จีโน่ เดอะสแน็ค คอนเทนต์ครีเอเตอร์ดัง แชร์หมัดเด็ดให้ 'คนฟอล' 2 ล้าน!
จีโน่ เดอะสแน็ค คอนเทนต์ครีเอเตอร์ดัง แชร์หมัดเด็ดให้ ‘คนฟอล’ 2 ล้าน!
จีโน่ เดอะสแน็ค – หากกล่าวถึงพัฒนาการของการทำ “การตลาดออนไลน์” (Content Marketing) ในช่วง 4-5 ปีที่ผ่านมา คงต้องอธิบายด้วยคำว่า “เติบโตอย่างรวดเร็ว”
ด้วยในยุคแรกเริ่ม ปี 2015 มีการใช้กระแส “ไวรัล” จากคลิปวิดีโอ ภาพยนตร์โฆษณา เป็นส่วนหนึ่งในการทำการตลาดเพื่อสร้างให้แบรนด์เป็นที่รู้จัก
จากนั้นในปี 2016 แบรนด์ถูกโปรโมทผ่าน “สังคมออนไลน์” อย่างเฟซบุ๊ก ทวิตเตอร์ ยูทูป และอินสตาแกรม มากยิ่งขึ้น
โดยชู “คนดัง” เป็นตัวเอก ไม่ว่าจะเป็นดารา เซเลบริตี้ ไปจนถึง เน็ตไอดอล
และท่ามกลางกระแสนิยมนี้เอง ที่ดันให้เกิด “อาชีพ” ยอดฮิต สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ อาทิ
“บิวตี้ บล็อกเกอร์” (Blogger) ที่โดดเด่นด้วยการรีวิวผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับความงามทั้งหลาย ตลอดจนสอนแต่งหน้าในลุคต่างๆ ซึ่งบิวตี้บล็อกเกอร์ชื่อดังหลายคนต่างมีชื่อเสียงมาจากการแชร์ประสบการณ์เกี่ยวกับความงามลงบล็อกในชุมชนต่างๆ เช่น เว็บไซต์พันทิป เป็นต้น ก่อนจะเพิ่มช่องทางการนำเสนอคอนเทนต์ไปตามแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยม
“วีล็อก” (Vlog) คือการทำวิดีโอนำเสนอคอนเทนต์ต่างๆ ที่น่าสนใจ อาจจะคาบเกี่ยวกับเรื่องความงาม ไปจนถึงอาหาร การท่องเที่ยว และไลฟ์สไตล์ในมุมต่างๆ
“ยูทูบเบอร์” (Youtuber) คือบุคคลที่มีชื่อเสียงจากการทำคลิปวิดีโออัพโหลดผ่านชาแนลยูทูป
และหากเป็นผู้ที่สร้างคอนเทนต์ แต่นำเสนอออกไปในหลากหลายแพลตฟอร์ม เรียกว่า “คอนเทนต์ ครีเอเตอร์” (Content Creator)
คำว่า “อินฟลูเอนเซอร์” (Influencer) ก็เริ่มเข้ามามีบทบาทและได้ยินบ่อยขึ้นในยุคที่แพลตฟอร์มออนไลน์และดิจิทัลกำลังเฟื่องฟู
เมื่อได้ยินคำนี้ หลายคนก็มักจะอนุมานถึง 2 สิ่ง คือ “เชี่ยวชาญ” และ “คนดัง”
แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ว่าใครก็สามารถเป็น “อินฟลูเอนเซอร์” ได้ ไม่ว่าจะประกอบอาชีพอะไรอยู่ก็ตาม
เพราะอินฟลูเอนเซอร์ คือบุคคลที่มีอำนาจหรือพลังในการเข้าถึงผู้รับสารในรูปแบบที่น่าเชื่อถือ หรือแบบ “เพื่อนบอกเพื่อน” อันมีองค์ประกอบพื้นฐานคือ มีข้อมูลจากประสบการณ์จริง น่าเชื่อถือ, มีเนื้อหาการนำเสนอที่ตรงไปตรงมา ทำให้ผู้รับสารสัมผัสได้ถึงความจริงใจ ส่งผลให้มีอิทธิพลในการตัดสินใจซื้อสินค้า
อินฟลูเอนเซอร์จึงกลายมาเป็นส่วนหนึ่งในการทำการตลาดของแบรนด์ โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับตามยอดผู้ติดตาม (Follower) ดังนี้ “ไมโคร อินฟลูเอนเซอร์” มีผู้ติดตาม 1,000-9,999 คน “เพียร์ อินฟลูเอนเซอร์” มีผู้ติดตาม 10,000-99,999 คน “พาวเวอร์ อินฟลูเอนเซอร์” มีผู้ติดตาม 100,000-1 ล้านคน และ “เซเลบริตี้ อินฟลูเอนเซอร์” มีผู้ติดตามมากกว่า 1 ล้านคนขึ้นไป
