โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ฝันไกลแต่ไปไม่ถึง Gen Y วัยสร้างหนี้ เพราะ #ของมันต้องมี

MATICHON ONLINE

อัพเดต 05 ม.ค. 2563 เวลา 06.13 น. • เผยแพร่ 05 ม.ค. 2563 เวลา 06.13 น.

ฝันไกลแต่ไปไม่ถึง Gen Y วัยสร้างหนี้ เพราะ #ของมันต้องมี

เป็นที่น่าสังเกตว่าแทบจะทั่วโลกนั้น มีการบรรจุหลักสูตรวิชาการในระบบการศึกษาหลัก เพื่อสอนให้ทุกคนจบการศึกษามาเพื่อใช้ความรู้หางานทำ หาเงินเลี้ยงดูตัวเอง แต่มีจำนวนน้อยที่สอนถึง “วิธีการบริหารเงินที่ถูกต้อง” ทำให้บรรดานักศึกษาจบใหม่ หรือผู้ที่เริ่มต้นทำงานใหม่ๆ ประสบกับสภาพการณ์ “ชักหน้าไม่ถึงหลัง” อยู่บ่อยครั้ง โดยเฉพาะช่วงอายุ 23-30 ปี หรือที่เรียกว่าเป็นคน “เจนวาย” (GEN Y)

เพราะพฤติกรรมการเงิน หากมีวินัยและบริหารจัดการเงินได้ดีตั้งแต่เริ่มต้นก็ดีไป แต่หากติดลบตั้งแต่ต้นก็อาจจะกลายเป็นปัญหาในภายหลังได้

ธนาคารทหารไทย (TMB) จึงร่วมมือกับ ไวซ์ไซท์ (WISESIGHT) จัดแถลงข่าว “ล้วงลึกพฤติกรรมการเงิน เจนวาย ผ่านแคมเปญ ของมันต้องมีก่อน 40” ณ ห้องมิชชั่น พอสสิเบิล ชั้น 7 ธนาคารทหารไทย สำนักงานใหญ่ (จตุจักร) โดยมีการพูดคุยในหัวข้อที่น่าสนใจหลายประการ

กาญจนา โรจวทัญญู หัวหน้าเจ้าหน้าที่บริหาร สื่อสารและภาพลักษณ์องค์กร ทีเอ็มบี เผยว่า เหตุผลที่เลือกศึกษาพฤติกรรมและเก็บข้อมูลกลุ่มคน “เจนวาย” (GEN Y) ที่มีช่วงอายุระหว่าง 23-30 ปี เพราะเป็นกลุ่มกำลังแรงงานสำคัญของประเทศ เริ่มทำงานมีรายได้ แต่ไม่มีการวางแผนทางด้านการเงิน ไม่สามารถบริหารจัดการเงินได้อย่างเหมาะสม

ขณะเดียวกันก็เป็นกลุ่มที่พร้อมเปิดรับคำแนะนำ และความรู้ทางด้านการบริหารจัดการเงิน จึงมีความเชื่อว่าหากเจนวายได้ตระหนักถึงเป้าหมายในชีวิตแล้ว จะเป็นจุดเริ่มต้นในการเปลี่ยนพฤติกรรมทางการใช้จ่าย ซึ่งเป็นช่วงเวลาที่หลายคนตั้งเป้าหมายที่จะได้เริ่มต้นสิ่งดีๆ ในปีถัดไป

ด้าน นริศ สถาผลเดชา ผู้บริหาร TMB Analytics ให้ข้อมูลเกี่ยวกับผลสำรวจพฤติกรรมของเจนวายบนโลกโซเชียลว่า ความหวังหรือเป้าหมาย “ของมันต้องมี” ก่อนอายุ 40 ของเจนวายคือ อยากมีบ้าน (48%) รถยนต์ (22%) ขณะที่อยากมีเงินออมและสินทรัพย์อื่นๆ มีไม่มาก (13%) แต่สิ่งที่ “เกิดขึ้นจริง” กับเจนวาย เมื่อวิเคราะห์โดยใช้ข้อมูลจากการศึกษา พบว่ามียอดใช้จ่ายในกลุ่มสินค้า “ของมันต้องมี” ถึง 69% ขณะที่รายการซื้อบ้าน ซื้อรถที่เป็นความฝันมีสัดส่วนที่ลดลงมาก ทั้งยังมีสัดส่วนเงินออมไม่ถึง 10%

