โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

2503 สงครามลับ สงครามลาว (35) ปีที่ดีของฝ่ายขวา/บทความพิเศษ พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 08 ก.ค. 2564 เวลา 08.18 น. • เผยแพร่ 08 ก.ค. 2564 เวลา 08.18 น.

บทความพิเศษ

พล.อ.บัญชร ชวาลศิลป์

 

2503 สงครามลับ

สงครามลาว (35)

ปีที่ดีของฝ่ายขวา

 

พ.ศ.2507 สถานการณ์ของลาวฝ่ายขวาล้วนมีแต่สัญญาณที่ดี

เริ่มจากพระมหากรุณาธิคุณแห่งเจ้ามหาชีวิตผู้เป็นที่สักการะสูงสุดของชาวลาวทั้งปวง ทั้งจากวอชิงตันที่ยังคงให้ความสำคัญกับสงครามลับของซีไอเอในลาวด้วยการสนับสนุนทั้งอาวุธยุทโธปกรณ์ เสบียงอาหาร และปัจจัยสำคัญในการทำสงคราม ฯลฯ ตามโครงการโมเมนตัม รวมทั้งการมาถึงของทหารปืนใหญ่ไทย “กองร้อยเอสอาร์” ในเดือนกรกฎาคม เพื่อสร้างฐานยิงปืนใหญ่ป้องกันเมืองสุยเสริมอำนาจกำลังรบในพื้นที่ทุ่งไหหินของนายพลวังเปา

นอกจากนั้น ซีไอเอและไทยยังมีความพยายามที่จะยกระดับความสามารถในการรบระยะยาวของทหารฝ่ายรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรลาวด้วยโครงการด้านการศึกษาอบรมหลักสูตรทางการทหารอย่างเป็นระบบอีกด้วย

 

โครงการฝึกศึกษาทหารลาว

เนื่องจากการสู้รบในลาวที่ทวีความรุนแรงยิ่งขึ้นตามลำดับ ซีไอเอและรัฐบาลลาวจึงได้ร้องขอให้ไทยจัดการฝึกศึกษาด้านการทหารให้แก่ทหารในกองทัพแห่งชาติลาว เพื่อเพิ่มพูนประสิทธิภาพในการรบ

กองทัพบกไทยจึงจัดโครงการฝึกศึกษาหลักสูตรต่างๆ ขึ้นเป็นการลับ ให้แก่กองทัพลาว ได้แก่ “โครงการฝึกเอกราช” และ “หลักสูตรเทคนิคอำนวยการ”

“โครงการฝึกเอกราช” เป็นการอบรมความรู้ตามเหล่าและสายวิทยาการต่างๆ จากโรงเรียนทหารของกองทัพบกไทย ได้แก่ ศูนย์การทหารราบ ศูนย์การทหารปืนใหญ่ ศูนย์สงครามพิเศษ กรมการทหารช่าง กรมการทหารสื่อสาร โรงเรียนการบินทหารบก กรมแพทย์ทหารบก และกองพันพิเศษ ค่ายสฤษดิ์เสนา เริ่มตั้งแต่ พ.ศ.2504 ควบคู่ไปกับการขยายกำลังรบตามแผนปฏิบัติการโมเมนตัมในลาว

ครั้นเมื่อจัดติดต่อกันเป็นประจำทุกปี จึงเปลี่ยนเรียกชื่อโครงการตามปี พ.ศ. เช่น “โครงการ 007” เปิดการศึกษาใน พ.ศ.2507 ฯลฯ มีผู้ผ่านการฝึกศึกษาเฉพาะในส่วนของกองทัพบกจำนวน 26,219 นาย ไม่รวมจำนวนที่ส่งฝึกบินกับกองทัพอากาศและศูนย์ฝึกการบินพลเรือน

“หลักสูตรเทคนิคฝ่ายอำนวยการ” เป็นการอบรมความรู้ด้านวิชาเสนาธิการกิจซึ่งจำเป็นต่อการควบคุมอำนวยการรบ ระยะเวลาศึกษา 8-12 สัปดาห์