จึงจะเห็นได้ว่า “ยอดผู้ติดตาม” เป็น 1 ปัจจัยหลักที่มีความสำคัญ
มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์ จึงได้จัดเวทีพูดคุยในหัวข้อ “Micro Influencer : ไขเคล็ดลับ ทำยังไงให้มีคนฟอลโลว์” ณ ดีพียู เอ็กซ์ สเปซ
โดยมี ปิยพล ม่วงมี หรือ “จีโน่” คอนเทนต์ครีเอเตอร์ (Content Creator) เจ้าของชาแนลยูทูบ *“The Snack” *ที่มีผู้ติดตามมากถึง 2 ล้านคน มาร่วมแลกเปลี่ยนความรู้และแชร์ประสบการณ์
ปิยพล เล่าถึงจุดเริ่มต้นว่า เขาเป็นพนักงานในทีมของ “บี้ เดอะสกา” เจ้าของยูทูบชาแนลที่มียอดผู้ติดตามถึง 8 ล้านคน จนสร้างบริษัทรับทำคอนเทนต์ออนไลน์เป็นของตนเอง ในชื่อ “เดอะ สกา ฟิล์ม”
ซึ่งต่อมาทางบริษัทเดอะสกาฟิล์มอยากให้พนักงานมีรายได้เพิ่มมากขึ้น จึงเพิ่มช่องทางการหารายได้ โดยเปิด “ชาแนลยูทูบ” ใหม่ ที่มีกลุ่มเป้าหมายของผู้รับสารต่างกันออกไป โดยมอบหมายให้จีโน่ดูแลชาแนลใหม่ชื่อว่า “The Snack” ซึ่งเมื่อมีลูกค้าติดต่อมาทางบริษัทก็จะแจกจ่ายงานให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมายของแต่ละชาแนล
“เดี๋ยวนี้ลูกค้าแบรนด์ต่างๆ มีความเข้าใจธรรมชาติของการทำคอนเทนต์ออนไลน์มากยิ่งขึ้น แตกต่างจากเมื่อก่อนที่เขาจะกำหนดในสิ่งที่เขาอยากได้ โดยไม่เข้าใจถึงกลุ่มผู้รับสารของแต่ละชาแนล” ปิยพลกล่าว และว่าตอนที่เริ่มทำชาแนลใหม่ๆ ยังไม่รู้ว่าจะทำคอนเทนต์อะไร จึงเปิดชาแนลด้วยคลิปถามคนดูว่า “อยากเห็นเราทำอะไร ส่งข้อความเข้ามา”
เพื่อเป็นการ “โยนหินถามทาง”
หลังจากนั้น จีโน่ได้ยึดเอา “ความสนุก” ความแสบๆ กวนๆ เป็นเอกลักษณ์ของชาแนลตนเอง โดยคิดคอนเทนต์ที่แปลก แตกต่าง และ“สะใจ”**
ด้วยรู้ว่าผู้ชมชื่นชอบ ซึ่งยอดผู้ติดตามก็เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
แต่ในขณะเดียวกันก็เกิด “จุดพลิกผัน” เมื่อเขาหลงลืม “การรับผิดชอบต่อสังคม”
“สิ่งไม่ดี มักจะดังง่าย ผมก็เล่นขี้ เล่นเยี่ยวเลย พูดคำหยาบคาย ซึ่งวันหนึ่งมันส่งผลต่อชีวิตประจำวัน คือไปเดินตลาดแล้วมีคนทักว่าคนนี้ไงที่เล่นขี้เล่นเยี่ยว จุดนั้นก็ทำให้ผมคิดได้ว่าผมอาจจะต้องคิดให้มากขึ้นกว่านี้ และก็กลับมาปรับปรุงคอนเทนต์ในทันที เพราะผู้ชมส่วนมากของช่องก็เป็นเยาวชนด้วย” ปิยพลกล่าว
ภายหลังจากที่ปรับปรุงคอนเทนต์ ภาพลักษณ์ช่องดีขึ้น ก็มีแบรนด์ใหญ่ๆ ติดต่องานเข้ามาในทันที
งานนี้จีโน่กระซิบว่า รายได้ต่อเดือน 6-7 หลักเลยทีเดียว โดยมีรายได้เข้ามา 2 ทางคือ “โฆษณาในยูทูบ” ที่แทรกกลางระหว่างคลิปต่างๆ โดยจะสร้างรายได้ตามยอดวิวที่เข้าชม และ “สปอนเซอร์” ซึ่งเป็นรายได้หลัก เพราะได้เงินเป็นก้อน
ซึ่งในเรื่องการหา “สปอนเซอร์” ปิยพลมีวิธีแนะนำสำหรับมือใหม่ว่า ให้รวบรวมข้อมูลเพื่อส่งไปตามบริษัทต่างๆ ประกอบด้วย ผลงาน ข้อมูลของชาแนล กลุ่มเป้าหมาย และเนื้อหาหลักของช่อง เพื่อส่งไปแนะนำตัวให้ทางแบรนด์รู้จักเรา
หรืออีกวิธีที่แนะนำคือให้อากู๋ กูเกิล ช่วย!
