โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดวงจรปิด นาทีเฮี้ยน! ผัวฆ่าลูกเมีย 3 ศพ ซื้อธูปขอขมาก่อนไปผูกคอตาย

Khaosod

อัพเดต 07 ม.ค. 2563 เวลา 03.14 น. • เผยแพร่ 07 ม.ค. 2563 เวลา 02.58 น.

เปิดวงจรปิด นาทีเฮี้ยน! ผัวฆ่าลูกเมีย 3 ศพ ซื้อธูปขอขมาก่อนไปผูกคอตาย เผยผัวสุดใจเย็นหลังฆ่าลูกเมียแล้วไปซื้อธูปขอขมา แต่ธูปเด้งออกจากซอง เหมือนวิญญาณลูกเมียไม่ให้อภัย

นาทีเฮี้ยน  / กรณี นายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 51 ปี ผูกคอตัวเองเสียชีวิตใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้านหลังหนึ่งใน ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี และยังพบศพ นางวัชราภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 50 ปี ภรรยา, น.ส.คชาภรณ์ ซ่อนชัย อายุ 24 ปี ลูกสาวคนโต และน.ส.ศศิธร ซ่อนชัย อายุ 19 ปี ลูกสาวคนเล็ก นอนเสียชีวิตในบ้าน คาดว่า นายไทยสานฆ่าเมียและลูกก่อนฆ่าตัวตาย โดยพบจดหมายลาตายทิ้งไว้ด้วย ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

เมื่อวันที่ 7 ม.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการตรวจสอบภาพของกล้องวงจรปิดที่ร้านขายของชำ ชื่อสายฝน เลขที่ 347 หมู่ 1 ต.เชียงหวาง อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี บันทึกภาพเมื่อวันที่ 4 ม.ค. เวลา 09.31 น. เป็นภาพที่นายไทยสาน ซ่อนชัย อายุ 51 ปี ลูกจ้างประจำศูนย์หม่อนไหมเขต 4 จ.อุดรธานี ขี่รถจักรยานยนต์มาจอดหน้าร้าน เพื่อซื้อยาเส้น 1 ถุง, ธูป 6 ดอก, เทียน 1 ถุง จำนวน 10 เล่ม และเหล้า 1 ขวด โดยมี นายบุญโย แก้วเชียงหวาง อายุ 67 ปี เจ้าของร้าน เป็นคนขายของให้ หลังจากซื้อของที่ต้องการได้แล้ว นายไทยสานขี่รถเข้าไปในวัดสว่างเชียงหวาง ซึ่งอยู่ติดกับร้านขายของชำ

กดติดตามไลน์ ข่าวสด official account ได้ที่นี่

เพิ่มเพื่อน

ในขณะนั้นยังไม่ใครทราบว่า นายไทยสาน ลงมือฆ่านางวัชราภรณ์ ภรรยา กับน.ส.คชาภรณ์ ลูกสาวคนโตและน.ส.ศศิธร ลูกสาวคนเล็ก รวม 4 ศพในบ้านหลังหนึ่งใน อ.เพ็ญ จ.อุดรธานี และทิ้งจดหมายระบายปัญญาชีวิต เนื่องจากมีหนี้สิน จำนวน 2 ล้าน ที่นำมาส่งให้ลูกเรียนจนจบมหาวิทยาลัย แต่ยังไม่มีงาน ทำให้รายได้น้อยกว่ารายจ่าย ก่อนใช้เชือกผูกคอกับต้นมะม่วงหน้าบ้านกลายเป็น 4 ศพ เหตุเกิดเมื่อเช้าวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา

นายบุญโย เจ้าของร้าน เปิดเผยว่า ตนรู้สึกแปลกใจเหมือนกันที่ นายไทยสานมาซื้อธูปเทียน เพราะปกติไม่เคยเห็นมาซื้อเลย ก็คิดว่าเขาจะนำไปไหว้อะไรสักอย่าง ที่สำคัญตอนที่ตนไปหยิบธูปเพื่อจะไปใส่ถุงหิ้ว แต่ปรากฏว่าอยู่ดีๆ ธูป 6 ดอก ที่อยู่ในซองพลาสติกเดียวกัน จะมีธูปจำนวน 3 ดอกเด้งออกมาจากซอง

