โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เฮ้ย! เข้าใจผิดรึป่าว ? โลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา

LINE TODAY ORIGINAL เผยแพร่ 09 พ.ค. เวลา 17.17 น. • เพื่อนตุ้ม

ความเข้าใจผิดอย่างหนึ่งของคนส่วนใหญ่ มักจะชอบคิดว่าตัวเองคือตัวเอกในละครที่มีบทบาทเหนือทุกคน ตัวฉันเท่านั้นที่สำคัญ คิดว่าตัวเองคือศูนย์กลางของทุกเรื่อง ไม่ว่าใครก็ต้องทำ ต้องเป็นอย่างที่เราคิด และสิ่งที่เราคิดคือสิ่งที่ใช่ที่สุด

เฮ้ย! เข้าใจผิดรึป่าว ? มันไม่ได้เป็นอย่างนั้น

เราไม่มีวันถูกเสมอ หรือผิดได้ตลอด และโทษที..ทุกคนเป็นตัวเอกของละครบทนี้ด้วยกันทั้งนั้น

ไม่มีใครเหนือกว่าใคร ไม่มีใครด้อยกว่าใคร บทบาทของทุกคนดำเนินไปตามที่แต่ละคนกำหนด แต่มักจะมีใครสักคนที่ชอบคิดว่าตัวเองเป็นตัวเอกที่เพียงคนเดียว ส่วนคนอื่นมีหน้าที่ต้องทำตาม

จริง ๆ แล้วธรรมชาติของมนุษย์มักจะให้ความสำคัญกับความคิด ความรู้สึก หรือเหตุผลของตัวเองก่อนคนอื่นเสมอ ซึ่งก็ถือว่าเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะคนเรามีแนวโน้มที่จะเอาแต่ใจนิด ๆ กันมาตั้งแต่เกิดอยู่แล้ว และถ้าไม่ได้รับอบรมสั่งสม ปลูกฝังกันมาตั้งแต่เด็ก จากการเอาแต่ใจนิด ๆ ก็จะกลายเป็นคนเห็นแก่ตัวโดยสมบูรณ์แบบขึ้นมาทันที

คนแบบนี้มีให้เห็นได้ทั่วไป เผลอ ๆ เราเองก็เป็นคนที่คิดว่าโลกต้องหมุนรอบตัวเราเหมือนกันนั่นแหละ เพียงแต่ไม่รู้ตัวเท่านั้นเอง!

คุณเคยคิดแบบนี้บ้างหรือเปล่า ?

“ทำไมไม่คิดอย่างนี้”

“ทำไมไม่ทำแบบนี้”

“ถ้าทำตามที่บอกตั้งแต่แรกก็สบายไปแล้ว”

หรือเคยทำตัวแบบนี้บ้างไหม ?

เจ้ากี้เจ้าการ

ชอบออกคำสั่ง

ไม่ฟังความคิดเห็นคนอื่น

เอาแต่ใจตัวเอง

ไม่มีเหตุผล

ไม่เคยทำอะไรผิด

ถ้าเคย..ก็อาจหมายความว่า คุณกำลังทำตัวเป็นศูนย์กลางจักรวาลอยู่

ทำยังไงให้เลิกเป็นศูนย์กลางจักรวาล

การยอมรับความจริงเป็นทางออกที่ดีของทุกอย่าง เรื่องนี้ก็เหมือนกัน..เป็นไปไม่ได้เลยที่จะเลิกทำตัวศูนย์กลางจักรวาล ถ้ายังไม่ยอมรับความจริงอะไรเลย หรือง่าย ๆ ก็คือต้องรู้ตัวก่อน ถึงจะแก้ปัญหาได้

ร้อยทั้งร้อยคนแบบนี้ไม่ค่อยรู้ตัวเอง ถ้าไม่มีใครสะกิดก็ยังคงเป็นแบบนี้ต่อไป หรือดีหน่อยก็เมื่อเห็นความรุนแรงของสิ่งที่ตัวเองทำ เพราะฉะนั้น ‘สติ’ เป็นเรื่องสำคัญ..สติมีไว้เพื่อสังเกตและตรวจสอบตัวเอง เราไม่มีทางรู้ว่าตัวเองเป็นคนยังไง ถ้ายังไร้สติ