นั่นคือหากพิจารณาแล้วว่าชาแนลของตนเองเหมาะสมกับสินค้าประเภทไหน ให้นำไปค้นหาในกูเกิล เช่น ลิปสติก นม ชีส แล้วแบรนด์ไหนขึ้นมาเป็น “อันดับแรกๆ” ให้เลือกส่งข้อมูลไปแนะนำตัวกับแบรนด์นั้น ด้วยสะท้อนให้เห็นว่าทางแบรนด์มีความสนใจในการทำการตลาดออนไลน์
แต่กระนั้นก็ต้องมี*คอนเทนต์ที่ดี ที่ดึงดูดก่อน *จึงจะช่วยเพิ่มแรงจูงใจแก่สปอนเซอร์ได้
จีโน่จึงแนะนำ “เทคนิค 3 R.” เพื่อใช้ในการคิดคอนเทนต์ ประกอบด้วย“ความจริง (Real)” จริงใจกับคนดู และสิ่งที่อยู่ในคลิปควรเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจริงๆ “หาดูยาก” (Rare) ไม่ค่อยมีคนทำ โดยอาจจะเป็นสิ่งที่กำลังตกเป็นกระแส แต่นำเสนอในมุมที่แตกต่าง เช่น สถานการณ์ฝุ่นพิษ หลายคนอาจนำเสนอวิธีกำจัดฝุ่น แต่อาจจะลองมองในมุมของฝุ่นดูบ้าง เป็นต้น และสุดท้าย“ถูกที่ถูกเวลา” (Right)** ก็คือไม่ตกเทรนด์นั่นเอง
และอีกหนึ่งสิ่งสำคัญคือต้องหมั่นหาความรู้อยู่เสมอ ศึกษาว่าคนที่ประสบความสำเร็จเขามีวิธีการเล่าเรื่อง การทำงานกันยังไง เพื่อนำมาพัฒนาช่องของตัวเองต่อไป
แต่อย่างไรก็ตาม “อย่าลืมคิดคอนเทนต์ที่รับผิดชอบต่อสังคม” จีโน่ย้ำด้วยน้ำเสียงจริงจัง
ทิ้งท้ายด้วยวิธี “การบริหารชาแนล” ไม่ให้ขาดทุน ปิยพลเผยว่า ต้องมีการบริหารจัดการให้ดี เพราะการลงคลิปวิดีโอในชาแนลอย่างสม่ำเสมอก็เป็นการรักษาคนดูในอีกทางหนึ่งด้วย โดยสิ่งที่ต้องบริหารจัดการคือ “เวลา” ควรมีการลิสต์สิ่งที่ต้องทำทุกวัน และนำมาเรียงลำดับความสำคัญ สิ่งไหนต้องทำก่อน-หลัง สิ่งไหนสามารถมอบหมายให้คนอื่นทำแทนได้ เป็นต้น
ขณะเดียวกันด้านอุปกรณ์ที่ต้องใช้ในการถ่ายทำแต่ละคลิป ต้องมีการคำนวณ โดยแรกเริ่มยังไม่มีรายได้ก็ต้องคิดคอนเทนต์ที่ไม่ต้องใช้ “ทุน” เยอะไปก่อน
เรียกว่ากว่าจะได้ 1 คลิป ก็ “ไม่ง่าย”
เบื้องหลังอินฟลูเอนเซอร์!
ติดตามข่าวบันเทิงไลฟ์สไตล์ กับ Line@มติชนนิวเจน