โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การ์ตูนที่รัก : ดาบพิฆาตอสูร (2) / นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

มติชนสุดสัปดาห์

อัพเดต 20 ก.พ. 2564 เวลา 12.05 น. • เผยแพร่ 21 ก.พ. 2564 เวลา 12.30 น.

 

นายแพทย์ประเสริฐ ผลิตผลการพิมพ์

ดาบพิฆาตอสูร (2)

 

ทันจิโร่ฝึกวิชากับอุโรโกะดาคิ ซากอนจิอยู่หนึ่งปี จึงมาถึงการคัดเลือกครั้งสุดท้าย เหล่านักเรียนปราบอสูรจะต้องเข้าไปปราบอสูรฝูงหนึ่งในหุบเขา ใครรอดชีวิตออกมาจะได้เป็นนักพิฆาตอสูรอย่างเป็นทางการ

ทันจิโร่ใช้ปราณวารีเป็นพลังประจำตัว เขาใช้ดาบที่ซากอนจิให้มาพิฆาตอสูรไปหลายตน นักเรียนที่เข้ามาผ่านการคัดเลือกครั้งสุดท้ายนี้ถูกอสูรกินไปจำนวนหนึ่ง

ทันจิโร่พบอสูรตัวใหญ่มากมีแขนขายั้วเยี้ยเกาะกันกลมเป็นก้อนเนื้อใหญ่น่าทุเรศสายตา มันกินเด็กๆ ไปแล้ว 50 คน มันกินนักเรียนของซากอนจิไปแล้ว 13 คน ที่แท้มันคืออสูรที่ถูกซากอนจิปราบตั้งแต่ยุคเอโดะ

ทันจิโร่ใช้กระบวนท่าปราณวารีกระบวนที่ 1 ซึ่งเป็นขั้นสุดยอดจึงสังหารอสูรน่าเกลียดตนนี้ลงได้

การคัดเลือกครั้งสุดท้ายพัฒนาทันจิโร่ไปอีกขั้นหนึ่ง เขาได้เป็นประจักษ์พยานของพี่น้องอสูรที่กินกันเอง เป็นประจักษ์พยานของความแค้นเคืองที่อสูรมีต่อมนุษย์และจะไม่มีวันเลิกรา

ที่สำคัญคือ เขาไม่พบหนทางช่วยเหลือน้องสาวเนซึโกะให้คืนร่างมนุษย์ได้เลย

เขาทำได้แค่ฆ่าอสูรตรงหน้าที่ไม่ยอมต่อรองอะไรทั้งสิ้น

 

โครงเรื่องปราบปีศาจนอกเหนือจากปีศาจเป็นสัญลักษณ์ของความยากจนแล้ว ที่ใช้ตีความได้เสมอคือเรื่องความเกลียดชัง มิใช่ความเกลียดชังในระดับปกติ แต่เป็นความเกลียดชังในระดับที่ไม่เผาผี ไม่ต่อรอง ไม่ให้อภัย พบหน้าคือฆ่ากันอย่างเดียว เช่นนี้แล้วทางออกอยู่ที่ไหน

เราพบความเกลียดชังลักษณะนี้ทั่วโลก ที่ได้ยินเสมอๆ มักเป็นเรื่องยิวและปาเลสไตน์

แต่มีที่อื่นอีกมาก ข้างบ้านเราในพม่า หรือแม้แต่ในบ้านเราเองที่มีความเกลียดชังอย่างเปิดเผยคงอยู่มานานเกินสิบปีแล้ว

