โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ม.สยาม’ แถลงแล้ว ผลสอบ ‘อบรมอาสาตำรวจจีน’

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 12.39 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 12.37 น. • The Bangkok Insight

"ม.สยาม" แถลงแล้ว ผลสอบ "อบรมอาสาตำรวจจีน" ยืนยัน ค่าอบรม 3.8 หมื่น ไม่มีเส้นเงินรับ-โอน ออกจาก นศ. เข้ามหาวิทยาลัย

สำนักงานอธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม นายพรชัย มงคลวนิช อธิการบดี พร้อมด้วย นายวิเชียร เปรมชัยสวัสดิ์ รองอธิการบดี และคณะผู้บริหารฯ ร่วมกันแถลงผลการตรวจสอบข้อเท็จจริง กรณีเมื่อวันที่ 1 ม.ค.ที่ผ่านมา ‘ทนายแจม’ ศศินันท์ ธรรมนิฐินันท์ ส.ส.กทม. พรรคประชาชน ออกมาแฉว่า มีการจัดการอบรมอาสาตำรวจคนจีน ซึ่งมีทั้งนักศึกษาชาวจีนและบุคคลภายนอก รวม 27 คน โดยมีค่าอบรมแรกเข้าคนละ 38,000 บาท จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ธ.ค.2567 หากผ่านจะได้ใบประกาศและบัตรที่มีโลโก้ สตช. และได้เป็นอาสาตำรวจจราจรรุ่นที่ 1 โดยมีการเชิญเจ้าหน้าที่ตำรวจจาก บก.น. 3 เป็นวิทยากร

นายพรชัย อธิการบดี กล่าวว่า ประเด็นที่เกิดขึ้น ทางมหาวิทยาลัยเป็นผู้เสียหาย และพอทราบเรื่อง ได้มีการตั้งคณะกรรมการขึ้นมาตรวจสอบข้อเท็จจริง ตั้งแต่วันที่ 3 ม.ค.ที่ผ่านมา และผลการสอบออกมาแล้วเมื่อวานนี้ (5 ม.ค.) โดยมีผลการสอบสวน ดังนี้

1.การอบรมหลักสูตรอาสาสมัครตำรวจบ้าน เป็นโครงการที่จัดทำขึ้นโดยบุคคลภายนอกที่รู้จักฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้องภายนอกในการจัดทำ ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจของ บก.น.3 โดยมี Dr.Li ZHANG อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยสยาม เป็นผู้อำนวยความสะดวกในการจัดอบรม เพื่อให้ความรู้ด้านการป้องกันอาชญากรรมตนเองแก่นักศึกษาจีนและบุคลากรของมหาวิทยาลัย ซึ่งไม่ได้เสนอขออธิการบดีฯ

2.จากการตรวจสอบข้อเท็จจริง การจัดอบรมที่ปรากฏว่า จัดขึ้นระหว่างวันที่ 25-27 ธ.ค.2567 โดยวันที่ 25 ธ.ค.2567 มีการเปิดอบรมที่ห้องเรียนของมหาวิทยาลัยสยาม ซึ่งการเปิดอบรมดังกล่าว ไม่ได้เสนอขออนุมัติใช้สถานที่จากมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด

ส่วนวันที่ 26-27 ธ.ค.2567 เป็นการอบรมนอกสถานที่ ไม่มีการอบรมในมหาวิทยาลัย และการไปอบรมนอกสถานที่ดังกล่าว นักศึกษาจีนและบุคลากรของมหาวิทยาลัยก็ไม่ได้เสนอขออนุมัติเข้าร่วมกิจกรรมจากมหาวิทยาลัยเลย

3.หนังสือขอความร่วมมือในการจัดทำโครงการดังกล่าวไปยัง ผกก.สส.บก.น.3 เป็นหนังสือที่ร่างและจัดทำขึ้นมาจากบุคคลภายนอก แต่มีการลงนามโดย

Dr.Li ZHANG นั้น เป็นการใช้ตำแหน่งที่ไม่ได้แต่งตั้งเป็นทางการตามคำสั่งของมหาวิทยาลัย และผู้ลงนามได้ลงนามไปโดยพละการ ไม่ได้เสนอขออนุมัติจากมหาวิทยาลัยก่อน อีกทั้งหนังสือดังกล่าวก็ไม่ได้ดำเนินการผ่านระบบสารบรรณของมหาวิทยาลัยแต่อย่างใด

ทั้งนี้ เอกสารที่ส่งไปยัง บกน. 3 นั้นมีจุดพิรุธหลายจุด เพราะเอกสารไม่มีเลขที่ตั้งของมหาวิทยาลัย มีแค่ชื่อถนน เขต , ไม่มีตราประทับที่ออกจากสารบรรณของมหาวิทยาลัย และในเนื้อหามีการใช้คำว่า มหาวิทยาลัย ปะปนกับคำว่า วิทยาลัย ซึ่งปกติแล้วจะใช้แค่มหาวิทยาลัยเท่านั้น และวันที่การอบรมเป็นวันที่มหาวิทยาลัยหยุดการเรียนการสอน ซึ่งโดยปกติจะไม่มีการจัดอบรมในช่วงเวลาที่ปิดเรียน แต่ต่อมา กองกำกับการสืบสวน บก.น.3 ได้มีหนังสือตอบรับไปยัง Dr.Li ZHANG เพื่อจัดส่งวิทยากรไปร่วมโครงการด้วย

