โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กาแฟแบบไหน ดีต่อสุขภาพที่สุด?

Gourmet & Cuisine

อัพเดต 12 ก.ค. 2564 เวลา 06.39 น. • เผยแพร่ 12 ก.ค. 2564 เวลา 06.39 น.
กาแฟแบบไหน ดีต่อสุขภาพที่สุด?

  ความนิยมที่มีมานานหลายศตวรรษทำให้กาแฟมีตัวเลือกมากมายนับไม่ถ้วน ทั้งในแง่ของรสชาติ เมล็ดกาแฟ การชง และไอเท็มเสริมต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นน้ำตาล คาราเมล หรือแม้แต่น้ำผลไม้ ไม่แปลกที่จะเกิดคำถามขึ้นมาว่า แล้วกาแฟแบบไหนกันนะ ที่ดีต่อสุขภาพมากที่สุด?   โดยรวมแล้วกาแฟมีประโยชน์ต่อสุขภาพจริง ๆ มีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยลดความเสี่ยงการเป็นเบาหวาน โรคพาร์กินสัน นิ่วในถุงน้ำดี มะเร็งตับ โรคตับแข็ง และอัลไซเมอร์ และยังมีการศึกษาพบว่าอาจช่วยให้มีชีวิตยืนยาว แต่ในขณะเดียวกัน คาเฟอีนในกาแฟก็ส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร การเต้นของหัวใจ และแน่นอนว่าอาจจะทำให้นอนไม่หลับได้เช่นกัน   แต่ด้วยตัวเลือกของกาแฟที่มีเยอะมากพอในปัจจุบัน การตามหากาแฟที่ดีที่สุดสำหรับตัวเองจึงไม่ใช่เรื่องยากอะไรมากมาย หากคุณกำลังลดน้ำหนักอยู่ ก็เลือกเครื่องดื่มที่มีแคลอรีต่ำหรือปราศจากแคลอรี หรือถ้าร่างกายไวต่อคาเฟอีน ก็แค่เลือกกาแฟ Decaf ที่แทบจะไม่มีคาเฟอีนหลงเหลืออยู่ แต่ยังได้สารต้านอนุมูลอิสระไม่ต่างจากกาแฟทั่วไป   แล้วอะไรคือปัจจัยหลักในการพิจารณาว่า กาแฟแก้วไหนแฮลท์ตี้ กาแฟแก้วไหนไม่เฮลท์ตี้?   เครื่องเติมรสชาติ
น้ำตาล นม และครีม ที่เป็นตัวเพิ่มแคลอรี่ในกาแฟให้สูงขึ้น และพบว่าครีมเทียมนั้นจะลดการดูดซึมสารต้านอนุมูลอิสระที่ดีต่อหัวใจด้วย หากเป็นคนติดหวาน แนะนำให้เติมสารให้ความหวานทดแทนจะดีกว่า จึงสามารถตัดสินได้ง่าย ๆ ว่ากาแฟดำนั้นดีต่อสุขภาพมากกว่ากาแฟในนมหรือครีม   วิธีการชง
การต้มกาแฟก็เป็นเรื่องละเอียดอ่อน การต้มกาแฟนานเกินไป อาจทำให้สารอาหารต่าง ๆ ละลายหายไปกับน้ำร้อนได้เช่นกัน และวิธีการต้มกาแฟก็ส่งผลต่อสารให้คุณประโยชน์ด้วย จากเทคนิคการชงทั้งหมด 5 วิธี ได้แก่ แอโร่เพรส, ดริป, เครื่องชงกาแฟเอสเปรสโซ, เฟรนช์เพรส และการชงกาแฟแบบง่าย ๆ พบว่าพบสารต้านอนุมูลอิสระสูงสุดจากการชงแบบแอโร่เพรส และพบน้อยสุดในการชงเฟรนช์เพรส   เมล็ดกาแฟ
เมล็ดกาแฟโรบัสต้าที่ยังไม่ได้คั่วมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงกว่าเกือบสองเท่าของเมล็ดอาราบิก้าที่ยังไม่ได้คั่ว แต่เมื่อผ่านกระบวนการคั่วแล้วก็จะเกิดความแตกต่างอยู่นิดหน่อย โรบัสต้าคั่วอ่อนจะมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าอาราบิก้าคั่วอ่อน แต่ในระดับคั่วกลางและคั่วเข้ม อาราบิก้ากลับมีสารต้านอนุมูลอิสระมากกว่าโรบัสต้า   พฤติกรรมของเราเอง
เราไม่ควรบริโภคกาแฟเกิน 2-3 แก้วหรืออย่างมากที่สุดก็ไม่ควรมากกว่า 4-5 แก้วต่อวัน  เท่ากับบริโภคคาเฟอีนในปริมาณ 50 ถึง 100 มิลลิกรัมเพื่อเลี่ยงอาการปวดหัวในตอนเช้า  เลี่ยงน้ำตาล แต่ถ้าอยากเพิ่มรสชาติจริง ๆ ก็ลองใช้เครื่องเทศอย่างขมิ้น อบเชย ลูกจันทน์เทศ หรือผงโกโก้ แทน ก็จะเป็นอีกตัวช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระและต้านการอักเสบได้   ลองเลือกเลยว่ากาแฟแบบไหนที่ใช่กับตัวเองมากที่สุด   แหล่งข้อมูล : https://www.besthealthmag.ca/article/types-of-coffee/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...