โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แผ่นดินไหว บทพิสูจน์ Brand Love ในธุรกิจอสังหาฯ

TODAY Bizview

อัพเดต 31 มี.ค. 2568 เวลา 14.09 น. • เผยแพร่ 31 มี.ค. 2568 เวลา 04.36 น. • workpointTODAY

แผ่นดินไหวที่รับแรงสั่นสะเทือนจากพม่ามาถึงกรุงเทพฯ กลายเป็นบททดสอบครั้งสำคัญของอาคารสูงและคอนโดมิเนียมในเมืองใหญ่ ภาพแตกร้าวรุนแรงของอาคาร-คอนโดฯ บางแห่งในกรุงเทพฯ ปรากฏความเสียหายให้เห็นชัด ขณะที่อาคารคอนโดฯ บางแห่งก็ได้รับคำชื่นชมจากลูกบ้านที่แชร์ประสบการณ์ว่า “กริบ เรียบ ไม่มีซักรอย”

ความแตกต่างจากสถานการณ์เดียวกันนี้นอกจากจะสะท้อนถึง “โครงสร้างทางวิศวกรรม” แล้ว อีกสิ่งที่ปฏิเสธไม่ได้คือ ในวิกฤตที่เกิดขึ้นมี แบรนด์ที่ได้สร้างความไว้วางใจ และความมั่นใจในเรื่องความปลอดภัยขึ้นมาได้อย่างน่าชื่นชม

วิกฤตแผ่นดินไหวจึงไม่ใช่แค่ทดสอบความแข็งแรงของอาคาร แต่อาฟเตอร์ช็อกหลังจากเหตุการณ์ต่างหากคือการทดสอบความแข็งแรงของ “Brand Love” ด้วย

ในแวดวงมาร์เก็ตติ้ง Brand Love ไม่ใช่แค่การที่ลูกค้าชอบดีไซน์ หรือโลโก้ของแบรนด์ หรือเป็นแบรนด์ขายดี แต่คือความผูกพันลึกซึ้ง ที่พร้อมจะปกป้องแบรนด์ในยามที่เกิดปัญหา

[ ในวิกฤต Brand Love ปรากฎตัวขึ้น ]

ทีมข่าวธุรกิจ TODAY Bizview ได้ตั้งคำถามบนหน้าเพจเฟซบุ๊กว่า “คอนโดใครไม่เสียหาย ห้องคลีน ไม่มีริ้วรอยจากแผ่นดินไหวบ้าง แสดงตัวหน่อย” ก่อนจะได้รับฟีดแบ็คมาหลายร้อยคอมเม้นท์ พูดถึง แบรนด์อสังหาฯ เจ้าต่างๆ และพอจะเห็นว่ามีกี่แบรนด์ที่ได้รับความชื่นชมมากที่สุด

  • https://www.facebook.com/share/p/15wF4kurLn/

และโดยมากเป็นแบรนด์ที่มีภาพลักษณ์ของโครงการที่แม้จะไม่ได้โดดเด่นในแง่งานดีไซน์ แต่ได้รับคำชื่นชมจากลูกบ้านในเรื่องโครงสร้างแข็งแรงและการก่อสร้างที่มีมาตรฐานสูงทำให้เมื่อต้องเจอแรงสั่นสะเทือนตัวอาคารได้รับผลกระทบน้อย ไม่ได้มีส่วนสำคัญเสียหาย และบางแห่งก็เรียกว่าไม่มีริ้วรอยเลย

จากเหตุการณ์แผ่นดินไหวครั้งนี้ คำถามที่ตามมาคือ อะไรคือสิ่งที่ทำให้แบรนด์ธุรกิจก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ “ยังถูกรัก” แม้ยามเกิดวิกฤต?

  • โครงสร้างที่แข็งแรง ต้องมาก่อนเรื่องของการตลาด

หลายโครงการอาจมุ่งไปที่การสร้างภาพลักษณ์ “หรูหรา ทันสมัย ใจกลางเมือง” แต่เมื่อตึกเริ่มร้าวในยามแผ่นดินไหว สิ่งที่ลูกค้าต้องการไม่ใช่ “Infinity Pool” หรือ “Sky Lounge” สุดหรูแต่คือ “เสาเข็ม” และ “การก่อสร้างที่ได้มาตรฐาน”

บริษัทก่อสร้าง-อสังหาฯ ที่สามารถรอดพ้นจากวิกฤตครั้งนี้ได้โดยไม่มีรอยร้าว ได้รับเสียงชื่นชมโดยอัตโนมัติ กลายเป็น “Earned Media” ที่ทรงพลังกว่าการโฆษณา

  • การสื่อสารในยามวิกฤต

บางแบรนด์ออกมาสื่อสารชัดเจนถึงมาตรฐานการก่อสร้าง ทีมวิศวกรที่ออกตรวจสอบโครงการอย่างละเอียด และให้ข้อมูลทางเทคนิคแก่ลูกบ้าน ในขณะที่บางแบรนด์ล่าช้ายิ่งทำให้ความกังวลทวีคูณ ซึ่งความโปร่งใสและความเร็วในการสื่อสาร คือปัจจัยสำคัญในการสร้าง Brand Love ยามวิกฤต

