โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

7 วิธีออมเงิน 10 ปี มีเงินเก็บ 7 หลัก

DDproperty

เผยแพร่ 17 ก.พ. 2563 เวลา 19.07 น.
7 วิธีออมเงิน 10 ปี มีเงินเก็บ 7 หลัก

เชื่อว่าหลายคนคงรู้สึกว่าการออมเงินนั้นเป็นเรื่องที่ยุ่งยากและค่อนข้างน่าเบื่อ แต่อันที่จริงแล้วไม่ได้เป็นอย่างที่คิด เพียงแค่คุณอาจจะเลือกวิธีการออมเงินที่ไม่เหมาะกับตัวเองเท่านั้นเอง ลองเปิดใจดูวิธีการออมเงินทั้ง 7 วิธีที่เรานำมาเสนอ ซึ่งถ้าหากคุณนำวิธีการต่าง ๆ เหล่านี้มา รวมกันให้เหมาะสม คุณก็อาจกลายเป็นเศรษฐีเงินเก็บ 7 หลักได้ภายใน 10 ปี จะมีวิธีไหนบ้างนั้น ลองมาดูกัน

 

1. ออมเงินด้วยวิธีเก็บแบงก์ 50

ออมเงินด้วยแบงก์ 50 ถือเป็นวิธีการออมเงินที่ใช้กันอย่างแพร่หลาย วิธีการก็คือ ทุกครั้งที่ใช้จ่ายในการซื้อของหรือบริการต่าง ๆ หากได้ทอนเป็นแบงก์ 50 ก็จะต้องเก็บและห้ามยุ่งกับแบงค์ดังกล่าวเด็ดขาด ซึ่งวิธีออมเงินแบบนี้มีข้อดีคือ เป็นวิธีออมเงินที่ง่าย สามารถทำได้ทันทีเมื่อได้เงินทอน อีกทั้งการออมเงินด้วยแบงก์ 50 ก็ถือว่าไม่มากและไม่น้อยเกินไป แล้วยังทำให้รู้สึกสนุกกับการลุ้นว่าจะได้หรือไม่

จากการคาดคะเนแล้วเราคิดว่าสัปดาห์หนึ่งน่าจะเจอแบงก์ 50 อย่างน้อย 3-5 ใบ เมื่อลองมาคำนวณดูเป็นระยะเวลา 10 ปี จะพบว่า

สมมุติ 1 สัปดาห์ เก็บได้ 5 ใบ ใน 1 ปี มี 52 สัปดาห์ ดังนั้นจะเก็บแบงก์ 50 จะได้

52 x 5 = 260 ใบ

ภายในหนึ่งปีจะสามารถเก็บเงินได้

260 X 50 = 13,000 บาท

เพราะฉะนั้น 10 ปี จะสามารถเก็บเงินได้ 13,000 X 10 = 130,000 บาท

 

2. ออมเงินด้วยวิธีเก็บเหรียญ

 

 

ตั้งปณิธานไว้เลยว่าระหว่างวันไม่ว่าหลังจากที่ซื้อของหรือใช้บริการต่าง ๆ แล้วได้เงินทอนเป็นเศษเหรียญ จะไม่แตะต้องเหรียญเหล่านั้นเด็ดขาด เพราะจะต้องนำเหรียญทั้งหมดที่ได้มาแต่ละวันไปหยอดกระปุกที่บ้านก่อนเข้านอน

ออมเงินด้วยวิธีเก็บเหรียญนี้ไม่ใช่เรื่องแปลกและน่าจะคุ้นเคยกันมาแต่เด็ก เก็บสะสมทีละเล็กละน้อยไม่ต้องคิดมากรับรองว่าเมื่อครบ 10 ปี ลองมานับกระปุกดูน่าจะมีเงินออมเพิ่มจำนวนไม่น้อย หรือทยอยทุบกระปุกไปฝากบัญชีออมทรัพย์ทุกเดือนก็ได้ จะได้ไม่กินเนื้อที่ในห้องนอนมากนัก

