โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

วิจัยเศรษฐกิจป๋วยฯ เผยงานวิจัย เป็น หนี้เสีย ยังมีโอกาสกู้ใหม่ได้

การเงินธนาคาร

อัพเดต 09 พ.ย. 2567 เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 09 พ.ย. 2567 เวลา 04.21 น.

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วยฯ ระบุ ลูกหนี้จำนวนมากไม่พยายามแก้หนี้ เพราะเข้าใจผิดว่า ถ้ามีประวัติ หนี้เสีย จะกู้ใหม่ไม่ได้ แต่พบว่าในปี 66 ลูกหนี้ที่กลับตัวแล้ว 34% สามารถกู้ใหม่ได้

สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ เผยงานวิจัย โอกาสของผู้กู้ที่เคยมีหนี้เสีย และวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลเครดิตในระบบการเงินไทย โดย ดร.โสมรัศมิ์ จันทรัตน์ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์,ดร.ลัทธพร รัตนวรารักษ์ สถาบันวิจัยเศรษฐกิจป๋วย อึ๊งภากรณ์ และนายภาคิน พิริยะกิจสกุล ธนาคารแห่งประเทศไทย ระบุว่า

เป้าประสงค์สำคัญของการมีข้อมูลเครดิตที่ครบถ้วนและครอบคลุมก็เพื่อช่วยให้สถาบันการเงินสามารถปล่อยสินเชื่อตามศักยภาพและคิดดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของผู้กู้ และในขณะเดียวกันก็สามารถ reward พฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีของผู้กู้ได้ และหากผู้กู้เข้าใจอย่างถ่องแท้ถึงคุณค่าของการมีประวัติการชำระหนี้ที่ดี ก็จะช่วยเสริมสร้างพฤติกรรมการชำระหนี้ที่ดีของผู้กู้ด้วยอีกต่อหนึ่ง ซึ่งจะนำไปสู่การสร้างวัฒนธรรมการปล่อยสินเชื่อที่ดี (good credit culture) ในระบบการเงินได้ในที่สุด

เรามักจะเห็นได้จากตัวอย่างในต่างประเทศ ที่ผู้กู้มักให้ความสำคัญกับการสร้างเสริมคะแนนเครดิต (credit score) ทำให้มีความกระตือรือร้นในการชำระหนี้ให้ตรงเวลา หรือในกลุ่มผู้กู้ที่พลาดพลั้งไปเป็นหนี้เสีย ก็พยายามกลับตัวเพื่อพัฒนา credit score ของตนเอง เพื่อเพิ่มโอกาสในการได้สินเชื่อและในต้นทุนที่ไม่สูงมากในอนาคต

“แต่ในประเทศไทย ผู้กู้จำนวนมากอาจยังไม่รับรู้และเข้าใจถึงวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลเครดิตข้างต้น จนทำให้ผู้กู้ที่มีหนี้เสียบางกลุ่มเลือกที่จะไม่พยายามแก้หนี้เพราะอาจเข้าใจว่าการเคยมีประวัติเป็นหนี้เสีย จะตัดโอกาสในการได้สินเชื่อใหม่ในอนาคต”

ผู้กู้กลับตัวที่เคยผิดนัดชำระหนี้มาก่อนและกลับมาจ่ายได้ตามปกติแล้ว ได้รับโอกาสมากน้อยเพียงใดในการได้สินเชื่อใหม่ เปรียบเทียบกับผู้กู้รายใหม่ที่ไม่เคยมีประวัติการกู้ในระบบมาก่อน?

จากข้อมูลสินเชื่อรายสัญญาที่ปล่อยใหม่ในปี 2566 ทั้งสินเชื่อธุรกิจจากข้อมูลที่ธนาคารพาณิชย์รายงานต่อธนาคารแห่งประเทศไทย และสินเชื่อรายย่อยจากข้อมูลเครดิตบูโร เห็นว่า สถาบันการเงินยังให้ความสำคัญกับการปล่อยสินเชื่อใหม่ให้กับลูกหนี้ที่กลับตัว

โดยหากมามองสินเชื่อรายย่อย พบว่า การปล่อยสินเชื่อใหม่โดยรวมนั้นให้แก่ผู้กู้กลับตัว (สีเหลือง) มากกว่าผู้กู้รายใหม่ที่ยังไม่เคยมีประวัติการกู้ในระบบ (สีน้ำเงิน) โดยเฉพาะสินเชื่อเพื่ออุปโภคบริโภค (PL, O/D) สินเชื่อจากสถาบันการเงินเฉพาะกิจ (Specialized Financial Institutions; SFIs) สินเชื่อเพื่อการเกษตร สินเชื่อเพื่อทำธุรกิจ (รวม Nano-finance) และสินเชื่ออื่น ๆ

โดยในภาพรวม จากกลุ่มลูกหนี้กลับตัวทั้งหมด มี 34% ที่ได้สินเชื่อใหม่ในปี 2566 และสินเชื่อใหม่ที่ให้แก่ลูกหนี้กลับตัวมีทั้งให้กับลูกหนี้ที่กลับตัวมาไม่เกิน 1 ปี ซึ่งส่วนใหญ่เป็นลูกหนี้ SFIs ในสินเชื่อเกษตรและสินเชื่ออื่นๆ และลูกหนี้ Non-bank เช่าซื้อ ส่วนธนาคารพาณิชย์และ Non-bank บัตรเครดิต ส่วนใหญ่ให้สินเชื่อใหม่กับกลุ่มลูกหนี้ที่ออกจาก NPL มาแล้วมากกว่า 3 ปี

ในขณะเดียวกัน สถาบันการเงินมีแนวโน้มปล่อยสินเชื่อธุรกิจให้แก่กลุ่มผู้กู้รายใหม่ในสัดส่วนบัญชีที่มากกว่าผู้กู้กลับตัว แต่ขนาดของสินเชื่อเฉลี่ยที่ให้แก่ผู้กู้กลับตัวนั้นสูงกว่ากลุ่มผู้กู้รายใหม่ประมาณ 3 เท่า โดยกลุ่มลูกหนี้กลับตัว ส่วนใหญ่ใช้ระยะเวลากลับตัวโดยเฉลี่ยประมาณ 32 เดือนจึงได้สินเชื่อใหม่ เมื่อพิจารณาแยกตามขนาดธุรกิจ พบว่าสำหรับธุรกิจขนาดใหญ่ (Corp) สินเชื่อเปิดใหม่มีสัดส่วนให้แก่กลุ่มลูกหนี้กลับตัวมากกว่าผู้กู้รายใหม่ซึ่งแทบจะไม่มีเลย

หนี้เสีย

ผลข้างต้นแสดงให้เห็นถึงวัฒนธรรมการใช้ข้อมูลเครดิตที่ดี ที่ควรส่งเสริมให้ลูกหนี้ได้รับรู้ในวงกว้าง เพื่อผลักดัน credit culture ที่ดีของระบบการเงินไทย

อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...