นายกฯ เปิดหลักสูตร วปอ. ขอทุกคนแลกเปลี่ยนความรู้ร่วมกัน
สำนักข่าวไทย Online
อัพเดต 11 พ.ย. 2564 เวลา 05.31 น. • เผยแพร่ 11 พ.ย. 2564 เวลา 05.31 น. • สำนักข่าวไทย อสมทวปอ. 11 พ.ย.-นายกฯ เปิดการศึกษาหลักสูตร วปอ. รุ่นที่ 64 ย้ำทุกคนแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์ แนะดึงเยาวชนเข้ามามีส่วนร่วม นำยุทธศาสตร์ชาติมาใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อการขับเคลื่อนประเทศชาติ
นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีเปิดการศึกษาหลักสูตรการป้องกันราชอาณาจักร (วปอ.) รุ่นที่ 64 ที่ สถาบันวิชาการป้องกันประเทศ ถนนวิภาวดีรังสิต โดยมีผู้เข้ารับการศึกษา จำนวน 288 คน และนักศึกษาจากมิตรประเทศ ได้แก่ ราชอาณาจักรกัมพูชา สาธารณรัฐอินเดีย สาธารณรัฐอินโดนีเซีย สหพันธรัฐ มาเลเซีย สาธารณรัฐอิสลามปากีสถาน สหราชอาณาจักร และ สาธารณรัฐสังคม นิยมเวียดนาม เข้าร่วม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า หวังว่าตลอดระยะเวลาของการเข้ารับการศึกษา นักศึกษาทุกคนจะนำเอาความรู้ ความสามารถ และประสบการณ์ของแต่ละคนมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้กันให้เกิดประโยชน์ต่อประเทศชาติ พร้อมกันนี้ นายกรัฐมนตรีกล่าวบรรยายเรื่อง “บทบาทของภาครัฐ เอกชน และการเมืองในการรักษาความมั่นคงแห่งชาติ” ย้ำไทยมีพื้นฐานทางเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง อาหารและทรัพยากรธรรมชาติมีความอุดมสมบูรณ์ ภาคอุตสาหกรรมและบริการที่มีความสามารถในการแข่งขันทัดเทียมนานาประเทศ รัฐบาลเตรียมความพร้อมประเทศในการรองรับการพัฒนาอย่างก้าวหน้าของประเทศและประชาคมโลก รวมทั้งป้องกันภัยคุกคามรูปแบบใหม่ที่เรียกว่าความมั่นคงแบบองค์รวม ซึ่งมาจากทั้งปัจจัยภายในประเทศ เช่น ความเหลื่อมล้ำในมิติต่าง ๆ การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ สาธารณภัยและภัยพิบัติต่างๆ และปัจจัยภายนอกประเทศ เช่น ข้อกำหนด กฎหมาย หรือพันธกรณีระหว่างประเทศ การแย่งชิงแรงงานและเงินทุน ภาวะโลกร้อน ก่อให้เกิดภัยธรรมชาติที่ทวีความรุนแรงมากขึ้น รัฐบาลจึงได้มีการกำหนดแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศ เพื่อยกระดับการพัฒนาให้บรรลุตามวิสัยทัศน์ประเทศไทยมี ความมั่นคง มั่งคั่ง ยั่งยืน เป็นประเทศพัฒนาแล้ว ภายใต้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ผ่านกลไกประชารัฐ
นายกรัฐมนตรี เน้นย้ำว่า การป้องกันประเทศชาติให้พ้นจากการรุกรานนั้น ทุกภาคส่วนมีบทบาท ที่ต้องร่วมมือร่วมใจกันเพื่อให้ไทยเป็นผู้เล่นสำคัญในเวทีโลก ยกระดับศักยภาพการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจ การป้องกันการทุจริตและประพฤติมิชอบ สนับสนุนในการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม ตามทิศทางการปรับเปลี่ยนโครงสร้าง เศรษฐกิจที่ขับเคลื่อนด้วยนวัตกรรม และการขับเคลื่อนนโยบายเศรษฐกิจแบบ BCG ที่สอดคล้องกับทิศทางนโยบายของนานาชาติ ในการลดการปล่อยการเรือนกระจก รวมถึงแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนของประเทศอย่างจริงจัง ซึ่งได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้องดำเนินการให้ข้าราชการมาเข้าไปแก้ปัญหาหนี้รายครัวเรือนให้กับประชาชน ภายใต้แนวคิด “1 ข้าราชการ รับผิดชอบ 1 ครัวเรือนยากจน” เพื่อให้เกิดผลเป็นรูปธรรม
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า อยากให้นักศึกษา วปอ. ช่วยกันระดมความคิด ดึงกลุ่มเด็กเยาวชน ซึ่งเป็นกลุ่มพลังทางความคิดที่สำคัญในการพัฒนาประเทศในอนาคต มาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ให้ข้อคิดเห็น และเติมเต็มประสบการณ์ร่วมกัน เพื่อเตรียมพร้อมรับมือในอนาคต ทั้งเรื่องสภาวะโลกร้อน การเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ หรือการนำแนวคิดเศรษฐกิจแบบ BCG ซึ่งเป็นวาระหลักของการประชุมเอเปคในปีหน้ามาประยุกต์ใช้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม รวมทั้งน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงและพระราโชบาย สืบสาน รักษา ต่อยอด พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 มาปฏิบัติและร่วมกันรักษาแผ่นดินไทยนี้ไว้ตลอดไป.-สำนักข่าวไทย