โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน แสดงท่าทีร่วม ขอเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐ ยันไม่ใช้มาตรการตอบโต้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 10 เม.ย. 2568 เวลา 14.58 น. • เผยแพร่ 10 เม.ย. 2568 เวลา 07.58 น.

รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน แสดงท่าทีร่วม ขอเจรจามาตรการภาษีกับสหรัฐ ยันไม่ใช้มาตรการตอบโต้ หวังหลีกเลี่ยงสงครามการค้า

วันที่ 10 เมษายน 2568 เวลา 13.28 น. สำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่ารัฐมนตรีเศรษฐกิจของกลุ่มประเทศอาเซียน (ASEAN) ออกแถลงการณ์หลังเสร็จสิ้นการประชุมผ่านวิดีโอทางไกลที่กรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย วันนี้ (10 เม.ย.68) ว่า ประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังกดดันเพื่อให้เกิดการเจรจากับสหรัฐอเมริกาในประเด็นภาษีการค้า และจะไม่ใช้มาตรการตอบโต้ใด ๆ

ก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะประกาศหยุดพักการบังคับใช้ภาษีของสหรัฐเป็นเวลา 90 วัน มีประเทศในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ 6 จาก 9 ประเทศ ที่ถูกกำหนดอัตราภาษี สูงกว่าที่คาดไว้มาก อยู่ในช่วง 32% ถึง 49% เมื่อเทียบกันแล้วสหภาพยุโรป (EU) ถูกเก็บภาษีที่ 20% ญี่ปุ่น 24% อินเดีย 27%

รัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียน กล่าวในแถลงการณ์ว่า “เราขอแสดงเจตนารมณ์ร่วมกันที่จะมีส่วนร่วมในบทสนทนาที่ตรงไปตรงมาและสร้างสรรค์กับสหรัฐ เพื่อแก้ไขข้อกังวลทางการค้า การสื่อสารที่เปิดเผยและความร่วมมือจะเป็นกุญแจสำคัญในการรักษาความสัมพันธ์ที่สมดุลและยั่งยืน”

หลังการประชุมเมื่อวันพฤหัสบดี รัฐมนตรีเศรษฐกิจของอาเซียนระบุว่า ยืนยันการสนับสนุนระบบการค้าแบบพหุภาคีที่สามารถคาดการณ์ได้ เป็นธรรม และตั้งอยู่บนกฎเกณฑ์ที่ชัดเจน

อนึ่งอาเซียน ซึ่งมีสมาชิก 10 ประเทศ ถือเป็นกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่อันดับ 5 ของโลกโดยรวม และประเทศสมาชิกพึ่งพาการส่งออกเป็นหลักในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ

อ้างอิง : reuters.com

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...