วิธีออมเงินนี้นอกจากจะทำให้มีเงินเพิ่มพูนโดยไม่รู้ตัวแล้วยังช่วยทำให้คุณไม่ต้องแบกกระเป๋าที่เต็มไปด้วยเหรียญหนัก ๆ ตลอดเวลา อีกทั้งสำหรับคนที่ไม่รู้จะนำเหรียญสตางค์ เช่น 50 สตางค์ 25 สตางค์ ไปทำอะไร วิธีออมเงินนี้ก็ช่วยได้

 

3. ออมเงินด้วยวิธีเก็บเงินตามปฎิทิน 1-365

หนักพอสมควรสำหรับการออมเงินด้วยวิธีเก็บเงินตามปฏิทินหรือ 365 days saving money challenge ที่อันที่จริงแล้วก็คือ การออมเงินทบไปเรื่อย ๆ จากของเดิมวันละ 1 บาท จนครบ 365 วันนั่นเอง โดยเริ่มแรกก็สร้างตารางดังตัวอย่างด้านล่างนี้ก่อน

 

 

แล้วก็ออมเงินตามตัวเลขในปฏิทินที่คุณสร้างได้เลย แม้ว่าวันหลังจะต้องออมเยอะมากจนแทบเป็นลม แต่เมื่อนับดูดี ๆ 1 ปี จะได้ถึง 66,795 บาท ถ้า 10 ปีก็จะเท่ากับว่าสามารถออมเงินได้ถึง 667,950 บาท

ในอีกด้านหนึ่งคนที่ไม่สามารถออมเงินตามตารางปฏิทินได้เป๊ะ ๆ โดยเฉพาะช่วงเดือนท้าย ๆ ที่จำนวนที่ต้องออมเงินสูงถึงวันละ 300 กว่าบาท แนะนำให้ลองประยุกต์โดยการนำจำนวนวันที่ต้องเก็บมาหารให้กลายเป็นหลายวัน ไม่ต้องทบ เช่น

(365 1) ÷ 2 = 183

หมายความว่า ออมเงินวันละ 183 บาทจนถึงสิ้นปี ก็จะได้เงินเท่ากับวิธีการทบ

หรืออีกวิธีหนึ่งที่ดูสนุกขึ้นมาหน่อย ก็คือ เก็บสลับหัวปีท้ายปี ไปเรื่อย ๆ เช่น

- วันที่ 1 ออมเงิน 1 บาท

- วันที่ 2 ออมเงิน 365 บาท

- วันที่ 3 ออมเงิน 2 บาท

- วันที่ 4 ออมเงิน 364 บาท

 

4. ออมเงินด้วยวิธีฝากประจำ

ออมเงินด้วยวิธีฝากประจำเป็นอีกทางเลือกของคนที่ยังไม่พร้อมลงทุนหุ้น กองทุน ที่มีความเสี่ยงปานกลาง - สูง ต้องการที่เก็บเงินที่ปลอดภัยและได้ดอกเบี้ยงาม แต่จะบอกว่าแค่เห็นดอกเบี้ยสูงแล้วอย่าเพิ่งพุ่งไปธนาคารนั้น ๆ ควรเลือกออมเงินในบัญชีเงินฝากประจำที่ปลอดภาษีด้วย ซึ่ง ณ ตอนนี้ (กุมภาพันธ์ 2563) อัตราดอกเบี้ยของบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษี จะอยู่ช่วงประมาณ 1.75% - 3.0% *ศึกษาเงื่อนไขเพิ่มเติมได้ที่ธนาคารนั้น ๆ

ลองคิดเล่น ๆ โดยประมาณ นาย A ออมเงินด้วยวิธีฝากประจำในบัญชีเงินฝากประจำปลอดภาษีที่มีอัตราดอกเบี้ย 3% ต่อปี เป็นเวลา 24 เดือน เดือนละ 5,000 บาท

 

 

จากตารางด้านบน วิธีคิดคร่าว ๆ ดังนี้ (ความจริงแล้วธนาคารคิดดอกเป็นรายวัน)

เดือนแรก: 5,000 ได้ดอกเบี้ย (0.03 x 5,000) ÷ 12 = 12.5 บาท
เดือนที่สอง: ฝากอีก 10,000 ได้ดอกเบี้ย (0.03 x 10,000) ÷ 12 = 25 บาท