4.สำหรับการเก็บเงินค่าลงทะเบียนเข้าร่วมอบรม จำนวน 38,000 บาท ตามที่เป็นข่าวใน

สื่อสังคมออนไลน์Dr.Li ZHANG ยืนยันว่า นักศึกษาจีนและบุคลากรของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมทั้งหมด ไม่เสียค่าใช้จ่ายในการลงทะเบียนแต่อย่างใด ประกอบคำยืนยันจากการสัมภาษณ์นักศึกษา และบุคลากรประจำของมหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมการอบรมดังกล่าว

ส่วนการเก็บเงินค่าลงทะเบียนบุคคลภายนอกที่เข้าร่วมการอบรมดังกล่าวด้วยนั้น Dr.Li ZHANG แจ้งว่า ไม่ได้รับทราบมาก่อน เป็นการดำเนินการของบุคคลภายนอก ไม่เกี่ยวข้องกับมหาวิทยาลัย และเงินดังกล่าวก็ไม่ได้เข้ามาในระบบมหาวิทยาลัย ส่วนทางมหาวิทยาลัยเอง ก็ไม่ได้จ่ายเงินให้แก่วิทยากรด้วย

5.เรื่องการติดต่อประสานงานเกี่ยวกับกิจกรรมตามโครงการ ตลอดจนการมอบประกาศนียบัตร , การเตรียมอุปกรณ์เพื่อแจกให้กับผู้เข้าร่วมโครงการ เช่น หมวก เสื้อกั๊ก ป้ายคล้องคอ Dr.Li ZHANG แจ้งว่า บุคคลภายนอกเป็นผู้ดำเนินการทั้งหมด

นายพรชัย กล่าวย้ำว่า เรื่องนี้มหาวิทยาลัยเป็นผู้เสียหาย และไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับโครงการดังกล่าว แต่เป็นการดำเนินการของบุคคลภายนอกโดยพละการ ที่ส่งผลกระทบต่อชื่อเสียงมหาวิทยาลัย โดยผลการประชุมจะลงโทษทางวินัยกับบุคคลของมหาวิทยาลัยที่เกี่ยวข้อง ประกอบด้วย อาจารย์ 1 คน คือDr.Li ZHANG และ บุคลาการ 1 คน ซึ่งตอนนี้ส่งผลไปยัง กระทรวงการอุดมศึกษาวิทยาศาสตร์วิจัยและนวัตกรรม คาดว่าจะมีผลลงโทษภายใน 1-2 สัปดาห์ และเตรียมดำเนินคดีทางอาญา ในคดีแอบอ้างและใช้สัญลักษณ์ของมหาวิทยาลัย

ส่วน Dr.Li ZHANG ตอนนี้ ทางมหาวิทยาลัยยังไม่มีคำสั่งให้ออกจากงาน หรือหยุดปฎิบัติหน้าที่เพราะอยู่ในช่วงปิดเทอม ส่วนถึงขั้นไล่ออกเลยหรือไม่นั้น อยู่ระหว่างการพิจารณาและมีสิทธิ์ถึงขั้นไล่ออกได้

ส่วนกรณีวิทยากรที่เป็นตำรวจ รู้จักกับบุคลากรในมหาวิทยาลัยหรือไม่ จากการสอบถามนายDr.Li ZHANG บอกว่า รู้จักผ่านคนกลาง ซึ่งเป็นบุคคลภายนอก เราไม่สามารถเอ่ยชื่อได้ แต่ส่วนตัวอธิการบดีเองก็บอกว่า ไม่รู้จักกับตำรวจ ที่เป็นวิทยากร

เมื่อถามว่า ทางมหาวิทยาลัยมีความกังวล ว่าผู้เข้ารับอบรมทั้งหมดจะนำบัตร หรือเครื่องแบบที่มีโลโก้สำนักการตำรวจแห่งชาติไปหลอกลวงชาวจีนหรือใช้เกี่ยวกับธุรกิจจีนเทาหรือไม่ นายพรชัย บอกว่า ตนเองก็รู้สึกไม่สบายใจ แต่เข้าใจว่าผู้ที่จัดอบรมน่าจะมีรายชื่อของบุคคลเหล่านี้ และมหาวิทยาลัยจะเรียกทั้งหมดตามรายชื่อมาสอบสวนข้อเท็จจริง

อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยาม กล่าวว่า ที่ผ่านมาทาง มหาวิทยาลัยให้ความร่วมมือการจัดอบรมกับตำรวจมาโดยตลอด ซึ่งทางตำรวจจะเป็นคนขอความร่วมมือ ที่ถูกต้องตามระเบียบ และส่วนใหญ่จะเป็นตำรวจในพื้นที่ และเป็นการอบรมเรื่องของการจราจร ไม่เหมือนกับครั้งนี้ที่ทางเราไม่รู้เรื่อง

“ขอยืนยันว่า มหาวิทยาลัย ไม่ทราบเรื่องนี้มาก่อนเลย ซึ่งเราไม่เกี่ยวข้องทั้งเรื่องของการจัดการหรือเรื่องเงิน ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญ เพราะหลายคนเองก็สงสัยว่า 3.8 หมื่นบาทมาจากไหน เราตรวจสอบจากฝ่ายการเงินแล้วไม่มีทั้งเงินเข้าหรือเงินออกสำหรับกิจกรรมนี้เลย“ อธิการบดีมหาวิทยาลัยสยามกล่าว

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...