เฉลี่ยแล้วเจนวาย หมดเงินไปกับ “ของมันต้องมี” ปีละเกือบแสน คิดเป็น 1 ใน 4 ของรายได้ต่อปี ส่วนใหญ่เป็นการซื้อโทรศัพท์ เสื้อผ้า เครื่องสำอาง อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ กระเป๋า และนาฬิกา/เครื่องประดับ ส่วนที่มาของ “ของมันต้องมี” มาจากหลายปัจจัย อาทิ บริโภคนิยม ตัดสินใจซื้อแบบไม่ต้องคิด และความสุขซื้อได้ด้วยประสบการณ์

นอกจากนี้ เจนวายยังมีพฤติกรรมซื้อตามเทรนด์เพราะกลัวเอ้าท์ถึง 42% มากกว่ามองเป็นของจำเป็น 37% แถมเงินที่ใช้ซื้อนั้น คนส่วนใหญ่ 70% บอกมีเงินไม่พอ แต่ใช้การกู้จากธนาคารและใช้บัตรเครดิตกับบัตรกดเงินสดในการใช้จ่าย ซึ่งเมื่อลงรายละเอียดพบว่ามากกว่า 70% ของเจนวาย มีการ “ผ่อนชำระที่ต้องเสียดอกเบี้ย”

ทำให้หลายคนเข้าสู่ “วงจรนรก” หรือกล่าวคือรายรับมีไว้เพื่อชำระหนี้ของเดือนที่ผ่านมา เมื่อไม่มีเงินจึงนำเงินในอนาคตมาใช้จ่ายผ่านบัตรเครดิตต่างๆ

หากผ่าโครงสร้างทางการเงินของเจนวาย สามารถแบ่งเป็น 2 กลุ่มตามพฤติกรรมการใช้จ่าย ได้แก่ “ของมันต้องได้ แต่เงินไม่มี” มักมีพฤติกรรมการใช้เงินก่อนออม เมื่อมีรายได้เข้ามาแต่ละเดือน จะนำไปชำระหนี้และซื้อของอุปโภคบริโภคก่อน (60%) ส่วนที่เหลือค่อยเก็บเป็นเงินออม อีกทั้งมักเก็บเงินผิดที่ คือมีเงินกองอยู่ในบัญชีออมทรัพย์ทั่วไปในสัดส่วนที่สูง

ขณะที่กลุ่มเจนวาย “ของมันต้องมี และเก็บเงินได้” ก็จะมีพฤติกรรมที่ตรงข้าม กล่าวคือกลุ่มนี้พอมีรายได้เข้ามา ก็จะกันเงินส่วนหนึ่งไว้สำหรับเงินออมเป็นสัดส่วนที่สูง (33%) ก่อนที่จะใช้จ่าย หรือพูดได้ว่าเป็นเจนวาย ที่มีวินัยทางการเงิน อีกทั้งยังมีการวางแผนการออมและการลงทุน สะท้อนจากการมีเงินในบัญชีเงินฝากดอกเบี้ยสูง และลงทุนในหุ้นหรือตราสารทางการเงินอื่นๆ รวมแล้วเป็นสัดส่วนที่สูงกว่าโดยเปรียบเทียบ

กระนั้น จากหลายปัจจัยดังที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้เจนวาย มีลักษณะเข้าทำนอง “ฝันไกลแต่ไปไม่ถึง” สะท้อนจากเจนวาย วัยเริ่มต้นทำงานตั้งเป้าอยากมีเงินเก็บ 6 ล้านบาท แต่วางแผนที่จะออมเงินแค่เฉลี่ยเดือนละ 5,500 บาท ซึ่งถ้าเก็บด้วยอัตรานี้ต้องใช้เวลาถึง 90 ปี จึงจะถึงเป้าหมาย

ฉะนั้นเพื่อนำไปสู่การมีพฤติกรรมทางการเงินที่ดีหรือมีวินัยทางการเงิน สิ่งแรกที่ควรทำคือ ลดเงินที่ใช้กับ “ของมันต้องมี” ง่ายๆ โดยลดลงแค่ 50% ด้วยเชื่อว่าลดหมด 100% เป็นไปได้ยาก ควบคู่กับวางแผนการบริหารเงินให้ดีโดยเพิ่มการออมการลงทุนให้ถูกที่ แค่นี้ก็จะมีเงินสะสมเพิ่มขึ้นราวๆ 43,000 บาทต่อปี เมื่อเวลาผ่านไป 10 ปี 20 ปี หรือยาวไป 30 ปีก็จะสามารถซื้อทรัพย์สินตามที่เคยตั้งความหวังไว้ได้ไม่ยาก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...