หนังคนละม้วน! ลูกตาล ชโลมจิต แฉปมดราม่ายืมเงินไม่คืน ลั่น จ่ายเท่าไหร่เงินต้นไม่เคยลด?
The Bangkok Insight
อัพเดต 04 ก.พ. 2563 เวลา 10.26 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. 2563 เวลา 08.46 น. • The Bangkok Insightยังคงเป็นประเด็นร้อนในโลกออนไลน์ที่หลายคนจับตา สำหรับกรณีที่โลกออนไลน์ได้มีการแฉคลิปวิดีโอเจ้าของร้านเพชรบุกทวงหนี้ ‘ลูกตาล ชโลมจิต’ นางแบบเซ็กซี่รุ่นใหญ่ ถึงหน้าฟิตเนสของเธอ ซึ่งในคลิปมีการถกเถียงกันอย่างรุนแรง แต่นางแบบสาวไม่สนใจ ขึ้นรถหรูขับออกไป ต่อมาเจ้าของร้านเพชร ได้ดำเนินการเข้าแจ้งความ โดยเปิดเผยว่านางแบบสาวมาขอยืมเงินที่บ้านเมื่อปี 2561 จำนวน 1,400,000 บาท บอกว่าจะเอาไปทำธุรกิจฟิตเนสที่ย่านอาร์ซีเอ
หลังจากนั้นได้ทำสัญญากัน โดนอีกฝ่ายบอกว่าจะคืนเงินให้ในเดือนธันวาคม 2561 แต่ผ่านไป 2 ปี ลูกตาลก็พยายามบ่ายเบี่ยงไม่คืนเงิน อ้างประสบปัญหาด้านการเงิน ก่อนบล็อกช่องทางติดต่อ เจ้าของร้านเพชรจึงเดินทางมากับลูกสาว เพื่อทวงเงินตามในคลิป
ล่าสุด (4 ก.พ.) ลูกตาล ชโลมจิต พร้อมด้วยทนายได้ตั้งโต๊ะแถลงข่าวชี้แจงถึงเรื่องราวนี้อย่างละเอียด โดยระบุว่า…
-เมื่อ 2 ปีที่แล้ว ลูกตาลต้องการขยายกิจการ ไม่อยากไปกู้หนี้ยืมสินใคร เลยนำเครื่องเพรชที่เคยซื้อไว้ มาขายเพื่อเป็นเงินทุน ซึ่งลูกตาลได้นำเครื่องเพรชกลับไปขายที่ร้านคู่กรณีซึ่งเป็นร้านเดิมที่เคยซื้อมา โดยเพรชมีมูลค่า 1.6 ล้านบาท แต่ลูกตาลต้องการใช้เงินประมาณ 1.5 ล้านบาท ก็บอกเขาขอขายคืนได้ไหม
-ทางร้านบอกว่าไม่รับขายคืนเพราะเพรชค่อนข้างเก่า แต่เสนอวิธีแบบฝากขาย โดยการเอาของไปฝากทางร้านแต่ต้องมีสัญญาเงินกู้ ซึ่งเราก็โอเค และนำทรัพย์สินเราที่เป็นเครื่องเพชร 1.6 ล้านบาทไปเป็นหลักประกัน
-แต่ทางร้านก็บอกอีกว่าตอนนี้เพชรตก ขอหลักประกันเพิ่ม เราจึงนำสมุดมอเตอร์ไซค์ราคา 6 แสนกว่าบาทไปค้ำประกันเพิ่ม ก็ได้รับเงินมา 1.4 ล้านบาท
-ลูกตาลก็ผ่อนมาตลอดทุกเดือน เดือนละ 7 หมื่นบาทเป็นระยะเวลา 1 ปีไม่ได้ขาด รวมแล้ว 1 ปีลูกตาลผ่อนไป 845,000 บาท เงินต้น 1.4 ล้านบาท
-จากนั้นลูกตาลก็ไปบอกว่าตอนนี้สัญญาหมดแล้ว เราผ่อนไปขนาดนี้แล้ว เราต้องการรู้ยอดหนี้ของเราและอยากได้ยอดหนี้ว่ามันเท่าไหร่ ทางร้านก็บอกว่าที่ผ่านมา 8.4 แสนบาทเนี่ยคือดอกทั้งหมด และยึดเครื่องเพชรของลูกตาลมูลค่า 1.6 ล้าน ยึดรถมอเตอร์ไซค์ ยึดของลูกตาลไปทั้งหมดประมาณ 3 ล้านบาท
-ลูกตาลเลยบอกว่าขอเคลียร์ที่เงินต้นได้ไหม หักกันจริงๆ แล้ว ทางร้านต้องจ่ายเราคืนด้วยซ้ำ แต่ว่าเขาก็ไม่ยอม และตอนที่กู้ ทางร้านให้เราเขียนเช็คว่ามีอะไรบ้าง แต่ในเช็ค 1.4 ล้านบาทเราไม่ได้เขียนไปในสัญญา พอถึงเวลาเขาก็มาขู่ว่าเขาจะฟ้อง 1.4 ล้านบาท และจะฟ้อง 1.4 ล้านบาท อีกในสัญญากลายเป็น 2.8 ล้านบาท เหมือนกับเราเป็นหนี้เขาสองทาง มันเลยคุยกันไม่ได้ เราเลยบอกว่าขอคุยที่ศาลเถอะ
-วันเกิดเหตุ เขาก็มาที่ยิมตั้งใจจะมาถ่ายคลิปเพื่อที่จะทำลายชื่อเสียงเรา เขาไม่ฟ้องศาล ถ้าเราเป็นหนี้จริงๆ แต่เขาโกรธเรา และมาอัดคลิป
-ปีที่แล้วเขาก็โทรศัพท์ไปทวงหนี้กับบุคคลอื่นเป็นสิบคนได้ เป็นดาราหรือคนมีชื่อเสียงที่ลูกตาลรู้จักบ้าง ไปเพื่อจะประจานเราให้เสียชื่อเสียง
-เรื่องตอนที่ยิม ภาพที่เห็นว่าทวงหนี้แล้วเดินหนีจริงๆ ไม่ใช่ เราไม่มีประโยชน์ที่จะไปทะเลาะกับคนที่จ้องจะทะเลาะกับเรา มาหาเรื่องเราเลยขับรถออกไปเพื่อแจ้งตำรวจมาระงับเหตุการณ์
-แต่กลายเป็นว่านักข่าวมา เขาก็ให้เขาว่าลูกตาลจ้องจะวิ่งเข้ามาทำร้ายร่างกาย ตำรวจระงับเหตุการณ์ไว้ได้ ลูกตาลเห็นเลยวิ่งหนีไปมันหนังคนละม้วนกันเลย
-ยืนยันว่าไม่ได้เดินเข้าไปทำร้ายร่างกายเขา ไม่ได้ทำอะไรเลย เรามีกล้องวงจรปิด ใครอยากดูมาขอได้ เอกสารการจ่ายเงินต่างๆ ก็มี เดี๋ยวทนายจะคุยว่าจ่ายอะไรไปบ้างและเรื่องคดีด้วย
https://www.facebook.com/khaosod/videos/610117686468863/