โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

แคเรียร์วีซ่า,อรินแคร์ โมเดลสตาร์ทอัพสายรัฐ

กรุงเทพธุรกิจ

เผยแพร่ 12 ก.พ. 2562 เวลา 21.00 น.

แคเรียร์วีซ่า (Career Visa) โมบายแอพพลิเคชั่นแนะแนวอาชีพครบวงจรที่เหมาะสมกับบุคคล และ อรินแคร์ (Arincare) แพลตฟอร์มบริหารคลังยาในร้านขายยา การเก็บข้อมูลลูกค้าและการจ่ายยา คว้าสุดยอดทีมสตาร์ทอัพด้านการศึกษาและด้านสาธารณสุข เงินรางวัล 2 แสนบาทต่อทีมในโครงการ "GovTech Mission-One Nation, One Mission ยกระดับประเทศไทย" โดยสถาบันออกแบบอนาคตประเทศไทย

เวทีประชันไอเดียด้านเทคโนโลยีบริการสาธารณะ จัดขึ้นมาเพื่อเป็นเวทีเชื่อมความสัมพันธ์ระหว่างสตาร์ทอัพด้านการศึกษาและสาธารณสุข ให้เข้าไปมีส่วนร่วมและทำงานกับภาครัฐอย่างเป็นรูปธรรม ผู้เข้าแข่งขันจึงมั่นใจได้ว่าทุกโครงการจะได้รับคำปรึกษา การสนับสนุน และเตรียมความพร้อมจากผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆ เพื่อยกระดับประเทศไทยเป็นที่ยอมรับในระดับสากล

แพลตฟอร์มยกระดับร้านยา

ธราดล เปี่ยมพงศ์สานต์ ผู้อำนวยการด้านนโยบายสาธารณะ สถาบันฯ กล่าวว่า การบริหารจัดการภาครัฐจำเป็นต้องถูกยกระดับ จึงถึงเวลาที่จะต้องเปิดพื้นที่ในการระดมความคิดเห็น เจาะลึก หาไอเดีย และหาทางออกใหม่ๆจากคนรุ่นใหม่อย่างสตาร์ทอัพ มาร่วมลงมือสร้างสรรค์แนวคิดและแผนงานที่ผสมผสานกับเทคโนโลยี เพื่อประยุกต์ใช้ในด้านการศึกษาและด้านสาธารณสุข จะช่วยลดต้นทุนค่าใช้จ่าย งบประมาณและเวลาการทำงาน

ยกตัวอย่างโมบายแอพฯ ประเมินอาชีพ Career Visa ทางสถาบันฯ สนับสนุนให้ทดลองใช้กับนักศึกษาใน 5 มหาวิทยาลัย ได้แก่ ม.เทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ ม.เทคโนโลยีสุรนารี ม.เชียงใหม่ ม.พะเยาและม.นเรศวร พัฒนาจากการเรียนการสอนจริง พร้อมเข้าถึงผู้มีประสบการณ์ในอาชีพเฉพาะด้าน ถือเป็นการเรียนรู้แนวทางอาชีพที่ถูกต้องและเหมาะสมกับบุคคลโดยเฉพาะ มีเป้าหมายที่จะช่วยแก้ปัญหานิสิตนักศึกษากว่า 6 ล้านคนต่อปี ที่สำเร็จการศึกษาให้สามารถรู้จักตัวตนของตนเองและเลือกงานได้อย่างเหมาะสม มีความสุขในการทำงาน

ขณะที่ทีมสตาร์ทอัพด้านเทคโนโลยีสาธารณสุข รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ Arincare แพลตฟอร์มด้านเภสัชกรที่ใช้ดิจิทัลเข้ามาแทนที่ระบบแมนนวล ทั้งนี้ จากการสำรวจร้านขายยาในชุมชนพบมากกว่า 21,000 ร้านค้า รองรับผู้ใช้บริการกว่า 11 ล้านคน และยังมีการทำทุกอย่างแบบแมนนวล จึงเกิดแนวคิดในการพัฒนาแพลตฟอร์มการบริหารคลังยา การเก็บข้อมูลคนไข้ การจ่ายยาในร้านขายยาฟรี เพื่อให้ร้านขายยาชุมชนสามารถทรานส์ฟอร์มเข้าสู่ดิจิทัล

ปัจจุบันสามารถให้บริการกว่า 2,000 ร้านยา และจ่ายยาให้กับผู้ป่วยได้มากกว่า 30,000 คนในช่วงปีที่ผ่านมา อีกทั้งสามารถทำงานร่วมกับการให้บริการโรงพยาบาลชุมชน หรือหน่วยงานสาธารณสุขชุมชน ในการบริหารคลังยา และในอนาคตจะเชื่อมข้อมูลการใช้ยานอกโรงพยาบาลเหล่านี้เข้าสู่ระบบของโรงพยาบาล ให้กลายเป็นฐานข้อมูลเดียวกัน จะช่วยให้การดูแลสุขภาพของคนไทยดีขึ้นและลดภาระบุคลากรทางการแพทย์ซึ่งมีจำนวนไม่เพียงพอต่อการบริการประชาชน

ลดเวลา-งบฯด้วยเทคโนโลยี

ธีรยา ธีรนาคนาท ผู้ร่วมก่อตั้ง Career Visa กล่าวว่า จากประสบการณ์ที่เข้าไปทำงานในตลาดภาครัฐ โดยสำนักงานนวัตกรรมแห่งชาติ สนับสนุนงบประมาณให้สตาร์ทอัพทดสอบตลาด และใช้งานระบบกับหน่วยงานภาครัฐอย่างมหาวิทยาลัยนั้น ถือเป็นเรื่องที่ดี แต่ยังคงติดขัดในเรื่องงบประมาณที่จำกัด ทำให้การกระจายไม่ทั่วถึงกลุ่มเป้าหมาย

หากภาครัฐให้การสนับสนุนเชื่อว่า จะทำให้สตาร์ทอัพสามารถเข้าไปช่วยให้การทำงานของหน่วยงานภาครัฐมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการปลดล็อกข้อจำกัดในการจัดซื้อจัดจ้างระหว่างภาครัฐกับสตาร์ทอัพ เพราะเป็นเรื่องใหม่ที่ไม่มีระเบียบของระบบราชการ รวมทั้งงบประมาณที่เข้ามาสนับสนุน

ในส่วนของสตาร์ทอัพเองต้องพัฒนาโมเดลธุรกิจให้สามารถที่จะอยู่รอดได้ด้วยตนเอง ไม่ใช่จะต้องพึ่งพาการสนับสนุนของหน่วยงานภาครัฐไปตลอด จากประสบการณ์และข้อมูลพบว่า สตาร์ทอัพ ด้านภาครัฐ/การศึกษาต้องใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 10-15 ปีกว่าจะอยู่ตัวและดำเนินธุรกิจต่อไปได้ยั่งยืน ซึ่งแตกต่างจากสตาร์ทอัพด้านการเงินและการธนาคาร ที่เติบโตแบบก้าวกระโดด แต่ขณะเดียวกันความยากในการเข้าถึงตลาดภาครัฐก็ถือเป็นข้อดีสำหรับสตาร์ทอัพ ที่จะบุกเบิกเป็นรายแรกๆ ซึ่งทำให้เกิดเป็นโอกาสและความได้เปรียบในตลาดกลุ่มนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...