โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มารี คูรี มารดาแห่งฟิสิกส์สมัยใหม่ ผู้บุกเบิกงานวิจัยเกี่ยวกับยารักษามะเร็ง

Tidhoo - ติดหู

เผยแพร่ 11 มี.ค. 2564 เวลา 10.05 น. • Tidhoo

มารี คูรี (Marie Curie) หรือที่รู้จักกันในนาม ‘มารดาแห่งฟิสิกส์สมัยใหม่’ มารี เป็นผู้บุกเบิกงานวิจัยเกี่ยวกับสารกัมมันตรังสี ที่ต่อมาถูกพัฒนามาใช้รักษามะเร็งในปัจจุบัน ซึ่งตลอดช่วงชีวิตเธอคลุกคลีอยู่กับสารเคมีจนทำให้ร่างกายและทรัพย์สินของเธอปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีไปอีกนานกว่า 1,500 ปี กว่าจะจางหายไป

ย้อนกลับไปในปี ค.ศ.1867 มารีเกิดที่กรุงวอร์ซอ ประเทศโปแลนด์ เธอเติบโตมาในครอบครัวที่พ่อเป็นนักฟิสิกส์และแม่เป็นครูคณิตศาสตร์ แต่แล้วหลังจากคุณแม่เสียชีวิต ความศรัทธาต่อพระเจ้าของ มารี ก็จบลงและหันหน้าเข้าสู่วงการวิทยาศาสตร์แทน

ในปี ค.ศ.1894 มารีย้ายจากโปแลนด์มาอยู่ฝรั่งเศส และได้เข้าศึกษาที่มหาวิทยาลัยซอร์บอนในสาขาวิทยาศาสตร์ การมาเรียนที่นี่ทำให้เธอได้พบกับ ปิแอร์ คูรี (Pierre Curie) นักวิจัยผู้เคยได้รับรางวัลไซเอนซิเอต (Scienciate Award) และสนใจเรื่องแม่เหล็กเหมือนกับเธอ ต่อมาทั้งคู่คบหาดูใจและแต่งงานกันในปี ค.ศ.1895

ในปีเดียวกัน ได้ค้นพบรังสีเอ็กซ์ของนักฟิสิกส์ชาวเยอรมัน วิลเฮล์ม โรนท์เจน ทำให้ทั้ง มารี และ ปิแอร์ สนใจเกี่ยวกับการแผ่รังสีอย่างมาก จนค้นพบธาตุกัมมันตรังสีชนิดใหม่ โดยตั้งชื่อมันว่า ‘โพโลเนียม’ (Polonium) และยังพบธาตุอีก 1 ชนิดที่ทรงพลังมากกว่ายูเรเนียมหลายเท่า นั้นคือ ธาตุเรเดียม (Radium) ที่มีคุณสมบัติส่องผ่านเนื้อหนังของมนุษย์ได้

ในปี ค.ศ.1903 ทั้งคู่ได้รับรางวัลโนเบลสาขาฟิสิกส์ แต่ทว่า 3 ปีต่อมา ปิแอร์ ต้องจากไปด้วยอุบัติเหตุจากรถม้า ส่งผลให้เธอต้องเผชิญกับภาวะซึมเศร้าเหมือนกับตอนที่สูญเสียแม่

ในปี ค.ศ.1911 มารีพบว่า ธาตุเรเดียมสามารถนำมาฉายแสงเพื่อรักษาโรคได้ และการค้นพบนี้ทำให้เธอได้รับรางวัลโนเบลในสาขาเคมี (เป็นผู้หญิงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ได้รับรางวัลโนเบลถึง 2 สาขา)

มารี ใช้เวลาตลอดชีวิตอยู่กับการทดลอง จนทำให้ป่วยเป็นมะเร็งเม็ดเลือดขาว และเสียชีวิตลง ในวันที่ 4 กรกฎาคม ปี ค.ศ.1934 ซึ่งระยะเวลาผ่านมากว่า 90 ปีแล้ว แต่ทรัพย์สิน ของใช้ และกระดูกของเธอยังปนเปื้อนสารกัมมันตรังสีอยู่ ทำให้ข้าวของทั้งหมดถูกบรรจุลงในกล่องที่บุด้วยตะกั่วแน่นหนาเพื่อกักเก็บและป้องกันสารกัมตภาพเหล่านั้นไม่ให้รั่วไหลออกมา ปัจจุบันถูกจัดเก็บอยู่ที่หอสมุด Bibliotheque National ส่วนกระดูกของเธอถูกฝังอยู่ในวิหารแพนธีออน ในกรุงปารีส

ที่มา : flagfrog / behance

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...