โดยชั้นแรกดำเนินการศึกษาอบรมที่กองพันพิเศษ ค่ายสฤษดิ์เสนา จังหวัดพิษณุโลก

แต่ต่อมาสถานการณ์ในลาวทวีความคับขันยิ่งขึ้น การส่งนายทหารมาศึกษาในไทยกระทำได้ไม่สะดวก จึงจัดส่งชุดครูฝึกเคลื่อนที่ไปสอนในพื้นที่ฐานปฏิบัติการล่องแจ้ง เพิ่มระยะเวลาศึกษาหลักสูตรเป็น 20-24 สัปดาห์

ครูฝึกจัดจากโรงเรียนเสนาธิการทหารบก ประกอบด้วย หัวหน้าชุดฝึกเคลื่อนที่ 1 นาย เป็นผู้อำนวยการฝึก กับครูฝึกอีก 4 นาย ทั้งหมดเป็นอาจารย์โรงเรียนเสนาธิการทหารบก โดยมีคำสั่งให้ปฏิบัติงานในหน่วยผสม 333 เปิดการสอนทั้งสิ้นรวม 8 รุ่น ตั้งแต่ พ.ศ.2509-2512 มีนายทหารลาวชั้นยศระดับร้อยเอก-พันโท เข้ารับการศึกษารุ่นละประมาณ 30-50 คน รวม 450 คน

ซึ่งเมื่อมีจำนวนมากพอที่จะปฏิบัติงานในหน่วยและสามารถเปิดหลักสูตรการเรียนการสอนได้เองแล้ว จึงได้ปิดหลักสูตรนี้ลงใน พ.ศ.2512

 

ความวุ่นวายในรัฐบาลผสม

อย่างไรก็ตาม ในช่วงต้นปี 2507 สถานการณ์ทางการเมืองลาวตกต่ำลงไปอีก เมื่อเกือบครึ่งหนึ่งของทหารลาวฝ่ายเป็นกลางได้แปรพักตร์ไปร่วมกับฝ่ายซ้าย

รัฐมนตรีกลาโหมซึ่งสังกัดฝ่ายขวา นายพลภูมี หน่อสวรรค์ พยายามร้องขอให้เวียดนามใต้ส่งทหารข้ามพรมแดนมากวาดล้างทหารเวียดนามเหนือในลาว แต่ไม่เป็นผล

นายกรัฐมนตรีรัฐบาลผสม-เจ้าสุวรรณภูมา พยายามระงับความวุ่นวายโดยบินไปทุ่งไหหินเพื่อเปิดการเจรจา 3 ฝ่าย แต่ไม่สามารถตกลงกันได้กับผู้นำฝ่ายซ้ายขบวนการประเทศลาวคือเจ้าสุภานุวงศ์

วันที่ 18 เมษายน เจ้าสุวรณภูมาจึงบินกลับเวียงจันทน์แล้วประกาศลาออกจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีด้วยน้ำตานองหน้า

เช้าวันรุ่งขึ้นเกิดความพยายามก่อการรัฐประหาร แต่เพียงไม่กี่ชั่วโมงฝ่ายก่อการก็ทะเลาะกันเอง การรัฐประหารจึงล้มเหลว

เมื่อเหตุการณ์สงบลง เจ้าสุวรรณภูมาก็กลับเข้าสู่ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีอีกครั้งหนึ่ง

ความพยายามก่อการรัฐประหารครั้งนี้ส่งผลให้เกิดความเปลี่ยนแปลงที่สำคัญ คือรัฐบาลผสมสามฝ่ายที่ได้เข้ามาบริหารประเทศนับตั้งแต่ข้อตกลงเจนีวาได้สลายลงเหลือแต่เพียงในนามเท่านั้น

ฝ่ายซ้ายขบวนการประเทศลาวยังคงเจ้าหน้าที่ของตนไว้ในเวียงจันทน์พอเป็นพิธี แต่ไม่มีผู้แทนอยู่ในคณะรัฐบาลแต่อย่างใด

ส่วนทหารฝ่ายเป็นกลางของกองแลก็ผละจากฝ่ายซ้ายเข้าร่วมเป็นพันธมิตรกับฝ่ายขวา

เมื่อไม่มีส่วนร่วมในคณะรัฐบาลอีกต่อไป ทหารฝ่ายซ้ายขบวนการประเทศลาวและเวียดนามเหนือก็ยกระดับปฏิบัติการทางทหารกดดันฝ่ายกองแลจนถอยร่นไปสุดขอบทุ่งไหหินเข้าไปอยู่ในอารักขาของทหารฝ่ายวังเปา

