึงระดับที่ไม่เคยเห็นในรอบศตวรรษ

Pierre-Olivier Gourinchas หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ของ IMF กล่าวในการแถลงข่าวกับผู้สื่อข่าวว่า "เรากำลังก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ …ระบบเศรษฐกิจโลกที่ดำเนินมาในช่วง 80 ปีที่ผ่านมา กำลังถูกรีเซ็ต"

ตลาดหุ้นสหรัฐ ค่าเงินดอลลาร์ และพันธบัตรรัฐบาลอายุยาวมีความผันผวนหนักจากมาตรการของทรัมป์ โดยเมื่อวันจันทร์ ตลาดทรุดลงหลังจากที่ทรัมป์ยกระดับแรงกดดันต่อธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ด้วยการเรียกร้องให้ลดดอกเบี้ยทันที เพิ่มความกังวลต่อความเป็นอิสระของเฟด และทิศทางของเศรษฐกิจสหรัฐ ซึ่งเป็นเศรษฐกิจที่ใหญ่ที่สุดในโลก ดัชนี S&P 500 ลดลงราว 12% นับตั้งแต่สิ้นปี 2567

ทั้งนี้สหรัฐและจีนเป็น 2 ประเทศที่ IMF ปรับลดคาดการณ์เศรษฐกิจมากที่สุด สำหรับสหรัฐ IMF คาดว่าเศรษฐกิจจะเติบโต 1.8% ในปีนี้ และ 1.7% ในปี 2569 ซึ่งเป็นการลดลง 0.9% และ 0.4% ตามลำดับ นอกจากนี้ IMF ยังได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เงินเฟ้อของสหรัฐฯ ในปี 2568 ขึ้นประมาณ 1% มาอยู่ที่ 3% ส่วนจีน คาดว่าจะเติบโต 4% ทั้งในปีนี้และปีหน้า ลดลง 0.6% และ 0.5% ตามลำดับ

IMF กล่าวด้วยว่า หากความตึงเครียดทางการค้าบรรเทาลง และมีการแก้ไขปัญหาเกี่ยวกับอุปสรรคการค้าที่ไม่ใช่ภาษี และมาตรการบิดเบือนการค้าโดยบางประเทศอย่างจริงจัง โอกาสการเติบโตของโลกก็จะปรับตัวดีขึ้นทันที

อย่างไรก็ตาม IMF เตือนว่า ความเสี่ยงในระยะสั้นยังคงโน้มเอียงไปในทางเลวร้ายมากขึ้น โดยกองทุนได้ปรับลดคาดการณ์การเติบโตของการค้าโลกในปีนี้ลง 1.5% และคาดว่าจะมีการฟื้นตัวเพียงเล็กน้อยในปีหน้า

อีกทั้ง IMF ยังเตือนว่าภายใต้ความไม่แน่นอนด้านนโยบายการค้า มีหลายฉากทัศน์ที่เป็นไปได้ กองทุนเปิดเผยว่าต้องละทิ้งแบบจำลองคาดการณ์เดิมที่เกือบเสร็จสิ้นก่อนวันที่ 2 เมษายน ซึ่งเป็นวันที่ทรัมป์ประกาศภาษีใหม่ครอบคลุมหลายประเทศ และต้องเร่งปรับกระบวนการคาดการณ์ที่ปกติใช้เวลากว่าสองเดือน ให้เสร็จภายใน 10 วัน

ในคำอธิบายเกี่ยวกับวิธีการจัดทำประมาณการใหม่ท่ามกลางความวุ่นวายจากภาษี IMF ระบุว่า ได้ใช้สิ่งที่เรียกว่า "Reference Forecast" หรือฉากทัศน์กลาง แทนที่จะเป็น "Baseline Forecast" ตามปกติ โดยอ้างอิงข้อมูล ณ วันที่ 4 เมษายน

นักวิเคราะห์จาก Bloomberg Economics ได้แก่ อเล็กซ์ อิซาคอฟ และอาเดรียนา ดูปิตา ได้ระบุในบทวิเคราะห์เมื่อสัปดาห์ที่แล้วว่า จากการวิเคราะห์ประวัติการคาดการณ์ของ IMF พบว่า กองทุนมักจะประเมินความรุนแรงของภาวะเศรษฐกิจถดถอยต่ำเกินจริง

"การคาดการณ์ของ IMF มีแนวโน้มที่จะมองโลกในแง่ดีเกินไปในช่วงวิกฤตที่อาจสร้างความปั่นป่วน …ไม่ว่าครั้งแรก IMF จะลดคาดการณ์ลงมากแค่ไหน ประวัติศาสตร์บอกเราว่าผลกระทบที่แท้จริงมักจะรุนแรงกว่านั้น"

ทั้งนี้สำหรับภาพรวมเศรษฐกิจเอเชียและแปซิฟิกนั้น การเติบโตของ GDP (Real GDP Growth) เอเชียโดยรวมชะลอลงเหลือ 3.9% ในปีนี้ ก่อนขยับขึ้นเล็กน้อยเป็น 4.0% ในปีหน้า ขณะที่อัตราเงินเฟ้อ (Consumer Prices) ปีนี้อยู่ที่ 1.8% และ 2% ในปีหน้า โดยประเทศไทยคาด GDP ปีนี้โตชะลอตัวที่ 1.8% และปีหน้าหดตัวเหลือ 1.6%

อ้างอิง : https://www.bloomberg.com/news/articles/2025-04-22/imf-slashes-global-growth-forecast-says-downside-risks-dominate?srnd=homepage-asia

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...