โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ห่วงวัยรุ่นไทยใช้ ถุงยางอนามัยต่ำ ทำติดโรคทางเพศพุ่ง 5 เท่า ท้องไม่พร้อม 190 รายต่อวัน

MATICHON ONLINE

อัพเดต 12 ก.พ. 2563 เวลา 09.25 น. • เผยแพร่ 12 ก.พ. 2563 เวลา 08.36 น.

ห่วงวัยรุ่นไทยใช้ ถุงยางอนามัยต่ำ ทำติดโรคทางเพศพุ่ง 5 เท่า ท้องไม่พร้อม 190 รายต่อวัน

เมื่อวันที่ 12 กุมภาพันธ์ ที่อาคารศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กรมควบคุมโรค กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข ร่วมกับ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) มูลนิธิแพธทูเฮลท์ (P2H) และภาคีเครือข่าย จัดงานแถลงข่าวส่งเสริมการมีสุขภาวะทางเพศ “วัยรุ่น 2020 รู้จักป้องกันท้อง ป้องกันโรค” เนื่องในวันถุงยางอนามัยสากล (International Condom Day 2020)

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

พญ.มณฑล วสันติอุปโภคากร รองผู้อำนวยการกองโรคเอดส์ และโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณะสุข (สธ.) กล่าวว่า กรมควบคุมโรค ได้ทำการสำรวจประชากรกลุ่มตัวอย่างเทียบต่อประชากรแสนคน ประจำปี 2562 พบอัตราการใช้ถุงยางอนามัยของประชากรไทย โดยเฉพาะช่วงวัยรุ่น อายุ 15-25 ปี อยู่ที่ร้อยละ 76 แม้จะมีแนวโน้มการใช้มากขึ้น แต่ถือว่าต่ำมาก จากระดับปกติที่รณรงค์ต้องเกินร้อยละ 90 แต่ที่น่าห่วงคือ คนทั่วไปมีอัตราการใช้ถุงยางอนามัยสม่ำเสมอ ต่ำกว่าร้อยละ 50 โดยพบสาเหตุส่วนใหญ่มาจากการไว้วางใจคู่ประจำ จึงเลือกมีเพศสัมพันธ์แบบไม่สวมใส่ถุงยางอนามัย รวมถึงปัญหาราคาถุงยางอนามัยยังค่อนข้างสูง โดยเฉพาะที่เป็นแบรนด์ดังๆ

พญ.มณฑล กล่าวอีกว่า การไม่ใช้ถุงยางอนามัย ทำให้เกิดปัญหาตามมา อย่างโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ที่พบผู้ป่วยหน้าใหม่ เป็นวัยรุ่นถึง 14 รายต่อวัน และยังมีแนวโน้มสูงขึ้นถึง 5 เท่า ส่วนใหญ่เป็นหนองใน ร้อยละ 69.7 รองลงมาเป็นซิฟิลิส 39.3 รวมถึงการตั้งครรภ์ในวัยรุ่น แม้จะมีแนวโน้มลดลง แต่อัตราแม่วัยรุ่นอายุ 15-19 ปีในไทยก็ยังคงสูง เฉลี่ย 190 คนต่อวัน หรือเทียบเป็นจังหวัดละ 3 คนต่อวัน อย่างไรก็ตาม อยากรณรงค์ให้คนไทยใช้ถุงยาง เพราะนอกจากจะแก้ปัญหาข้างต้นได้แล้ว ยังช่วยป้องกันโรคไวรัสตับอักเสบบีและซี ซึ่งกำลังเป็นปัญหาสาธารณสุขอยู่ รวมถึงป้องกันมะเร็งปากมดลูก มะเร็งตับ และที่สำคัญในกรณีผู้มีเชื้อเอชไอวี รณรงค์ให้ใช้ควบคู่ยาเพร็พ (PrEP) ซึ่งหากใช้ถุงยางอนามัยถูกวิธี จะสามารถลดความเสี่ยงโรคเหล่านี้ได้ถึงร้อยละ 98

ขณะที่ นายสมวงศ์ อุไรวัฒนะ รองผู้อำนวยการมูลนิธิเข้าถึงเอดส์ และรับผิดชอบโครงการสายด่วนปรึกษาเอดส์และท้องไม่พร้อม 1663 กล่าวว่า 6 ปีของสายด่วน 1663 พบแนวโน้มการโทรมาขอคำปรึกษาเรื่องตั้งครรภ์ไม่พร้อมสูงขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสถิติปี 2562 พบการโทรปรึกษาตั้งครรภ์ไม่พร้อมถึง ร้อยละ65 ซึ่งผู้ขอคำปรึกษาคือผู้หญิงทั้งหมด เมื่อลงในรายละเอียดยังพบว่า วัยรุ่นหญิงอายุต่ำกว่า 20 ปี มีประสบการณ์ใช้ถุงยางเพียงร้อยละ 45 ถือว่าสูงกว่าในอดีต แต่ยังไม่มากพอ นอกนั้นพบการคุมกำเนิดที่ใช้ประจำคือ การหลั่งอสุจินอก แต่ที่น่าตกใจคือ ไม่คุมกำเนิดเลย ร้อยละ 15

นายสมวงศ์ กล่าวอีกว่า ส่วนอีกร้อยละ 35 โทรมาปรึกษาเรื่องกังวลว่าจะเป็นเอดส์ ซึ่งผู้คำปรึกษาร้อยละ 80 คือผู้ชาย อายุระหว่าง 25-45 ปี จากการมีเพศสัมพันธ์ไม่ใช้ถุงยางอนามัย เพราะไว้ใจคู่ อย่างไรก็ตาม เหล่านี้สะท้อนว่าถึงเวลาแล้วที่ต้องทำอะไรสักอย่าง อย่างสอนให้เด็กรับมือกับเซ็กซ์ครั้งแรกที่ถูกต้อง นี่ไม่ใช่การชี้นำ แต่สอนป้องกันตัวที่ถูกต้อง ขณะเดียวกันต้องรณรงค์การพกถุงยางเป็นเรื่องของทุกคน เป็นความรับผิดชอบ ทั้งผู้ชาย ผู้หญิง โดยเฉพาะผู้ปกครองที่ต้องเปิดใจและกล้าหยิบยื่นถุงยางอนามัยให้ลูกตัวเอง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...