เกลียดชังกันมากพอที่จะทำลายหรือทำให้หายไปเลย

ทันจิโร่ผ่านการคัดเลือก บัดนี้เขาได้รับดาบพิฆาตอสูรประจำตัวชื่อดาบเพลิงสุริยัน

เขาเป็นนักล่าอสูรประจำการ แต่ในใจเขามิได้ต้องการฆ่า

เขาต้องการช่วย

อย่างน้อยก็ช่วยน้องสาวของตัวเองให้พ้นจากสภาพอสูร

คนที่คิดแบบนี้ในสถานการณ์ที่สองฝ่ายจ้องฆ่ากันสถานเดียวย่อมอยู่ลำบากเป็นธรรมดา

ไม่นับว่าเขาสะพายกล่องใส่อสูรน้องสาวขึ้นหลังไปทุกที่อีกต่างหาก

งานแรกเป็นอสูรสามเขาจับหญิงสาวกินไปแล้ว 16 คน ทันจิโร่ใช้ดาบเพลิงสุริยันสีดำและพลังน้ำปราณวารีเข้าต่อสู้โดยมีเนซึโกะคอยคุ้มกันอยู่ด้านข้าง

อสูรสามเขานั้นสามารถแยกเป็นสามร่าง

ร่างหนึ่งเขา ร่างสองเขา และร่างสามเขา

สองตนล่อทันจิโร่ลงบึงน้ำมืดมิดใต้ดิน อีกร่างหนึ่งต่อสู้กับเนซึโกะบนดิน สองพี่น้องเอาชนะอสูรสามเขาได้ในที่สุดและบีบคั้นให้มันบอกที่อยู่ของจอมอสูรที่ฆ่าครอบครัวของทันจิโร่ มันชื่อคิบุซึจิ มุซัน รูปกายภายนอกเป็นชายหนุ่มหน้าตาดีแต่งกายนำสมัยผูกไท้สวมหมวกอยู่เสมอ

การต่อสู้อสูรสามเขาเป็นเพียงการอุ่นเครื่องและย้ำเตือนนักอ่านอีกครั้งหนึ่งว่าอสูรไม่ต่อรอง มันฆ่าสถานเดียวและฆ่าเพื่อกิน เมื่อเราพบศัตรูที่จะไม่มีวันต่อรองและจ้องแต่จะกิน เราจะทำอย่างไร

จะว่าไปนี่เป็นประเด็นร่วมสมัยมากของทุกประเทศทั่วโลก

 

เล่ม 2-3 ทันจิโร่และเนซึโกะพบอสูรสองตนที่คิดสังหารจอมอสูรมุซันเช่นเดียวกัน “พี่สาว” ชื่อทามาโยะ มีความรู้ด้านการแพทย์ “น้องชาย” ชื่อยูชิโร่ หลงใหลและหวงแหนพี่สาวออกนอกหน้า พี่น้องสองคู่สี่คนปะทะอสูรสองตนในกลุ่ม 12 จันทราอสูร ตัวเมียชื่อสึซามารุ ใช้ลูกบอลเป็นอาวุธ ตัวผู้ชื่อยาฮาบะ ใช้ลูกศรเป็นอาวุธ ช่างเป็นมังงะที่มีชื่อตัวละครมากมายและลายเส้นอ่านยากเสียจริงๆ

บางกรอบเพ่งอ่านอย่างพินิจพิเคราะห์จึงพอจะเข้าใจ

เนซึโกะไม่ทันระวังเตะสวนลูกบอลที่สึซามารุเตะมา ขาของเธอจึงขาดไปในทันใด ทามาโยะรีบฉีดยาช่วยเหลือ ข้างทันจิโร่ต่อสู้กับยาฮาบะนานสองนานก็ทำอะไรมันมิได้ เพราะทุกครั้งที่ฟันดาบไปลูกศรของมันก็เลี้ยวตามแรงเหวี่ยงของดาบก่อนที่จะวกมาหมายทิ่มแทงทันจิโร่

ทันจิโร่ใช้ดาบเพลิงสุริยันร่ายรำปราณวารีกระบวนท่าวังน้ำวน ลูกศรของยาฮาบะถึงกับหมุนรอบตัวมันเองตัดหัวมันขาด แต่ลูกศรนับสิบยังไม่สิ้นฤทธิ์