โดยมีพวกคอมมิวนิสต์ตามรุกไล่มาอย่างกระชั้นชิด

 

อาวุธใหม่

ในตอนนี้เองที่ได้เริ่มมีการนำ “อาวุธใหม่ๆ” เข้ามาใช้ในสงคราม นั่นคือ “การโจมตีทางอากาศ” เริ่มจากนายพลวังเปาขอให้กองทัพอากาศลาวส่งเครื่องบินรบแบบที-28 จำนวน 3 เครื่องมาช่วยสนับสนุนกองกำลังของตนและกองแล เครื่องบิน ที-28 บินเข้าไปในพื้นที่การรบทุ่งไหหิน ทิ้งระเบิด บินลงต่ำเรี่ยพื้นแล้วปล่อยกระสุนเข้าใส่ข้าศึกผู้ซึ่งไม่เคยเผชิญหน้ากับเครื่องบินรบมาก่อนในชีวิต ทำให้แตกกระเจิงวิ่งหนีเอาชีวิตรอด

ไม่กี่อาทิตย์ก่อนหน้านั้น เครื่องบินที-28 จำนวนหนึ่งจากฐานบินอุดรฯ ถูกส่งมาเสริมกำลังในลาวแบบลับๆ ตราธงชาติลาวถูกนำมาติดไว้ที่ตัวเครื่องบินบางลำ และบางลำก็ไม่มีตราบ่งบอกสังกัดใดๆ เลย

และเนื่องจากจำนวนนักบินของลาวขณะนั้นยังมีไม่เพียงพอจึงได้นำนักบินชาวไทยและอเมริกามาทำหน้าที่นักบินเพิ่มเติม

อีกไม่กี่อาทิตย์ต่อมาลาวฝ่ายขวาก็ดีใจอีกครั้งเมื่อเครื่องบินไอพ่นหลากชนิดของสหรัฐออกทำการบินลาดตระเวนเหนือน่านฟ้าประเทศลาวโดยบินมาจากเรือบรรทุกเครื่องบินและฐานบินในภูมิภาค รวมทั้งในไทยที่ใช้เป็นฐานสำหรับส่งเครื่องบินไปทิ้งระเบิดเวียดนามเหนืออยู่ในเวลานั้น โดยถือเอาเป้าหมายในลาวเป็นของแถม

การใช้เครื่องบินรบเข้าทำลายกองกำลังข้าศึกครั้งนี้เป็นเหมือนกับปล่อยยักษ์ออกจากตะเกียงซึ่งเป็นการยากที่จะจับมันคืนที่เดิมได้

เริ่มแรกนั้นอเมริกาไม่มีแผนจะนำกำลังทางอากาศมาใช้ในลาว แต่เนื่องจากลาวอยู่ติดกับเวียดนามจึงมีการร้องขอกำลังทางอากาศมาสนับสนุนในลาวอยู่เสมอๆ โดยที่ระยะหลังๆ วอชิงตันก็มองว่ามันไม่ได้เป็นเรื่องเสียหายอันใดนัก แต่เป็นการดีด้วยซ้ำไป

นอกจากนั้น ข่าวการใช้กำลังทางอากาศในลาวก็ยังไม่ได้รั่วไหลสู่ภายนอก เนื่องจากในเวลานั้นมีผู้สื่อข่าวต่างประเทศเพียง 2-3 คนประจำอยู่ในลาว และต่างก็ถูกกีดกันไม่ให้เดินทางไปทำข่าวในเขตชนบทห่างไกล

ต้นปี 2507 บิลล์ แลร์ พยายามขยายความสำเร็จของปฏิบัติการโมเมนตัม จากทุ่งไหหินไปยังแขวงซำเหนือ รวมทั้งที่พงสาลีซึ่งอยู่ไกลจากเวียงจันทน์ไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือติดกับดินแดนเวียดนามเหนือซึ่งได้รับความเห็นชอบจากวอชิงตัน รวมทั้งวังเปาก็ให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่

(ขอบคุณ “ผลาญชาติ” โรเจอร์ วอร์นเนอร์ แปลโดยไผท สิทธิสุนทร)

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...