ตนพยายามจะใส่กลับคืนไปในซอง แต่ก็ไม่สามารถใส่กลับคืนไปได้ จึงนำธูปทั้ง 6 ดอก วางไว้บนโต๊ะ ก่อนที่ตนจะไปหยิบสินค้าอื่น แล้วก็นำมาใส่ในถุงพลาสติกหิ้ว กับของที่นายไทยสานที่สั่งซื้อ แล้วตนก็นำไปส่งให้กับนายไทยสานที่หน้าร้าน แต่ในตอนนั้นก็ไม่ได้คิดอะไร พอมารู้ภายหลังว่านายไทยสานฆ่าเมียกับลูก การที่เขามาซื้อธูปเทียนไปนั้น เพื่อนำไปขอขมาเมียกับลูกสาวที่เขาฆ่าตาย แต่เหมือนว่าวิญญาณของภรรยาและลูกไม่ต้องการให้ไปขอขมา จึงทำให้ธูปเด้งออกมาจากซองดังกล่าว

นายบุญธรรม มารศรี อายุ 50 ปี ลูกจ้างศูนย์หม่อนไหมเขต 4 จ.อุดรธานี กล่าวว่า ตนกับผู้ตายรู้จักกันมาประมาณ เกือบ 20 ปี และมักจะนั่งกินเหล้าด้วยกัน ซึ่งผู้ตายมักบ่นว่าไม่ค่อยมีเงิน เนื่องจากต้องส่งลูกเรียนหนังสือ ส่วนเรื่องที่ผู้ตายไปยืมเงินที่ไหนหรือเป็นเงินเท่าไร ตนไม่ทราบจำนวนเงิน อีกเรื่องที่ทำให้ผู้ตายเครียด เนื่องจากลูกคนโตเรียนจบแล้วยังไม่มีงานทำ อาจจะเปรียบเทียบกับลูกของตน ที่เรียนจบแล้วก็มีงานทำเลย

ก่อนนี้ในช่วงเวลา 10.00 น.วันที่ 4 ม.ค. ขณะที่ตนกำลังเดินทางไปรับลูกที่ปราจีนบุรี ผู้ตายโทรศัพท์มาหาตน สั่งให้ตนไปหาเขา ซึ่งเสียงที่โทรมานั้นเหมือนว่า เขาร้องไห้สะอื้นอยู่ ลักษณะคล้ายจะเมาเหล้าด้วย แล้วเขาพูดขึ้นมาว่า วันนี้เป็นวันปิตุฆาต หลังจากนั้นตนก็ได้ตัดสายไป ก็ไม่ได้เอะใจอะไร แล้วก็ไม่ได้โทรกลับไปหานายไทยสานอีกเลย จนมาทราบภายหลังว่านายไทยสานฆ่าเมียและลูกแล้วผูกคอตายตาม จึงตกใจมากถึงกับขนลุกเลย

ขณะที่ น.ส.พรวิภา แก้วเชียงหวาง 35 ปี ราษฎรชาวตำบลเชียงหวาง กล่าวว่า เมื่อเย็นวานนี้มีหมอทรงที่สามารถสื่อสารกับวิญญาณได้ เข้ามาในหมู่บ้าน แล้วไปเข้าทรงใกล้กับบ้านที่เกิดเหตุ ก่อนบอกว่ามีวิญญาณเมีย ร้องไห้โวยวายเดินรอบบ้านที่เกิดเหตุ ส่วนวิญญาณสามี นั่งก้มหน้า โดยภรรยาไม่ยอมให้อภัยสามี ทำไมถึงฆ่าลูกด้วย และหลังเที่ยงคืนเมื่อคืนนี้มีสุนัขเห่าหอนหลายตัว ตั้งแต่บ้านของผู้ตายจนถึงวัดทำให้ชาวบ้านในหมู่บ้านรู้สึกกลัวเหมือนกันกับเรื่องที่หมอทรงบอก ถึงแม้ว่าจะมองไม่เห็นก็ตาม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...