โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ซี.พี.เวียดนามรับอานิสงส์ราคาหมูพุ่ง-ซัพพลายหด20%

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 14 ธ.ค. 2561 เวลา 13.00 น.

จีนคุมด่านนำเข้า ทุบซัพพลายหด 20% ซี.พี.เวียดนามอู้ฟู่ราคาหมูดีด 50% รุกขยายร้าน CP Pork Shop ยกระดับแผงขายปลีก 

นายวิโรจน์ วิภาธนาศิริ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ด้านบัญชี และการเงิน บริษัท ซี.พี.เวียดนาม คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวว่า ผลจากวิกฤตปัญหาผลผลิตหมูล้นตลาดในเวียดนามเมื่อปีก่อน ส่งผลให้รายได้ภาพรวมของ ซี.พี.เวียดนามในปี 2560 (2017) ทำได้ 1,947 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งลดลงจากปีก่อนที่เคยทำได้ 2,246 ล้านเหรียญสหรัฐ สาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดปัญหาหมูล้นตลาด เนื่องจากเมื่อปี 2558-2559 (2015-2016) ประเทศจีนขาดแคลนหมูจึงมีการนำเข้าหมูจากเวียดนามผ่านตามชายแดนปริมาณมาก ปรากฏการณ์ดังกล่าวทำให้การเลี้ยงหมูเพิ่มขึ้นไปถึงเกือบ 50 ล้านตัว แต่เมื่อปี 2560 ที่ผ่านมา จีนประกาศห้ามนำเข้าหมูตามบริเวณชายแดนที่ติดต่อกับเวียดนามจนถึงปัจจุบัน ส่งผลให้หมูที่ผลิตได้ ไม่มีตลาดรองรับ ราคาหมูในเวียดนามตกต่ำลงไปเหลือ กก.ละ 28,000 ด่อง (ประมาณ 40-45 บาท) เป็นประวัติการณ์

ในปีนี้แนวโน้มธุรกิจหมูในเวียดนามจะฟื้นตัวกลับมาดีขึ้น เนื่องจากปริมาณหมูในตลาดลดลงประมาณ 20% เหลือ 40 ล้านตัว จากที่เคยมีปริมาณสูงสุด 50 ล้านตัว ส่งผลให้ระดับราคาหมูในตลาดปรับตัวสูงขึ้น 50% มาเป็นสูงกว่า กิโลกรัมละ 50,000-60,000 ด่อง (73-80 บาท) จากที่เคยลดลงไปต่ำสุด กก.ละ 28,000 ด่อง โดยเป็นผลผลิตหมูจาก ซี.พี.เวียดนามผลิตปริมาณ 6.5 ล้านตัว เพิ่มขึ้นจากปีก่อนที่ผลิตได้ 5 ล้านตัว

“สาเหตุที่จำนวนสุกรลดลง เพราะเกษตรกรรายย่อยขาดทุน เนื่องจากขณะนี้รัฐบาลจีนยังไม่ยุติการใช้มาตรการห้ามนำเข้าหมูตามชายแดน และรัฐบาลเวียดนามได้เพิ่มความระมัดระวังการตรวจสอบการนำเข้าหมูโดยการบล็อกด่านชายแดน เพื่อป้องกันโรคอหิวาต์หมู ที่อาจจะแพร่ระบาดเข้ามาอย่างเข้มข้น โดยเฉพาะบริเวณที่มีชายแดนติดต่อกับจีน ซึ่งเป็นพื้นที่ดิน และภูเขาเชื่อมต่อกัน”

นายวิโรจน์กล่าวว่า ในแต่ละปีบริษัท ซี.พี.เวียดนาม มีการจัดสรรงบประมาณในการลงทุนไว้ไม่ต่ำกว่า 100 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยขณะนี้มีแผนจะขยายการลงทุนในโรงงานแปรรูปสุกรเพื่อส่งออก เงินลงทุน 20 ล้านเหรียญสหรัฐ คาดก่อสร้างแล้วเสร็จปี 2563 และในระยะถัดไปมีแผนลงทุนโรงงานอาหารสัตว์อีกประมาณปีละ 1-2 แห่ง เพื่อให้สอดรับกับความต้องการบริโภคของเวียดนามที่มีแนวโน้มเพิ่มขึ้น จากภาวะเศรษฐกิจ และการที่จำนวนประชากรโดยเฉพาะกลุ่มวัยทำงานมีมากขึ้น

ด้านนายจิรวิทย์ รชตะนันทน์ รองกรรมการผู้จัดการบริหาร ธุรกิจฟาร์มสัตว์บก กล่าวว่า ปัญหาวิกฤตสุกรล้นตลาด ทำให้เกษตรกรรายย่อยที่ไม่ใช่สมาชิก Contract Farming ขาดทุนจะต้องเลิกกิจการไปจำนวนมาก ขณะที่เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ Contract Farming นั้นยังสามารถดำเนินธุรกิจต่อไปได้ เพราะ ซี.พี.ได้ประกันความเสี่ยงโดยกำหนดราคารับซื้อที่เหมาะสม และแบกรับความเสี่ยงไว้ ปัจจุบันมีจำนวน เกษตรกรร่วม 2,410 ครอบครัว

โดยนอกเหนือจากฟาร์มแล้ว เรายังขยายระบบการจัดจำหน่ายเนื้อสุกรในรูปแบบร้านสุกร CP (CP Pork Shop) ซึ่งปัจจุบันมีถึง 546 สาขา ร้านดังกล่าวเป็นการจัดจำหน่ายโดยผู้ประกอบการรายย่อย 100% เป็นการช่วยสร้างงาน สร้างอาชีพ และยกระดับมาตรฐานการจำหน่ายเนื้อสัตว์ในเวียดนาม

 

ไม่พลาดข่าวสารเศรษฐกิจ เจาะลึกทุกประเด็นทั้งภาครัฐ-เอกชน เพิ่มเราเป็นเพื่อนที่ Line ได้เลย พิมพ์ @prachachat หรือ คลิกลิงก์ https://line.me/R/ti/p/@prachachat
.
หรือจะสแกน QR Code ในรูป เราพร้อมเสิร์ฟข่าวเศรษฐกิจ-ธุรกิจถึงมือผู้อ่านทันที!

 

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...