"พิมาลัยฯ" เกาะลันตารุก ต่อยอดสู่เวลเนสรีสอร์ต
“พิมาลัย รีสอร์ท” รีสอร์ต 5 ดาวแบรนด์ไทยบนเกาะลันตา รุกผนึกพันธมิตรต่อยอดสู่ “เวลเนสรีสอร์ต” รับเทรนด์นักท่องเที่ยวไทย-เทศใส่ใจเรื่องสุขภาพ ยึดแท่นผู้นำเวลเนสรีสอร์ตบนเกาะลันตา คาดเห็นความชัดเจนได้ในต้นปีหน้า ล่าสุดแตะเบรกลงทุนโครงการใหม่มูลค่า 700 ล้านบาท ที่อ่าวนางไป 2 ปี พร้อมมอนิเตอร์สถานการณ์-หากระแสเงินสดรับมือธุรกิจในปี’64
นางสาวชรินทิพย์ ตียาภรณ์ ผู้จัดการฝ่ายการขายและฝ่ายการตลาด และทายาทเจน 2 พิมาลัย รีสอร์ทแอนด์สปา (Pimalai Resort & Spa) รีสอร์ตแบรนด์ไทย ระดับ 5 ดาว บนเกาะลันตา จ.กระบี่ เปิดเผยว่า หลังจากปิดให้บริการชั่วคราว 3 เดือน พิมาลัยรีสอร์ทฯได้กลับมาเปิดให้บริการอีกครั้งตั้งแต่วันที่ 9 กรกฎาคมที่ผ่านมาพบว่าได้รับการตอบรับจากกลุ่มคนไทยค่อนข้างดี
เริ่มมีอัตราการเข้าพักที่ดีขึ้นจากโครงการ“เราเที่ยวด้วยกัน” ทำให้ชื่อของพิมาลัย รีสอร์ทฯ เป็นที่รับรู้ในกลุ่มของนักท่องเที่ยวคนไทยเพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่กลุ่มเป้าหมายหลักของรีสอร์ตแห่งนี้เป็นนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ ในสัดส่วนถึงราว 95-98% โดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจากอังกฤษ, เยอรมนี, อเมริกา และจีน
ทั้งนี้ เพื่อเป็นการปรับตัวรองรับพฤติกรรมการเดินทางท่องเที่ยวในยุคใหม่ (new norm) ที่ให้ความสำคัญกับเรื่องสุขภาพและความปลอดภัยมากขึ้น พิมาลัย รีสอร์ทฯ จึงมีแผนจับมือกับพันธมิตรในธุรกิจเวลเนส (สุขภาพ) เพื่อต่อยอดและปรับภาพลักษณ์ให้รีสอร์ตแบรนด์ไทยระดับ 5 ดาวแห่งนี้เป็น wellness resort แห่งแรกบนเกาะลันตา จังหวัดกระบี่
“ในยุคก่อนพิมาลัย รีสอร์ทฯ เป็นรีสอร์ตรายแรก ๆ ที่เปิดให้บริการเมื่อ 20 ปีก่อน ด้วยจำนวนห้องพักทั้งหมด 144 ห้องพัก แต่ปัจจุบันนี้มีห้องพักบนเกาะรวมกว่า 10,000 ห้อง เราจึงมองว่าถึงเวลาแล้วที่จะต้องสร้างความแตกต่าง ในเบื้องต้นนี้จะเริ่มต้นการพัฒนาโปรแกรมนวดสปา, โปรแกรมการออกกำลังกาย, โปรแกรมการดูแลสุขภาพ ฯลฯ เพราะนอกจากเราจะให้บริการสปามาเกือบ 20 ปีแล้ว เรายังมีริมปิง ออร์แกนิกฟาร์ม ซึ่งป้อนผักและอาหารออร์แกนิกให้กับตลาดอยู่แล้วนั้นก็สามารถมาต่อยอดให้กับธุรกิจโรงแรมของเราได้ด้วยเช่นกัน”
สำหรับคอนเซ็ปต์ WellnessResort ดังกล่าวนี้ พิมาลัย รีสอร์ทฯจะเน้นเรื่องของการพักผ่อนแบบสุขภาพจิตและสุขภาพใจที่ดีเป็นหลัก (ไม่ใช่ medical center) โดยคาดว่าน่าจะเห็นความชัดเจนได้ในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปี 2564 เป็นต้นไป