  • Customer Experience คือหัวใจสำคัญ

ลูกบ้านที่รู้สึกว่า “แบรนด์ไม่ทิ้งกัน” คือฐานเสียงสำคัญที่จะช่วยขยายความรักต่อแบรนด์ให้ไกลขึ้น หลายแบรนด์ที่มีทีมนิติบุคคลช่วยสื่อสาร ดูแล อธิบาย มีทีมวิศวกรลงพื้นที่ ซ่อมแซมทันที ย่อมได้ใจลูกบ้าน และกลายเป็นหลักฐานว่าไม่ใช่แค่ขายเสร็จแล้วก็จบกัน ดังนั้น “บริการหลังการขาย” สำคัญมากในธุรกิจนี้

ช่วงเกิดเหตุแผ่นดินไหวผู้คนจะจดจำและรู้สึกได้ทันทีว่าการ “ช่วยเหลือลูกบ้าน” ได้อย่างทันท่วงทีเกิดขึ้นหรือไม่ เช่นบางแห่งมีการหาที่พักชั่วคราวให้กับลูกบ้าน และหลังจากเหตุการณ์ผ่านพ้นไป มีการเข้ามาดูแลให้คำแนะนำ และสร้างความไว้วางใจให้กับลูกบ้านได้ดีในระดับไหน โดยเฉพาะกับอาคารที่ได้รับผลกระทบหนัก สามารถเรียกความเชื่อมั่นลูกบ้านผ่านการช่วยเหลือเยียวยาได้อย่างเต็มที่ จนฟื้นความเชื่อมั่นกลับมาได้มากน้อยแค่ไหน

  • แบรนด์ที่มีหลักเกณฑ์ด้าน “ความยั่งยืน” อยู่รอดได้ในระยะยาว

ความยั่งยืนที่ไม่ใช่แค่สิ่งแวดล้อม แต่คือ Sustainable Trust แบรนด์ที่ลงทุนในวัสดุที่ดีกว่า มีมาตรฐานวิศวกรรมความปลอดภัยที่มากกว่า ซึ่งวิกฤตนี้ทำให้เราเห็น Brand Love เกิดขึ้นในโลกโซเชียลฯ ที่ผู้คนชื่นชมบริษัทก่อสร้างใหญ่อย่าง “ฤทธา” ไปจนถึงบริษัทอสังหาริมทรัพย์ อีกหลายแห่งที่มีโครงสร้างอาคารที่มั่นคง ปลอดภัย หรือได้รับผลกระทบน้อยมาก ไม่ได้ดูน่ากลัวหรือน่าตกใจ

หลังจากเหตุการณ์แผ่นดินไหว 28 มีนาคม 2568 แนวคิดการเลือกซื้อคอนโดมิเนียมในเมืองจะมีลักษณะที่เปลี่ยนไปอย่างแน่นอน จากที่อาจเลือกซื้อด้วยโปรโมชั่น ดีไซน์เก๋หรือทำเลสะดวก แต่หลังเหตุการณ์ครั้งนี้ ลูกค้าจะเลือกและตัดสินใจโดยมองด้านอื่นๆ ประกอบอย่างละเอียดมากขึ้น

ธุรกิจอสังหาฯเองก็ต้องปรับตัวต่อจากนี้เช่นเดียวกัน ไม่ใช่แค่ทำการตลาดเวอร์วังฉาบฉวย อาจไม่ช่วยให้ขายดีเหมือนก่อนแล้ว แต่จะต้องลงทุนในการเสริมสร้างโครงสร้างอาคารให้สามารถต้านทานแผ่นดินไหว และการมีแผนฉุกเฉินที่ชัดเจน แบบนี้จะซื้อใจลูกค้าได้มากกว่า

ไปจนถึงมีแผนและแนวทางดูแลลูกค้าอย่างใกล้ชิด ให้บริการตรวจสอบและซ่อมแซมอย่างรวดเร็วหลังเกิดเหตุการณ์ และให้คำปรึกษาเกี่ยวกับความปลอดภัย จะช่วยเสริมสร้างความเชื่อมั่นและความรักต่อแบรนด์ได้

ต่อไปนี้การสร้าง Brand Love ในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์จึงไม่ใช่แค่เรื่องของดีไซน์ ภาพลักษณ์หรูหรา ทันสมัย ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ แต่ “ของแท้” ได้ถูกพิสูจน์กันในช่วงเวลาสำคัญกันแล้ว และจากนี้คือการที่ธุรกิจอสังหาฯ ต้องลงทุนในความไว้วางใจที่จับต้องได้ ทำให้ผู้คนเลือกซื้อเพราะนี่คือพื้นที่ปลอดภัยแม้ในช่วงเหตุการณ์ไม่คาดคิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...