โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

10 เคล็ดไม่ลับ หลับสบาย กาย-ใจดี

ประชาชาติธุรกิจ

เผยแพร่ 10 มี.ค. 2561 เวลา 12.18 น.

ว่าด้วยเรื่องการนอน คงไม่มีใครไม่ชอบ การมีเวลานอนพักผ่อนมาก ๆ ทั้งผ่อนคลายหายเหนื่อย และยังทำให้สุขภาพดี

เพราะการนอนหลับมีความสำคัญ จึงมีการกำหนดให้วันศุกร์ที่ 2 หรือ 3 ของเดือนมีนาคมเป็น “วันนอนหลับโลก” หรือ “World Sleep Day” เพื่อรณรงค์ให้ผู้คนตระหนักถึงความสำคัญของการนอนหลับอย่างเพียงพอและหลับอย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งวันนอนหลับโลกในปีนี้คือวันที่ 16 มีนาคม

เนื่องในวันนอนหลับโลกปีนี้ น.ต.นพ.บุญเรือง ไตรเรืองวรวัฒน์ อธิบดีกรมสุขภาพจิต กล่าวว่า จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก พบว่า 45 เปอร์เซ็นต์ของประชากรโลกเคยมีอาการผิดปกติอย่างใดอย่างหนึ่งเกี่ยวกับการนอน โดย 35 เปอร์เซ็นต์ เป็นอาการนอนไม่หลับ

ผู้ที่มีปัญหานอนไม่หลับจะมีปัญหาขาดงาน หรือทำงานด้วยประสิทธิภาพที่ลดลง ในสัดส่วนที่มากกว่าผู้ที่ไม่มีปัญหาการนอนหลับถึง 3 เท่า การนอนไม่เพียงพอยังทำให้การเรียนรู้ ความจำ และสมาธิในการทำงานต่าง ๆ

ลดลง เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่มีปัญหาการนอน นอกจากนี้ หากนอนหลับไม่เพียงพอติดต่อกันเป็นเวลานาน จะส่งผลทำให้การทำงานของระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง โดยเฉพาะกับกลุ่มผู้ป่วยเบาหวาน ภาวะโรคอ้วน รวมไปถึงผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิต เช่น ภาวะเครียด โรควิตกกังวลและโรคซึมเศร้า

ด้าน นพ.วิญญู ชะนะกุล รองผู้อำนวยการ กลุ่มภารกิจบริการจิตเวชและสุขภาพจิต สถาบันจิตเวชศาสตร์สมเด็จเจ้าพระยา กล่าวเสริมว่า การนอนไม่หลับเป็นปัญหาที่พบได้บ่อย ไม่เฉพาะในโรคต่าง ๆ แม้ในคนปกติที่ไม่มีโรคประจำตัว

ก็มีอาการนอนไม่หลับได้ คนปกติทั่วไปสามารถเกิดอาการนอนไม่หลับขึ้นได้ประมาณ 1-2 คืนต่อสัปดาห์ เกิดขึ้นได้ในทุกช่วงอายุ พบมากขึ้นในผู้หญิงและผู้สูงอายุ สาเหตุหนึ่งที่พบได้บ่อย คือ ความวิตกกังวล หรือความเครียด และหากมีปัญหานอนไม่หลับเรื้อรัง หรือนานกว่า 3 เดือน อาจสัมพันธ์กับสภาวะทางจิตใจ หรือโรคทางจิตเวช จึงควรรีบปรึกษาแพทย์ สำหรับการรักษามีทั้งการรักษาสาเหตุที่เกี่ยวข้องกับโรคทางกาย หรือโรคทางจิตเวชที่ส่งผลให้มีอาการ

เพื่อส่งเสริมให้ทุกคนนอนหลับอย่างเพียงพอและมีคุณภาพ อธิบดีกรมสุขภาพจิตได้แนะนำ 10 ข้อปฏิบัติ ช่วยให้นอนหลับได้ดี ได้แก่

1.เข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเป็นประจำทุกวัน 2.ถ้านอนกลางวันเป็นประจำ ไม่ควรงีบกลางวันเกิน 45 นาที 3.หลีกเลี่ยงการดื่มแอลกอฮอล์ที่มากเกินไป เป็นระยะเวลา 4 ชั่วโมงก่อนนอน และงดการสูบบุหรี่ 4.หลีกเลี่ยงเครื่องดื่มกาเฟอีน เช่น กาแฟ ชา น้ำอัดลม และช็อกโกแลต 6 ชั่วโมงก่อนนอน 5.หลีกเลี่ยงการรับประทานอาหารมื้อหนัก อาหารเผ็ด หรืออาหารหวาน เป็นระยะเวลา 4 ชั่วโมงก่อนนอน ส่วนของว่างเบา ๆ สามารถรับประทานก่อนนอนได้ 6.ออกกำลังกายสม่ำเสมอ

แต่หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายก่อนนอน 7.ใช้เครื่องนอนที่ทำให้หลับสบาย 8.ห้องนอน

ควรมีอุณหภูมิที่เหมาะสมและถ่ายเทอากาศได้สะดวก 9.หลีกเลี่ยงเสียงรบกวนทั้งหมด และหลีกเลี่ยงแสงให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้ 10.ใช้ห้องนอนเพื่อการนอนและกิจกรรมทางเพศเท่านั้น อย่าใช้เตียงนอนเป็นที่ทำงานหรือการพักผ่อนหย่อนใจ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...