ทบคิดดอกเบี้ยแบบนี้ไปเรื่อย ๆ จนครบ 24 เดือน แล้วเอาทั้งหมดมาบวกกัน จะเป็นเงินยอดรวมทั้งหมดที่ได้จากการออมเงินในบัญชีเงินฝากประจำ สามารถดูตารางครบ 24 เดือนได้ที่นี่

 

5. ออมเงินด้วยวิธีเก็บแบบมีเงื่อนไข ถ้า…ต้องออมเงินไว้…บาท

ถ้านับจากวิธีออมเงินทั้งหมดในที่นี้ การออมเงินโดยสร้างเงื่อนไขให้ตัวเองน่าจะเป็นวิธีที่สนุกและอาจจะทำให้ออมเงินได้มากที่สุดก็ว่าได้ โดยจะขอยกตัวอย่างเงื่อนไขง่าย ๆ ที่น่านำไปใช้

- ถ้าพูดคำหยาบ 1 คำ ต้องออมเงิน คำละ 10 บาท 

เงิน 10 บาทดูเหมือนจะไม่มากแต่ถ้าวันหนึ่งเราเผลอพูดคำหยาบอย่างน้อย 10 คำต่อวัน 1 เดือนก็จะออมเงินได้ถึง 300 บาท เมื่อครบปี ได้ 3,600 บาท และเมื่อครบ 10 ปี จะได้ประมาณ 36,000 บาท

เงื่อนไขการออมเงินแบบนี้นอกจากจะช่วยให้เรามีเงินเก็บแล้วยังช่วยในการพัฒนาคำพูด โดยอาจลองปรับจากคำหยาบเป็นพูดจาอย่างอื่นที่ทำร้ายจิตใจก็ได้

- ถ้าน้ำหนักขึ้น 1 ขีด ต้องออมเงิน ขีดละ 20 บาท

น้ำหนักก็ต้องมีขึ้นมีลง รับประกันว่าคุณจะได้ออมเงินจากเงื่อนไขนี้แน่ ๆ วิธีออมเงินนี้เหมาะมากสำหรับหนุ่มสาวที่กำลังควบคุมน้ำหนัก นอกจากจะได้ออมเงินแล้วยังได้ท้าทายตัวเอง

- ทุกครั้งที่ทำงานพลาด จ่ายค่าปรับ 100 บาท

ออมเงินด้วยเงื่อนไขนี้นอกจากจะช่วยให้มีเงินเก็บแล้วยังช่วยให้รอบคอบมากขึ้น

- เก็บเงิน 500 บาททุกวันพระ 

1 เดือนจะต้องมีวันพระอย่างน้อยสัก 4 วัน หากเก็บวันละ 500 บาท เท่ากับ 1 เดือนได้ 2,000 บาท ถ้า 1 ปี 24,000 บาท เมื่อครบ 10 ปีจะออมเงินได้ถึง 240,000 บาท

 

 

6. ออมเงินด้วยวิธี ตั้งงบใช้ต่อวันแบบแน่นอน

หลังจากหักค่าใช้จ่ายหลัก ๆ ที่จำเป็น เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าน้ำค่าไฟ ค่าเดินทาง ลองกำหนดงบให้ตัวเองดูว่าใน 1 วัน จำเป็นต้องใช้เงินเท่าไหร่แล้วใช้ตามงบต่อวันนั้น ๆ ส่วนเงินที่เหลือจากการหารวันก็นำหยอดกระปุกหรือใช้ฉุกเฉิน

ตัวอย่าง เงินเดือน 20,000 บาท หักค่าใช้จ่ายที่จำเป็นต้องจ่ายทุกเดือน 7,000 บาท เหลือเงินที่ใช้ได้ 13,000 บาท

ลองคำนวณดูแล้วพบว่าใช้วันละ 300 บาทก็เพียงพอ = 1 เดือนใช้ 9,000 บาท

สรุป เงินเหลือเก็บ 13,000 - 9,000 = 4,000 บาทต่อเดือน

 

7. ออมเงินด้วยวิธี เอาเงินโบนัส ทำประกันแบบสะสมทรัพย์ ซื้อสลากออมสิน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ 

สำหรับพนักงานบริษัทบางรายที่ได้โบนัส การนำเงินโบนัสที่ได้ไปเก็บไว้ในประกันแบบสะสมทรัพย์ สลากออมสิน กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ก็ถือเป็นวิธีออมเงินอย่างหนึ่ง ซึ่งแต่ละประเภทมีรายละเอียดต่างกันดังนี้