ในเมื่อทุกอย่างเกิดขึ้นจากเรา ก็ต้องเริ่มต้นจากตัวเอง ด้วยการพยายามทำลายสิ่งที่เรายึดติดเอาไว้ ด้วยการเปิดใจเพื่อให้เข้าใจตัวเองได้ดีขึ้น แท้จริงแล้วเราเป็นคนยังไง ต้องการอะไร เหตุผลเราจึงทำแบบนั้น เมื่อรู้แล้วมันก็ง่ายที่จะปรับปรุง พัฒนาให้ดีขึ้น อาจเริ่มจากลองใคร่ครวญสิ่งที่เกิดขึ้นในแต่ละวัน ให้เวลาตัวเองได้คิด ไตร่ตรองว่าแต่ละวันทำอะไรไปบ้าง หาคำตอบกับสิ่งที่ทำลงไป ซึ่งถ้าได้ลองคิดแบบนี้ไปเรื่อย ๆ สุดท้ายเราจะรู้ตัวตนที่แท้จริงของตัวเราเองได้ดีขึ้น

เมื่อเข้าใจตัวเองแล้ว โดยมากเราจะเข้าใจคนอื่นมากขึ้นตามไปด้วย เพราะในความเป็นจริง คนเราควรให้ความสำคัญกับความคิด ความรู้สึก หรือเหตุผลของคนอื่นไม่แพ้ของตัวเราเอง เพราะไม่มีใครที่คิดถูกเสมอ หรือคิดผิดไปได้ตลอด โลกนี้คือสังคมแห่งการแลกเปลี่ยนและเรียนรู้ คนทุกคนมีความสำคัญไม่แพ้กัน และไม่ใช่เราคนเดียวที่สำคัญ

เข้าใจซะใหม่ ‘โลกไม่ได้หมุนรอบใคร’

นอกจากโลกจะไม่ได้หมุนรอบตัวเราแล้ว โลกยังไม่ได้หมุนรอบใครเลย ในโลกนี้ไม่มีอะไรที่เรากำหนดหรือควบคุมได้ทั้งนั้น แม้แต่อะไรที่คิดว่ามันคือของเรา วันหนึ่งก็หายไปเสียเฉย ๆ ได้อย่างง่ายดาย

ว่ากันตามตรงเราทุกคนเป็นแค่ผู้อาศัย ที่มาแล้วเมื่อถึงวันหนึ่งก็ต้องไป หน้าที่ของเราก็คือใช้ชีวิต สร้างกรรม สร้างความดี แล้วก็จากไป จะมัวมาเข้าใจผิดว่าตัวเองเป็นศูนย์กลางจักรวาลอยู่ก็ไร้ประโยชน์ เพราะไม่มีใครทำได้ทั้งนั้น

เรื่องจริงก็คือโลกนี้ยังคงดำเนินไปตามกฎไตรลักษณ์ ซึ่งก็คือลักษณะทางธรรมชาติ 3 ประการ “อนิจจัง ทุกขัง อนัตตา” คือทุกสิ่งทุกอย่างไม่เที่ยงแท้ ทุกสิ่งทุกอย่างเป็นทุกข์ และทุกสิ่งทุกอย่างไม่มีตัวตน ซึ่งธรรมชาติกำลังบอกเราว่าไม่มีอะไรเป็นของเราจริง ๆ สักอย่าง แม้กระทั่งตัวเราเอง เมื่อถึงวันหนึ่งก็จะไม่มีตัวตน แล้วยังจะทำตัวเหนือคนอื่นไปเพื่ออะไร เพราะในที่สุดโลกนี้ก็ไม่ได้หมุนรอบใครทั้งนั้น

จริง ๆ ทั้งหมดนี้แค่กำลังจะบอกว่าจงอย่าใช้ชีวิตโดยคิดว่าตนเองสำคัญที่สุด จงให้ความสำคัญกับคนทุกคนที่ผ่านเข้ามาในชีวิต เพราะโลกไม่ได้หมุนรอบตัวเรา แต่เราต่างหากที่ต้องยอมรับในความเป็นไปของโลก