นางสาวชรินทิพย์กล่าวต่อไปว่าการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ในช่วงที่ผ่านมา ทำให้กลุ่มพิมาลัย รีสอร์ทฯ ต้องชะลอโครงการลงทุนใหม่มูลค่า700 ล้านบาท บนพื้นที่ 6 ไร่ บริเวณอ่าวนาง จากเดิมทีเดียวกำหนดตอกเสาเข็มวันที่ 9 พฤษภาคมที่ผ่านมาโดยในเบื้องต้นนี้คาดว่าโครงการใหม่นี้น่าจะต้องชะลอไปราว 2 ปี เพื่อประเมินสถานการณ์ของอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวของประเทศไทยอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังต้องประเมินสถานการณ์อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวโดยรวมอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะภาพรวมปี 2564ที่จะถึงนี้ว่าหากประเทศไทยยังไม่เปิดประเทศ และการแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่หยุด จะต้องเตรียมพร้อมในเรื่องกระแสเงินสดเพื่อนำมาประคับประคองธุรกิจให้สามารถเดินหน้าไปได้
“สำหรับปี 2563 นี้ โดยภาพรวมของพิมาลัย รีสอร์ทฯยังพอประคองไหว เนื่องจากตัวเลขอัตราการเข้าพักใน2 เดือนแรก (มกราคม-กุมภาพันธ์ 2563) สูงถึง 90% สูงที่สุดตั้งแต่เปิดให้บริการมา บวกกับนโยบายการลดต้นทุน และโครงการเราเที่ยวด้วยกัน ที่รัฐบาลประกาศต่ออายุไปจนถึงสิ้นเดือนมกราคมปีหน้า ทำให้คนไทยหันมาเดินทางท่องเที่ยวมากขึ้น จึงคาดว่าผลประกอบการสำหรับปี 2563 นี้จะยังพอสำหรับการดำเนินงานในปีนี้” นางสาวชรินทิพย์กล่าว
และว่า พิมาลัย รีสอร์ทฯ ห้องพักราคาตั้งแต่ 7,000-60,000 บาทต่อคืน มีอัตราการเข้าพักโดยเฉลี่ยในช่วงก่อนวิกฤตโควิด-19 ไม่ต่ำกว่า 70% ตลอดทั้งปี โดยกลุ่มเป้าหมายหลักคือนักท่องเที่ยวจากยุโรป อาทิ อังกฤษ ฝรั่งเศส สแกนดิเนเวีย ตามด้วยนักท่องเที่ยวจากภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก เช่น ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี เป็นต้น
“ช่วงนี้เราหันมามุ่งโฟกัสตลาดคนไทยเที่ยวไทย โดยการสื่อสารประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อโซเชียลมีเดียเป็นหลัก รวมทั้งเข้าร่วมโครงการเราเที่ยวด้วยกัน โดยราคาห้องพักเริ่มต้นหลังเข้าร่วมโครงการเริ่มต้นที่ 2,400 บาทต่อคืน และราคาเริ่มต้นในส่วนของวิลล่าอยู่ที่ประมาณ 6,500 บาทเท่านั้น ทำให้ได้รับการตอบรับที่ดีในกลุ่มคนไทย และเริ่มมีอัตราการเข้าพักขยับมาอยู่ที่ประมาณ 20-30% และเชื่อว่าอัตราการเข้าพักเฉลี่ยสำหรับปีนี้น่าจะอยู่ที่ประมาณ 30%” นางสาวชรินทิพย์กล่าว