- ประกันแบบสะสมทรัพย์ 

เป็นประกันชีวิตที่เราน่าจะคุ้นเคยมากที่สุด เน้นเรื่องได้เงินคืนเมื่อครบกำหนดระยะเวลามากกว่าเน้นคุ้มครอง (ผลพลอยได้) ซึ่งกำหนดระยะเวลาที่ได้รับเงินคืนมีตั้งแต่ 10-25 ปี

- สลากออมสิน 

สลากออมสิน รูปแบบหนึ่งของการออมเงิน โดยเราจะได้รับดอกเบี้ยตามอัตราที่กำหนด พร้อมมีสิทธิ์ลุ้นรางวัลทุกเดือน เมื่อครบกำหนดก็ได้เงินต้นคืนพร้อมดอกเบี้ย

สลากออมสินนั้นมีหลายรูปแบบ แต่ที่นิยมมากก็คือ สลากออมสินพิเศษอายุ 3 ปี อ่านต่อได้ที่นี้ 7 วิธีเก็บเงินง่าย ๆ ฉบับมนุษย์เงินเดือน 

- กองทุนสำรองเลี้ยงชีพ

ปัจจุบันหลายบริษัทมีให้พนักงานสมัครเข้ากองทุนสำรองเลี้ยงชีพ ซึ่งก็คือ กองทุนที่นายจ้างและลูกจ้างร่วมกันจัดตั้งขึ้น โดยเงินของกองทุนมาจากเงินที่ลูกจ้างจ่ายส่วนหนึ่งเรียกว่า ‘เงินสะสม’ แล้วอีกส่วนนายจ้างก็จะจ่ายเพิ่มให้เรียกว่า ‘เงินสมทบ’ เปรียบเทียบได้กับการออมเงินในธนาคารแล้วเราได้ดอกเบี้ยนั่นเอง

เงินก้อนนี้เราจะได้ก็ต่อเมื่อ เสียชีวิต ลาออกจากงาน หรือลาออกจากกองทุน

ไม่เพียงแค่ได้เงินก้อนเท่านั้น เงินที่ถูกหักเข้าไปในกองทุนระหว่างที่เป็นสมาชิกสามารถนำมาลดหย่อนภาษีได้อีก 15% ของค่าจ้าง ไม่เกิน 500,000 บาท

 

แม้ว่าวิธีออมเงินบางข้อในที่นี้อาจไม่ได้พาคุณไปแตะหลักล้าน แต่อย่างที่บอกว่าถ้าหากนำมาใช้ออมเงินควบคู่กันตั้งแต่ 2 วิธีขึ้นไปก็จะสามารถช่วยให้ให้คุณมีเงินเก็บหลักล้านได้อย่างที่ต้องการ เช่น ออมเงินด้วยแบงก์ 50 พร้อมกับออมเงินด้วยการฝากประจำ ฯลฯ ซึ่งจะทำให้เราสามารถได้เงินก้อนมาฝากประจำและได้ดอกเบี้ยเพิ่มจากเงินเก็บของเราเอง

นอกจากนี้ก่อนที่คิดจะออมเงิน แนะนำว่าให้ลองตั้งเป้าหมายก่อนเป็นอันดับแรก เช่น ต้องการออมเงินเพื่อซื้อบ้าน ซื้อคอนโดมิเนียม ออมเงินเพื่อท่องเที่ยว ออมเงินเพื่อซื้อของชิ้นใหญ่ ออมเงินเพื่อปลดหนี้ ฯลฯ การออมเงินแบบมีเป้าหมายนั้นจะช่วยให้คุณแอคทีพและมองเห็นภาพตัวเองในอนาคตมากขึ้น

 

สนใจรับบทความดีดี อัปเดต ข่าวอสังหาริมทรัพย์ และ อ่านคู่มือซื้อขาย พร้อม รีวิวโครงการคอนโดฯ ใหม่ บ้านใหม่ หลากหลายทำเลและราคา รวมถึง ทำความรู้จักกับทำเลฮอตทั่วกรุง เพื่อเพิ่มความมั่นใจในการซื้อ-ขาย-เช่า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...