จุดยืนร่วมจีน รัสเซีย และอิหร่าน 2025 บ่งบอกว่าจีนกับรัสเซียทนไม่ได้ที่รัฐบาลสหรัฐเล่นงานอิหร่านด้วยโครงการนิวเคลียร์อีกแล้ว
ปัจจัยสถานการณ์ในตะวันออกกลาง โดยเฉพาะฮามาส ฮิซบุลเลาะห์ เพื่อนบ้านอาหรับ รวมทั้งรัสเซีย จีน เกี่ยวข้องกับนโยบายสหรัฐต่ออิหร่านของทรัมป์ 2.0 และการตอบโต้
ส่วนนี้นำเสนอสถานการณ์รอบข้างล่าสุดที่น่าสนใจ ดังนี้
ภาพ: ทบวงการพลังงานปรมาณูระหว่างประเทศ (IAEA)
เครดิตภาพ: https://www.facebook.com/iaeaorg
ฮามาส ฮิซบุลเลาะห์:
ตั้งแต่เริ่มสงครามฮามาส-อิสราเอลเมื่อตุลาคม 2023 ลามไปถึงการปะทะกับฮิซบุลเลาะห์จนนำไปสู่การหยุดยิงชั่วคราว แม้ฮามาสกับฮิซบุลเลาะห์ยังอยู่ ต้องยอมรับว่าฮามาสอ่อนแรงลงมาก กาซากลายเป็นซากปรักหักพัง ตอนนี้ทั้งฮามาสกับฮิซบุลเลาะห์มีข้อตกลงหยุดยิงกับอิสราเอล แต่ยังมีการปะทะเป็นระยะ ไม่มีท่าทีว่าจะคืนสู่ความสงบจริง จำนวนผู้เสียชีวิตทะลุ 50,000 รายแล้ว มีแววว่ารัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลจะบังคับให้ชาวปาเลสไตน์ในกาซาย้ายไปอยู่ที่อื่น ซึ่งจะเป็นประเด็นให้ขัดแย้งต่อไปอีกนาน
วิเคราะห์: ดังที่ปรากฏว่ายังมีการปะทะกันอยู่ และอาจมีเหตุฉีกข้อตกลง หากอิสราเอลกับสหรัฐทำสงครามโจมตีอิหร่าน เมื่อนั้นฮามาสกับฮิซบุลเลาะห์ที่เปรียบเสมือนแขนซ้ายขวาของอิหร่านอาจลุกขึ้นสู้อีกครั้ง แต่จะมีพลังแค่ไหนเป็นที่สงสัย
เพื่อนบ้านอาหรับ:
การปฏิวัติอิหร่านทำให้รัฐบาลอาหรับมองอิหร่านด้วยสายตาไม่เป็นมิตร แต่นับจากประธานาธิบดีสี จิ้นผิง เชื่อมความสัมพันธ์ซาอุดีอาระเบียกับอิหร่านเมื่อเมษายน 2023 สองฝ่ายฟื้นความสัมพันธ์กลับมาตามลำดับ
การฟื้นสัมพันธ์ซาอุฯ-อิหร่านเป็นการตัดสินใจที่ห้าวหาญ สมการดุลอำนาจตะวันออกกลางเปลี่ยนไป ซาอุฯ ถอยห่างจากสหรัฐไปจับมือกับอิหร่าน จีน และรัสเซียที่อยู่คนละขั้วกับสหรัฐ ดุลอำนาจหลายขั้วชัดขึ้น น่าชื่นชมจีนที่สามารถปรับความสัมพันธ์นี้
อาจตีความว่าซาอุฯ เป็นแกนกลางขับเคลื่อนทิศทางภูมิภาคร่วมกับตัวแสดงสำคัญอย่างอิหร่าน แทนการปล่อยให้มหาอำนาจต่างแดนเข้ามากำกับควบคุม
ถ้าซาอุฯ กับบรรดารัฐอาหรับไม่ทำสงคราม ไม่ช่วยฝ่ายใดทำสงคราม ยากจะเกิดสงครามในภูมิภาค เช่น หากอิสราเอลหรือสหรัฐคิดทำสงครามจะเผชิญแรงกดดันจากซาอุฯ รวมถึงมหาอำนาจรัสเซีย-จีนที่จะเข้าช่วยรักษาเสถียรภาพด้วย หรือหากอิหร่านคิดทำสงครามจะต้องเผชิญกับทุกประเทศในภูมิภาคเช่นกัน ดุลอำนาจหลายขั้วใหม่นี้ลดความเสี่ยงสงคราม โดยเฉพาะคู่อิสราเอลกับอิหร่าน
