โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หวั่นซ้ำรอย! แหลมตะลุมพุกอพยพคนหนีพายุโซนร้อน "ปาบึก"

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 03 ม.ค. 2562 เวลา 10.24 น.

พายุโซนร้อน “ปาบึก” ยังไม่เข้าฝั่งที่เมืองคอน ขณะที่ 6 อำเภอริมทะเลมียอดรวมในการอพยพชาวบ้านร่วม 3 หมื่นคน ไปอาศัยที่ศูนย์อพยพชั่วคราว

ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดนครศรีธรรมราชว่า ในวันนี้ (3 ม.ค.62) ว่า แม้ว่าพายุโซนร้อน “ปาบึก” จะยังไม่เข้าสู่ชายฝั่งในพื้นที่จังหวัดนครศรีธรรมราช แต่ได้มีการเตรียมรับมืออย่างเต็มที่ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมา โดยได้เริ่มมีการอพยพประชาชนจากชุมชนริมชายฝั่งทะเลอ่าวไทยตลอดแนวใน 6 อำเภอ ประกอบด้วย อำเภอเมือง , ท่าศาลา , สิชล , ขนอม , ปากพนัง และอำเภอหัวไทร โดยทั้ง 6 อำเภอมียอดรวมการอพยพของประชาชนร่วม 3 หมื่นคน กระจายไปยังศูนย์อพยพชั่วคราวของแต่ละอำเภอที่มีอยู่กว่า 40 จุด

ในส่วนพื้นที่แหลมตะลุมพุก อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งถูกคาดการณ์ว่าอาจเป็นพื้นที่แห่งแรกที่จะได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อนปาบึก ได้มีการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่อย่างต่อเนื่อง โดยชาวบ้านได้ไปอาศัยอยู่ที่อาคารโรงยิมเนเซียมเทศบาลเมืองปากพนัง ซึ่งห่างจากแนวชายฝั่งแหลมตะลุมพุกประมาณกว่า 20 กิโลเมตร โดยชาวบ้านส่วนใหญ่นั้นยังคงกังวลกับความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับบ้านเรือนที่อยู่อาศัย รวมทั้งทรัพย์ภายในบ้าน จึงขอให้เจ้าหน้าที่คอยเฝ้าระวังและดูแลให้ด้วย

โดยนายถาวรวัฒน์ คงแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช ได้เข้าเยี่ยมผู้อพยพ ยังเชื่อว่าพายุจะขึ้นฝั่งที่ จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งมีพื้นที่ชายฝั่งยาวว่า 220 กม.ในส่วนของ อ.ปากพนัง ได้อพยพคน ต.แหลมตะลุมพุก ซึ่งเป็นพื้นที่ล่อแหลม ที่เคยเกิดพายุรุนแรงเมื่อปี 2505 มาอยู่ที่เทศบาลเมืองปากพนัง และพรุ่งนี้เช้า (4 ม.ค.62) ตำรวจที่อยู่ในพื้นที่ล่อแหลมจะอพยพให้มาอยู่ในพื้นที่ปลอดภัยทั้งหมด โดยหน่วยงานต่างๆ รวมทั้งตำรวจทหารจะเข้ามาดูแลอำนวยความสะดวกอย่างเต็มที่ ขอให้ประชาชนอย่าแตกตื่นจนเกินไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...