โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะลึกโฆษณาที่มีอิทธิพล ‘โดนใจ’ คนแต่ละช่วงวัย ‘ออนไลน์’ ต้อง GenZ

The Bangkok Insight

อัพเดต 18 ม.ค. 2563 เวลา 18.02 น. • เผยแพร่ 19 ม.ค. 2563 เวลา 03.00 น. • The Bangkok Insight

จากการสำรวจพฤติกรรมและแนวโน้มการบริโภคสื่อของไทย ปี 2562 พบว่า กลุ่มที่ยอมรับว่าโฆษณามีผลต่อการตัดสินใจมากที่สุด คือ GenZ โดยโฆษณามีอิทธิพลถึง 83.3% และอิทธิพลของโฆษณามีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ ตามช่วงอายุที่มากขึ้น จนลดลงเหลือ 58.3% ใน Gen G.I.

จากโครงการสำรวจพฤติกรรมและแนวโน้มการบริโภคสื่อของไทย ปี 2562 ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างสำนักนโยบายและวิชาการกระจายเสียงและโทรทัศน์ สำนักงานกสทช. ร่วมกับสถาบันอาณาบริเวณศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้ดำเนินการสำรวจโดยเก็บข้อมูลจากกลุ่มตัวอย่าง 10,000 คนจากทั่วประเทศ แบ่งพื้นที่ออกเป็น 5 ภูมิภาค 26 จังหวัด

ทั้งนี้ผลสำรวจพบว่า นอกจากอิทธิพลของโฆษณาในภาพรวมที่มีระดับแตกต่างกันแล้ว สื่อโฆษณาแต่ละประเภทยังมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคในแต่ละช่วงอายุแตกต่างกันอีกด้วย โดยกลุ่มผู้บริโภคที่อายุมากกว่าอย่าง Gen G.I. Baby Boomer และ GenX จะมีสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์เป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากที่สุด ที่ 43.0%, 39.3% และ 36.1% ตามลำดับ

ขณะที่กลุ่มผู้บริโภคที่อายุน้อยกว่าอย่าง GenY และ GenZ จะได้รับอิทธิพลจากสื่อออนไลน์มากที่สุดที่ 54.1% และ 68.1% ตามลำดับ

เป็นที่น่าสนใจว่า เมื่อดูจากช่วงอายุของผู้บริโภค อิทธิพลของสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์และวิทยุมีแนวโน้มลดลงเรื่อยๆ เมื่ออายุของผู้บริโภคลดลง สวนทางกับอิทธิพลของสื่อโฆษณาออนไลน์และสื่อโฆษณาในโรงภาพยนตร์ ที่มีแนวโน้มที่จะเพิ่มมากขึ้นในกลุ่มผู้บริโภครุ่นใหม่

อิทธิพลของสื่อโฆษณาที่จำแนกตามช่วงอายุ ยังสอดคล้องกับพฤติกรรมการเลือกใช้อุปกรณ์สื่อสารของแต่ละช่วงอายุอีกด้วย โดยกลุ่มผู้บริโภค GenX Baby Boomer และ Gen G.I. เลือกใช้โทรทัศน์เป็นอุปกรณ์สื่อสารหลัก ส่วนกลุ่มผู้บริโภคที่อายุน้อยกว่ากลับมีใช้โทรทัศน์เป็นอุปกรณ์สื่อสารหลักน้อยกว่า โดยใช้โทรศัพท์เคลื่อนที่ที่มากกว่า

เมื่อแยกตามภูมิภาคพบว่า สื่อโฆษณาประเภทออนไลน์จะเป็นสื่อโฆษณาที่มีผู้ระบุว่ามีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากที่สุดที่ 60.2% แต่สื่อโฆษณาออนไลน์มีผลต่อการตัดสินใจของกลุ่มผู้บริโภคภาคตะวันออกเฉียงเหนือมากกว่าภาคอื่นๆ โดยระบุว่าสื่อโฆษณาออนไลน์มีผลกับการตัดสินใจมากถึง 67% มากกว่าภาคใต้ ซึ่งเป็นภาคที่มีกลุ่มผู้บริโภคเชื่อถือสื่อออนไลน์รองลงมาที่ 60.8%

นอกจากสื่อโฆษณาออนไลน์แล้ว ภาคตะวันออกเฉียงเหนือยังมีกลุ่มผู้บริโภคที่ระบุว่าโฆษณาในสื่อสิ่งพิมพ์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่าผู้บริโภคในภูมิภาคอื่นๆ ที่ 9.5% ในขณะที่ภาคใต้มีความเชื่อถือโฆษณาผ่านสื่อสิ่งพิมพ์น้อยที่สุดที่ 0.6% ที่น่าสนใจคือ ภาคใต้มีแนวโน้มว่าจะไม่เชื่อสื่อโฆษณาประเภทใดเลยมากกว่าภาคอื่นๆ