รวมความแล้วเพื่อนบ้านอาหรับไม่อยากเห็นสงครามใหญ่ ไม่อยากให้เกิดสงครามระหว่างอิสราเอลหรือสหรัฐกับอิหร่าน
รัสเซียกับจีน:
รัฐบาลจีนมีบทบาททุกด้าน ที่โดดเด่นคือจีนเป็นคู่ค้ารายใหญ่สุดของซาอุฯ และซื้อน้ำมันมากที่สุดด้วย (2023) เฉพาะซาอุฯ ประเทศเดียวเป็นคู่ค้าจีนราว 110,000 ล้านดอลลาร์ (2022) จึงมีความสำคัญทางเศรษฐกิจสูงและน่าจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต รัฐบาลซาอุฯ ไม่คิดสูญเสียผลประโยชน์ส่วนนี้ที่ชาติตะวันตกทดแทนไม่ได้
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจคือส่วนที่เห็นเด่นชัดและโตไวสุด ตาม “ข้อริเริ่มสายแถบและเส้นทาง” (BRI) ภูมิภาคตะวันออกกลางจะเป็นส่วนหนึ่งของ BRI ที่จีนกับหลายประเทศต่างได้ประโยชน์ โอกาสในอนาคตมีอีกมาก นี่คือสิ่งที่รัฐบาลจีนคาดหวัง
หากอยากให้ประเทศพัฒนา เศรษฐกิจเติบโต ประชาชนอยู่ดีมีสุข ต้องรักษาให้ภูมิภาคสงบเรียบร้อย
รัสเซียเป็นอีกประเทศที่พยายามสานสัมพันธ์กับชาติอาหรับ พูดคุยหารือทุกเรื่องที่ชาติอาหรับสนใจจนถึงสงครามยูเครน รัสเซียมีพรมแดนติดตะวันออกกลางบางส่วน เคยมีอิทธิพลในย่านนี้ ในช่วงสงครามเย็นยืนเคียงข้างอาหรับ ขายอาวุธมากมายแก่อาหรับใช้ต่อกรกับอิสราเอล ในเวลาต่อมาซาอุฯ กับพวกหันเข้าหาสหรัฐมากขึ้นหวังเป็นเครื่องประกันความมั่นคง ทำให้ห่างจากรัสเซีย แต่ไม่กี่ปีมานี้สัมพันธ์กับรัสเซียดีขึ้น
ทั้งจีนกับรัสเซียต่างเป็นมหาอำนาจที่อาหรับเปิดทางให้เข้ามามีบทบาทในภูมิภาค ถ่วงดุลระหว่างมหาอำนาจ รัฐบาลซาอุฯ ร่วมมือกับทุกฝ่าย แสวงหาจุดร่วมที่ได้ประโยชน์มากสุด
ต้องจับตาบทบาทอาหรับ เพราะเกี่ยวข้องกับพวกเขาโดยตรง รัฐบาลสหรัฐมีผลประโยชน์ร่วมกับอาหรับมหาศาล ไม่ง่ายที่อิสราเอลจะทำอะไรตามใจปรารถนา โดยเฉพาะยามนี้ที่จีนกับรัสเซียมีบทบาทมากขึ้น
จุดยืนร่วมจีน รัสเซีย และอิหร่าน 2025:
กลางเดือนมีนาคม 2025 เมื่อสถานการณ์ส่อทวีความตึงเครียดจีน รัสเซีย และอิหร่านแถลงจุดยืนร่วมดังนี้ ต้องยุติการคว่ำบาตรฝ่ายเดียวที่ผิดกฎหมายระหว่างประเทศ การเจรจาที่เคารพต่อกันอย่างแท้จริง พิจารณาต้นเหตุอันนำสู่สถานการณ์ในขณะนี้ ยกเลิกการข่มขู่ คุกคามด้วยกำลังทหาร (ทรัมป์ 2.0 ขู่ว่าความตึงเครียดอาจนำสู่สงคราม) ยึดมติคณะมนตรีความมั่นคง 2231 ป้องกันไม่ให้สถานการณ์บานปลาย
ยึดมั่นสนธิสัญญาไม่แพร่ขยายอาวุธนิวเคลียร์ (NPT) จีนกับรัสเซียชื่นชมที่โครงการนิวเคลียร์อิหร่านใช้ในทางสันติเท่านั้น ไม่คิดสร้างอาวุธนิวเคลียร์ ให้ความร่วมมือกับ IAEA ขอให้ทุกชาติอย่าขวางการทำงานของ IAEA ย้ำอิหร่านมีสิทธิใช้นิวเคลียร์เพื่อสันติ
