โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วัฏจักรขาขึ้นสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ หนุนอุตฯ อิเล็กทรอนิกส์ ขยายตัวต่อเนื่อง

The Bangkok Insight

อัพเดต 06 พ.ย. 2567 เวลา 01.44 น. • เผยแพร่ 06 พ.ย. 2567 เวลา 01.31 น. • The Bangkok Insight

อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง ตามวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเปราะบาง

ภาพรวมอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่อง จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในตลาดโลกที่ขยายตัวได้ดี แต่ยังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเปราะบางและเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลง

สินค้าอิเล็กทรอนิกส์

ในปี 2567 คาดว่ามูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในภาพรวมจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นจากปี 2566 โดยคาดว่าจะขยายตัว 2.4% โดยได้รับปัจจัยหนุนจากวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าคอมพิวเตอร์และฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์

ทั้งนี้ มูลค่าการส่งออกของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องที่ 2.8% ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในกลุ่มชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์และกลุ่มไฟฟ้ากำลัง (Power electronics) ในตลาดโลกที่ขยายตัวต่อเนื่อง และเป็นไปตามวัฏจักรขาขึ้นของคอมพิวเตอร์กับฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์ที่ฟื้นตัว

ขณะที่ความต้องการในกลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้าชะลอลงกว่าที่คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ดี ยังต้องติดตามภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีแนวโน้มเปราะบางและเศรษฐกิจจีนที่ชะลอลง ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อกำลังซื้อของผู้บริโภคบางส่วน

สำหรับกลุ่มที่มีแนวโน้มเติบโตได้ดี คือกลุ่ม Power electronics ส่วนกลุ่ม Consumer electronics ยังคงขยายตัวตามวัฏจักรขาขึ้น ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้ามีแนวโน้มฟื้นตัวอย่างช้า ๆ จากเศรษฐกิจโลกที่ยังคงเปราะบาง

อุตสาหกรรมชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์

การส่งออกในปี 2568 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้น โดยคาดว่าจะขยายตัวอยู่ที่ 3.0% โดยได้รับปัจจัยสนับสนุนจากความต้องการในสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ทั่วโลกที่กลับมาฟื้นตัว โดยเฉพาะในกลุ่มชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมยานยนต์ไฟฟ้า และเทคโนโลยี AI

อุตสาหกรรมฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์

การส่งออกในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวที่ 2.4% สอดคล้องกับทิศทางตลาดฮาร์ดดิสก์ไดรฟ์โลกที่คาดว่าจะฟื้นตัวต่อเนื่องจากปีนี้

อุตสาหกรรม Consumer electronics

การส่งออกในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวอยู่ที่ 2.7% สอดคล้องกับวัฏจักรขาขึ้นและความต้องการซื้อคอมพิวเตอร์และส่วนประกอบที่ขยายตัว แต่ยังคงต้องจับตาความเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจประเทศคู่ค้า

อุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า

การส่งออกในปี 2568 มีแนวโน้มกลับมาฟื้นตัวอย่างช้า ๆ เนื่องจากได้รับผลกระทบจากเศรษฐกิจโลกที่ชะลอตัวลง โดยคาดว่าภาพรวมการส่งออกเครื่องใช้ไฟฟ้าจะขยายตัวอยู่ที่ 1.2% โดยมีปัจจัยหนุนสำคัญจากการขยายตัวของการส่งออกสินค้าในกลุ่มเครื่องปรับอากาศและเครื่องซักผ้าไปยังสหรัฐฯ ที่ยังเติบโตได้ต่อเนื่อง

อุตสาหกรรมไฟฟ้ากำลัง หรือ Power electronics

การส่งออกในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัวต่อเนื่องที่ราว 4.3% โดยคาดว่าความต้องการสินค้าในกลุ่มนี้จะขยายตัวสูงขึ้น โดยเฉพาะการส่งออกไปยังตลาดสหรัฐฯ เช่น หม้อแปลงไฟฟ้า แผงสวิตช์ และสายไฟฟ้า/สายเคเบิล เป็นต้น

อย่างไรก็ตาม อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังมีประเด็นที่ต้องจับตาการเปลี่ยนแปลงของ Global value chain ครั้งใหม่ จากความเสี่ยงทางด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้เกิดกระแสการย้ายฐานการผลิต และแนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ตลอดจนเทรนด์รักษ์โลก

การเปลี่ยนแปลงของ Global value chain ครั้งใหม่

จากประเด็นความขัดแย้งด้านภูมิรัฐศาสตร์ที่ส่งผลให้เกิดการแบ่งขั้วเศรษฐกิจและนำมาสู่กระแสการย้ายฐานการผลิต รวมไปถึงแรงกดดันจาก Mega trend ต่าง ๆ เช่น เทรนด์รักษ์โลก การเติบโตของเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และกลุ่ม Data center แนวโน้มความต้องการยานยนต์ไฟฟ้า ที่จะเป็นตัวแปรสำคัญที่ส่งผลต่อการเปลี่ยนแปลงของ Global value chain ครั้งใหม่ของอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์โลก

แนวโน้มการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ของไทย ที่ส่งผลให้ผู้ประกอบการในอุตสาหกรรมจำเป็นต้องปรับปรุงและพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อรองรับการเติบโตของสินค้าไฮเทคมากขึ้น

เทรนด์รักษ์โลกกับการบริหารธุรกิจให้เติบโตแบบยั่งยืน ผู้บริโภคในปัจจุบันให้ความสำคัญและใส่ใจกับปัญหาสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ส่งผลให้ภาคธุรกิจจำเป็นต้องมีการปรับตัวและพัฒนาผลิตภัณฑ์ให้มีความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปรับปรุงกระบวนการผลิต การเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล รวมไปถึงการจัดทำแผนการพัฒนาองค์กรแบบยั่งยืน

SCB EIC มองว่า ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ต้องมีการปรับกลยุทธ์เพื่อรับมือกับสถานการณ์ ดังนี้

1. การพัฒนาไปสู่อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์สีเขียวมากขึ้น ตั้งแต่การจัดหาวัสดุที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดการใช้สารเคมีอันตราย ไปจนถึงการบริหารจัดการขยะอิเล็กทรอนิกส์อย่างเหมาะสม

2. การส่งเสริมการพัฒนาทักษะแรงงานที่มีทักษะสูง มีการปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรในสถาบันการศึกษาที่สอดรับกับความต้องการของตลาดแรงงานมากขึ้น เช่น วิศวกรรมเซมิคอนดักเตอร์ นักวิทยาศาสตร์คอมพิวเตอร์ นักวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก เป็นต้น

3. การส่งเสริมการลงทุนด้านการวิจัยและการพัฒนาที่มุ่งเน้นการสร้างห่วงโซ่อุปทานการผลิตระดับต้นน้ำมากขึ้น ภาครัฐและเอกชนควรร่วมมือกันส่งเสริมการวิจัยและพัฒนา เพื่อให้เกิดการพัฒนาไปสู่การผลิตสร้ฑ์อิเล็กทรอนิกส์ระดับต้นน้ำที่มีมูลค่าเพิ่ม (High value-added) มากขึ้น

บทความโดย: นางสาวจิรภา บุญพาสุข นักวิเคราะห์ ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ (SCB EIC)

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...