โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ยอดลงทะเบียน “คุณสู้ เราช่วย” แตะ 369,000 บัญชี แบงก์พบไม่ตรงเงื่อนไขอื้อ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ม.ค. 2568 เวลา 16.39 น. • เผยแพร่ 06 ม.ค. 2568 เวลา 09.39 น.

ยอดลงทะเบียน “คุณสู้ เราช่วย” ณ 6 ม.ค. 68 แตะ 369,000 บัญชี ด้านแบงก์ เผย ส่วนใหญ่ไม่ตรงเงื่อนไข แต่ลงทะเบียนไปก่อน เร่งติดต่อกลุ่มเป้าหมายเข้าร่วม

รายงานข่าวจาก ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่า จำนวนคนลงทะเบียนโครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ณ วันที่ 6 ม.ค.68 มีประมาณ 176,000 คน หรือ จำนวนบัญชี 369,000 บัญชี เพิ่มขึ้นจากยอดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 18 ธ.ค. 2567 ที่มีจำนวนบัญชี 225,404 บัญชี

แหล่งข่าวธนาคารพาณิชย์เผยว่า หลังจากเปิดรับลงทะเบียนมาตรการแก้หนี้ โครงการ “คุณสู้ เราช่วย” ไปตั้งแต่วันที่ 12 ธ.ค. 2567 ที่ผ่านมาพบว่า ผู้ที่ลงทะเบียนเข้ามาเกินครึ่งไม่ตรงตามเงื่อนไข เช่น บางส่วนยังไม่ได้เป็นเอ็นพีแอล หรือ ระยะเวลาที่เป็นเอ็นพีแอลไม่ตรงตามเงื่อนไข

“บางส่วนไม่ตรงเงื่อนไขแต่เข้ามาลงไปก่อน ส่วนลูกหนี้กลุ่มที่ตรงตามเงื่อนไขยังไม่ได้เข้ามาลงทะเบียน”

โดยธนาคารพยายามสื่อสารและทำความเข้าใจกับลูกค้ากลุ่มที่เข้าเงื่อนไข ทั้งนี้ลูกหนี้บางกลุ่มไม่อยากเข้าโครงการฯ เนื่องจากเงื่อนไขที่ห้ามก่อหนี้เพิ่มในช่วง 1 ปีที่อยู่ในมาตรการ ซึ่งธนาคารพยายามติดต่อให้ข้อมูลเพื่อทำความเข้าใจกับลูกค้าอย่างต่อเนื่อง

คุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถเข้าร่วมมาตรการได้

(1) มีวงเงินสินเชื่อรวมต่อสถาบันการเงินไม่เกินที่กำหนด โดยพิจารณาแยกวงเงินตามประเภทสินเชื่อต่อสถาบันการเงิน ดังนี้

  • สินเชื่อบ้าน / บ้านแลกเงิน วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท
    • สินเชื่อเช่าซื้อ / จำนำทะเบียนรถยนต์ วงเงินไม่เกิน 8 แสนบาท
    • สินเชื่อเช่าซื้อ / จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์ วงเงินไม่เกิน 5 หมื่นบาท
    • สินเชื่อธุรกิจ SMEs วงเงินไม่เกิน 5 ล้านบาท
    • กรณีสินเชื่อส่วนบุคคลและบัตรเครดิต หากมีหนี้บ้านหรือรถที่เข้าเงื่อนไขข้างต้น สามารถพิจารณาเข้ามาตรการรวมหนี้ได้ ภายใต้ระดับความเสี่ยงที่สถาบันการเงินรับได้ โดยวงเงินเมื่อรวมแล้วไม่เกินเงื่อนไขที่กำหนด

(2) เป็นสินเชื่อที่ทำสัญญาก่อนวันที่ 1 มกราคม 2567

(3) มีสถานะหนี้ ณ วันที่ 31 ตุลาคม 2567 อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(3.1) เป็นหนี้ที่ค้างชำระเกินกว่า 30 วัน แต่ไม่เกิน 365 วัน

(3.2) เคยปรับโครงสร้างหนี้ (ปรับหนี้ตั้งแต่ 1 ม.ค. 65 จากการค้างชำระเกิน 30 วัน) แต่ปัจจุบัน ต้องไม่ค้างชำระหรือค้างไม่เกิน 30 วัน

เงื่อนไขของการเข้าร่วมมาตรการ

(1) ลูกหนี้ไม่ทำสัญญาสินเชื่อเพิ่มเติมในช่วง 12 เดือนแรกที่เข้าร่วมมาตรการ ยกเว้นกรณีสินเชื่อธุรกิจ SMEs ที่จำเป็นต้องกู้เงินเพื่อเสริมสภาพคล่อง เจ้าหนี้สามารถให้สินเชื่อเพิ่มเติมได้โดยจะพิจารณาความสามารถในการชำระหนี้ของลูกหนี้ตามความเหมาะสม

(2) ลูกหนี้รับทราบว่า จะมีการรายงานข้อมูลต่อเครดิตบูโร (NCB) ถึงการเข้าร่วมมาตรการ

(3) หากลูกหนี้ไม่สามารถจ่ายชำระค่างวดขั้นต่ำได้ตามที่มาตรการกำหนด หรือไม่สามารถปฏิบัติตามเงื่อนไขอื่น ๆ ได้ เช่น ลูกหนี้ก่อหนี้ใหม่ก่อนระยะเวลา 12 เดือน ลูกหนี้จะต้องออกจากมาตรการและชำระดอกเบี้ยที่ได้รับการพักไว้ในระหว่างที่เข้ามาตรการ

(4) หากสัญญาสินเชื่อมีผู้ค้ำประกัน ผู้ค้ำประกันต้องให้ความยินยอมในการเข้าร่วมมาตรการและลงนามในสัญญาค้ำประกันใหม่

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง :

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...