โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

เมื่อทรัมป์มา จีนเสี่ยงการค้า แต่มีโอกาสขยายอิทธิพล

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 22 ม.ค. 2568 เวลา 12.54 น. • เผยแพร่ 22 ม.ค. 2568 เวลา 11.09 น.
A 3D-printed miniature model of U.S. President-elect Donald Trump and the Chinese flag are seen in this illustration taken January 15, 2025. REUTERS/Dado Ruvic/Illustration

โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐมีนโยบายมากมายที่ส่งผลกระทบต่อโลก โดยเฉพาะต่อจีนซึ่งเป็นคู่แข่งหมายเลข 1 แม้ว่าล่าสุดทรัมป์บอกว่าจะร่วมกับจีนทำให้โลกสงบสุข แต่หลายฝ่ายคาดว่าจีนซึ่งเป็นทั้งคู่แข่งหมายเลข 1 และประเทศที่เกินดุลสหรัฐมากเป็นอันดับ 1 ก็ยังคงจะเป็นประเทศที่ถูกคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากทรัมป์เป็นอันดับต้น ๆ อยู่ดี

ตามข้อมูลจากกระทรวงพาณิชย์สหรัฐซึ่งเผยแพร่เมื่อวันที่ 7 มกราคม 2025 พบว่าในช่วง 11 เดือนแรกของปี 2024 จีนเกินดุลกับสหรัฐมากสุดถึง 270,421.2 ล้านดอลลาร์ (ราว 9,275,176.74 ล้านบาท) คิดเป็นประมาณ 24.95% ของการขาดดุลการค้าทั้งหมดของสหรัฐ ขณะที่อันดับรองลงมาอย่างเม็กซิโกคิดเป็น 14.5% และเวียดนามคิดเป็น 10.43% ซึ่งจะเห็นได้ว่าจีนเกินดุลกับสหรัฐมากกว่าเม็กซิโกกับเวียดนามรวมกันเสียอีก

ทรัมป์เคยประกาศว่าจะเก็บภาษีนำเข้าสินค้าทุกชนิดจากจีนอย่างต่ำ 60% และประกาศในเวลาต่อมาว่าจะขึ้นภาษีสินค้าจากจีนอีก 10% ตั้งแต่วันแรกที่เข้ารับตำแหน่ง

แม้ว่าเมื่อวันแรกของทรัมป์มาถึงจริง ๆ ทรัมป์ก็ยังไม่ได้ประกาศให้เริ่มเก็บภาษีประเทศใดในวันแรก มีเพียงเม็กซิโกและแคนาดาที่ทรัมป์บอกว่าจะเริ่มวันที่ 1 กุมภาพันธ์ แต่จีนก็ไม่มีทางรอด จะต้องเจอกำแพงภาษีของสหรัฐไม่น้อยแน่ ๆ

สำหรับรอบนี้ บลูมเบิร์ก (Bloomberg) วิเคราะห์ว่า จีนต้องเผชิญกับสงครามการค้าของทรัมป์ 2.0 ต่างไปจากครั้งก่อน ตรงที่ในครั้งนี้เศรษฐกิจอันเปราะบางของจีนพึ่งพาการส่งออกมากกว่ายุคทรัมป์ 1.0 อย่างมาก

ด้วยอุปสงค์ในประเทศที่ซบเซา ประกอบกับวิกฤตภาคอสังหาฯ ที่ยืดเยื้อ ทำให้จีนพึ่งพิงการส่งออกในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจมากยิ่งขึ้น ส่งผลให้การส่งออกคิดเป็นสัดส่วนมากกว่า 1 ใน 3 ของผลิตภัณฑ์มวลรวมในประเทศ (GDP) ปี 2024

ตามข้อมูลจากสำนักงานสถิติแห่งชาติจีน การส่งออกจีนเติบโตอย่างมากตลอดปี 2024 และมียอดเกินดุลสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 992,000 ล้านดอลลาร์ (ราว 33,990,377.85 ล้านบาท)

หากจีนยังคงพึ่งพาภาคการส่งออกอย่างนี้ต่อไป จีนจะต้องพบกับความท้าทายด้านกำแพงภาษีอย่างหนัก ซึ่งจะส่งผลเสียต่อการดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศ (FDI) ของจีน อีกทั้งบริษัทที่ลงทุนในจีนอยู่เดิมก็แห่ย้ายออกในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

ทว่าในทางกลับกัน การมาของทรัมป์ก็ไม่ได้มีแต่ผลกระทบด้านลบสำหรับจีน แต่ผลกระทบทางบวกก็มีเช่นกัน นักสังเกตการณ์และนักวิเคราะห์หลายคนมองว่า ในยุคของทรัมป์ อิทธิพลของจีนจะเพิ่มขึ้นต่อไป

ตามการรายงานของเซาท์ไชน่ามอร์นิงโพสต์ (South China Morning Post) จู เฟิ่ง คณบดีคณะรัฐศาสตร์ระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยหนานจิง วิเคราะห์ว่า สหรัฐในยุคทรัมป์จะยังรักษาความสามารถในเชิงยุทธศาสตร์เหนือกว่าจีน และความได้เปรียบนี้จะไม่มีทางยุติลงในระยะสั้นหรือกลาง ไม่ว่าใครจะมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐก็ตาม แต่จากมุมมองของจีน จีนจะไม่ยอมรับ “ความพ่ายแพ้” ต่อสหรัฐ เพราะจีนจะเดินหน้าร่วมมือกับกลุ่มโลกใต้ (Global South) ให้ลึกซึ้งขึ้น รวมถึงขยายกลยุทธ์แบบยืดหยุ่น เพื่อลดแรงกดบีบของสหรัฐ

ด้าน หวัง อี้เว่ย ผู้อำนวยการสถาบันกิจการระหว่างประเทศ มหาวิทยาลัยเหรินหมินในปักกิ่ง วิเคราะห์ว่า เมื่อทรัมป์ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดี โลกจะไม่พึ่งพาสหรัฐ แต่จะฝากความหวังไว้กับจีนมากขึ้น อิทธิพลของจีนในโลกจะยิ่งมากขึ้นไปอีก

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เมื่อทรัมป์มา จีนเสี่ยงการค้า แต่มีโอกาสขยายอิทธิพล

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...