สำหรับความสัมพันธ์ระหว่างอิทธิพลของสื่อโฆษณาที่มีผลต่อการตัดสินใจร่วมกับระดับรายได้ พบว่า ระดับรายได้ไม่ได้มีผลต่อการมีอิทธิพลของสื่อโฆษณาในกลุ่มเป้าหมายมากนัก ยกเว้นในกลุ่มที่มีรายได้ครัวเรือนต่ำกว่า 12,000 บาท ที่มีผู้ระบุว่า ไม่มีสื่อโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจมากกว่ากลุ่มอื่นๆ ที่ 36.3% ซึ่งมากกว่ากลุ่มที่มีรายได้ 20,001–30,000 บาท ซึ่งมีผู้ไม่เชื่อในสื่อโฆษณารองลงมาที่ 25.2%

เมื่อพิจารณาความสัมพันธ์ระหว่างอิทธิพลของสื่อโฆษณาที่มีผลต่อการตัดสินใจกับระดับการศึกษา โดยแบ่งกลุ่มผู้บริโภคตามระดับการศึกษาออกเป็น 7 กลุ่ม ได้แก่ ไม่ได้ศึกษา, ประถมศึกษา, มัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า, มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. หรือเทียบเท่า, ปวส./อนุปริญญา, ปริญญาตรี และ สูงกว่าปริญญาตรี พบว่า กลุ่มผู้บริโภคที่มีระดับการศึกษาไม่เกินประถมศึกษามีแนวโน้มที่จะไม่เชื่อถือสื่อโฆษณามากกว่าผู้บริโภคที่มีระดับการศึกษาที่สูงกว่า

โดยกลุ่มผู้บริโภคที่ไม่ได้ศึกษา และมีระดับการศึกษาอยู่ที่ประถมศึกษาระบุว่า ไม่มีสื่อโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่ที่ 45% และ 42%  ในขณะที่กลุ่มผู้บริโภคในระดับการศึกษาที่สูงกว่ามีผู้ที่ระบุว่า ไม่มีสื่อโฆษณาที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่ที่ไม่เกิน 28%

ทั้งนี้พบว่า สื่อโฆษณาออนไลน์ เป็นสื่อที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจของกลุ่มผู้บริโภคที่มีการศึกษาสูงกว่าระดับประถมศึกษามากที่สุด โดยกลุ่มผู้มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า เชื่อถือสื่อโฆษณาออนไลน์ 37.10% กลุ่มมัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. หรือเทียบเท่าที่ 53%  ระดับปวส./อนุปริญญาที่ 46.1% ระดับปริญญาตรีและสูงกว่าปริญญาตรี ที่ 55.5% และ 53.6% ตามลำดับ

ขณะที่กลุ่มผู้ไม่ได้ศึกษาและระดับประถมศึกษา มีอัตราการเชื่อถือสื่อโฆษณาออนไลน์อยู่ที่ 6.5% และ 7.9% ตามลำดับ ขณะที่กลุ่มผู้มีระดับการศึกษาไม่เกินประถมศึกษาเชื่อถือสื่อโฆษณาออนไลน์น้อยกว่ากลุ่มระดับการศึกษาอื่นๆ อย่างมาก

อย่างไรก็ดี อิทธิพลของสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ของกลุ่มผู้บริโภคกลุ่มนี้กลับมากกว่ากลุ่มผู้บริโภคอื่นๆ โดยกลุ่มผู้ไม่ได้ศึกษาและศึกษาระดับประถมศึกษามีผู้ระบุว่า สื่อโฆษณาทางโทรทัศน์มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่ที่ 40.6% และ 40% ตามลำดับ ขณะที่ผู้มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า, มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. หรือเทียบเท่า, ปวส.และอนุปริญญา, ปริญญาตรี และสูงกว่าปริญญาตรี มีอัตราผู้เชื่อถือสื่อโฆษณาอยู่ที่ 2.3%, 19.2%, 25.4%, 19.1% และ 21%

เช่นเดียวกันกับสื่อโฆษณาทางโทรทัศน์ กลุ่มผู้มีการศึกษาระดับไม่เกินประถมศึกษามีแนวโน้มเชื่อถือสื่อโฆษณาทางวิทยุมากกว่ากลุ่มระดับการศึกษาอื่นๆ โดยกลุ่มผู้ไม่ได้ศึกษาและศึกษาระดับประถมศึกษามีผู้ระบุว่า สื่อโฆษณาทางวิทยุมีอิทธิพลต่อการตัดสินใจอยู่ที่ 5.8% และ 6.5% ตามลำดับ ขณะที่ผู้มีการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนต้นหรือเทียบเท่า, มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช. หรือเทียบเท่า, ปวส.และอนุปริญญา,ปริญญาตรี และสูงกว่าปริญญาตรี มีอัตราผู้เชื่อถือสื่อโฆษณาอยู่ที่ 1.9%, 1%, 0.6%, 0.3% และ 0.6% ตามลำดับ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...