ทันจิโร่ปล่อยกระบวนท่าอย่างต่อเนื่อง คลื่นน้ำ กังหันน้ำ สายน้ำตก กระแสน้ำวน หยาดน้ำค้าง และดาบผ่าวารี จนกระทั่งลูกศรหักล้างกันเองหมดสิ้น เชื่อแล้วว่าเมื่อสร้างเป็นอะนิเมะน่าจะสนุกมากขึ้นมาก

ข้างเนซึโกะหลังฟื้นฟูขางอกออกมาใหม่ได้ เธอสามารถเตะบอลสู้กับสึซามารุ ทามาโยะเห็นว่าปล่อยให้ยืดเยื้อจะไม่ได้การจึงหลอกล่อให้นังปีศาจลูกบอลพูดชื่อจอมอสูรมุซันออกจากปาก เพียงเอ่ยนามของมัน คำสาปที่มันฝังไว้ในตัวอสูรก็ทำงานแยกร่างสึซามารุออกเป็นชิ้นๆ

นี่คือมาตรการที่จอมอสูรใช้ควบคุมบริวารชั้นในมิให้ทรยศ ปรากฏว่าปีศาจลูกบอลและปีศาจลูกศรมิใช่ 12 จันทราอสูร ของแท้ยังไม่มา!

มาตรการของผู้นำสูงสุดก็มักจะเป็นเช่นนี้จริงๆ การเอ่ยนาม หรือบางวัฒนธรรมแม้กระทั่งการเผยแพร่รูปก็เป็นข้อห้าม เมื่อไม่มีรูปและไม่มีนามเสียแล้ว จะเจรจาต่อรองอย่างไรก็ทำได้ยาก

หากจำกันได้ ในหนังสือการ์ตูนรวมเรื่องสั้นของ Gotouge Koyoharu เรื่องที่หนึ่ง “นักล่านักล่า” ปรากฏตัวสองอสูร ยูชิโร่และทามาโยะมาก่อนแล้ว

 

เล่ม 3-4 พักรบเพื่อให้โทนของเรื่องเบาลงบ้าง อ่านไปก็พบว่าเบามากถึงระดับบ๊องๆ เล็กน้อย เป็นการเปิดตัวผู้ช่วยพระเอกสองคน คนหนึ่งคืออางาซึมะ เซนอิทสึ อีกคนหนึ่งคือฮาชิบิระ อิโนสุเกะ เพิ่มมาอีกสองชื่อ แต่ก็จะเป็นตัวละครสำคัญมากในเวลาต่อไป จึงต้องอดทนเพ่งดูตัวหนังสือขนาดจิ๋วและมุขตลกเพื่อทำความรู้จักโรคประสาทของคนทั้งสอง

เซนอิทสึ น่าจะป่วยด้วยโรค Sleep Disorder อะไรสักอย่าง เขาเซ่อซ่า ขี้โวยวาย ขี้กลัวและไม่เอาไหนได้ตลอดเวลาจนกว่าเหตุการณ์จะคับขันถึงที่สุดเมื่อเขาหมดสติไปอย่างฉับพลันทันใด แล้วเข้าสู่สภาวะฌาน-trance state มีพลังปราบอสูรอันน่ามหัศจรรย์

อิโนสุเกะ น่าจะเป็น Post-traumatic Stress Disorder (PTSD) ได้รับความบอบช้ำมามาก ต้องใส่ชุดและหน้ากากหมูป่าเพื่อปิดบังตัวตนและแสดงความกร่างอยู่เสมอๆ แต่ก็สามารถสติแตกได้ทุกเมื่อเมื่อมีเหตุกระตุ้น หน้ากากหมูป่าเป็นตัวตนภายนอก-external self ช่วยให้เขากลับคืนได้

ผ่านไป 4 เล่ม ทันจิโร่มิได้อยู่โดดเดี่ยว ที่แท้โลกแบ่งออกเป็นสองค่าย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...