วิเคราะห์: จุดยืนร่วมจีน รัสเซีย และอิหร่าน 2025 ให้ความเข้าใจและแสดงจุดยืนร่วม ดังนี้
1.รัฐบาลสหรัฐละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศที่ออกมาตรการคว่ำบาตรอิหร่านตามใจชอบ 2.สถานการณ์ที่น่ากังวลมาจากการที่รัฐบาลทรัมป์สมัยแรกถอนตัวจากข้อตกลง JCPOA เพียงฝ่ายเดียว 3.รัฐบาลสหรัฐควรยกเลิกมาตรการคว่ำบาตรอันเนื่องจากโครงการนิวเคลียร์ 4.อย่าข่มขู่อิหร่าน อย่าใช้กำลังทหารต่ออิหร่าน เพราะขัดกฎหมายระหว่างประเทศ 5.จีนกับรัสเซียขอรับรองอิหร่านไม่คิดสร้างอาวุธนิวเคลียร์ 6.อิหร่านให้ความร่วมมือกับ IAEA 7.อิหร่านมีสิทธิเดินหน้าโครงการนิวเคลียร์เพื่อใช้ในทางสันติดังเช่นประเทศอื่นๆ เช่น มีความชอบธรรมที่จะวิจัย พัฒนานิวเคลียร์เพื่อใช้ผลิตไฟฟ้าพลังนิวเคลียร์ ใช้ในทางการแพทย์ ใช้ในอุตสาหกรรมต่างๆ
รัฐบาลอิหร่านยืนยันเรื่อยมาว่าไม่เคยคิดจะมีอาวุธนิวเคลียร์ อยาตุลเลาะห์ คาเมเนอี กล่าวซ้ำหลายรอบว่า “พวกเราได้ฟัตวา (fatwa) ประกาศว่าศาสนาอิสลามห้ามครอบครองอาวุธนิวเคลียร์”
ความจริงที่ปรากฏในรอบหลายสิบปี (ตั้งแต่อิหร่านเริ่มโครงการนิวเคลียร์) จนถึงปัจจุบัน สวนทางกับท่าทีของรัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลที่พูดเรื่อยมาว่าอิหร่านแอบพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์อย่างลับๆ จะมีอาวุธนิวเคลียร์ในไม่ช้า
เป็นเรื่องแปลกแต่จริงที่ ผู้พยายามอ้างตัวเป็นผู้นำฝ่ายโลกเสรีประชาธิปไตยกับอิสราเอลไม่ลดละเล่นงานโครงการนิวเคลียร์อิหร่าน โดยใช้ข้อมูลเท็จ บอกให้นานาชาติยึดถือกฎหมายระหว่างประเทศแต่ตัวเองละเมิดกฎบัตรสหประชาชาติอยู่เสมอ ทั้งยังข่มขู่จะใช้กำลังทหารกับอิหร่านด้วยข้ออ้างเท็จ ไม่แปลกที่จีน รัสเซีย และอีกหลายประเทศกำลังร่วมกันสร้างระเบียบโลกใหม่ที่เท่าเทียมเป็นธรรมกว่าที่เป็นอยู่
เพียงแค่ดำเนินตามข้อตกลงแก้ไขปัญหาโครงการนิวเคลียร์ฉบับสมบูรณ์ (Joint Comprehensive Plan of Action: JCPOA) ที่ลงนามเมื่อปี 2015 เท่านี้นานาชาติก็มั่นใจได้ว่าอิหร่านไม่มีอาวุธนิวเคลียร์ แปลกแต่จริงที่รัฐบาลทรัมป์กับอิสราเอลไม่ยึดข้อตกลงนี้ นำสู่สถานการณ์สุ่มเสี่ยงทำสงคราม
จุดยืนร่วมจีน รัสเซีย และอิหร่าน 2025 บ่งบอกว่าจีนกับรัสเซียทนไม่ได้ที่รัฐบาลสหรัฐเล่นงานอิหร่านด้วยโครงการนิวเคลียร์อีกแล้ว แท้จริงแล้วประเด็นไม่อยู่ที่ตัวโครงการแต่อยู่ที่รัฐบาลสหรัฐกับอิสราเอลต้องการเล่นงานอิหร่านเท่านั้นเอง.