หมอทวีศิลป์ ห่วงเด็กนักเรียนชุมนุม ชี้แม้มีเสรีภาพแต่ต้องปกป้องตัวเองเสมอ
หมอทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. ห่วงเด็กนักเรียนชุมนุม ชี้แม้มีเสรีภาพแต่ต้องปกป้องตัวเองเสมอ ดังนั้นหน้ากากและการปฏิบัติตัว 5 ด้านต้องทำตลอด
เมื่อเวลา 18.30 น. วันที่ 19 ส.ค. นพ.สุวรรณชัย วัฒนายิ่งเจริญชัย อธิบดีกรมควบคุมโรค (คร.) กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) พร้อมด้วยรศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลรามาธิบดี นพ.ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศบค. แถลงข่าวถึงกรณีกระแสข่าวทางโซเชียลมีเดียพบหญิงไทยตรวจสุขภาพแล้วเจอสารพันธุกรรมเชื้อไวรัสโควิด-19 ที รพ.รามาธิบดี ซึ่งเคยรับการกักตัวจนครบ 14 วันมาแล้วว่า
เกาะติดข่าว กดติดตามไลน์ ข่าวสด
การตรวจพบสารพันธุกรรมมี 2 ราย เป็นเพศหญิงทั้ง 2 คน ซึ่งมารับการตรวจสุขภาพและตรวจหาเชื้อโควิด-19 เพื่อขอใบรับรองแพทย์เดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยรายแรกอายุ 34 ปี พบว่า เคยทำงานที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กลับถึงไทยวันที่ 2 มิ.ย. แต่ไม่มีอาการใดๆ เข้ารับการกักตัว 14 วัน ซึ่งการตรวจหาโควิดครั้งที่ 1 เมื่อวันที่ 5 มิ.ย. พบสารพันธุกรรมปริมาณน้อย สรุปผลของการตรวจครั้งแรกใช้คำว่า ผลกำกวม และครั้งที่ 2 วันที่ 13 มิ.ย. ผลไม่พบเชื้อ
"รายแรกนี้เมื่อกักตัวครบ 14 วัน ได้รับอนุญาตให้กลับภูมิลำเนา จ.ชัยภูมิ ทำการพักแยกตัวจนครบ 30 วันตามมาตรฐาน และวันที่ 17 ส.ค. เข้ารับการตรวจสุขภาพเพื่อหาเชื้อโควิด-19 ในการเตรียมไปทำงานต่างประเทศที่ รพ.รามาธิบดี ผลออกมาวันที่ 18 ส.ค. พบสารพันธุกรรมในปริมาณน้อย จึงมีการเจาะเลือดตรวจพบมีภูมิคุ้มกันแล้ว โดยสรุปรายนี้เป็นผู้ติดเชื้อรายเดิม ที่มีการตรวจพบซากเชื้อ ไม่มีความสามารถในการแพร่โรค" นพ.สุวรรณชัยกล่าว
นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ส่วนรายที่ 2 อายุ 35 ปี กลับจากทำงานสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์เช่นกัน เดินทางถึงไทยวันที่ 24 มิ.ย. เข้ากักตัวตามกำหนด 14 วัน ตรวจเชื้อทั้ง 2 ครั้ง ไม่พบเชื้อ จึงให้กลับภูมิลำเนาจ.เลย และวันที่ 16 ส.ค. เดินทางเข้า กทม. โดยรถยนต์ส่วนตัว เพื่อตรวจสุขภาพเตรียมตัวเดินทางไปทำงานต่างประเทศ โดยวันที่ 18 ส.ค. เข้ารับการตรวจและพบสารพันธุกรรม ขณะนี้รพ.รามาธิบดี ติดตามนำตัวมาไว้ดูแลที่ รพ.แล้ว เนื่องจากเพิ่งรับเข้ามารพ. จึงต้องตรวจสอบเพิ่มเติมถึงผลการตรวจขณะที่อยู่ในสเตทควอรันธีน และต้องตรวจสอบด้วยกระบวนการเดียวกับรายแรก ในการตรวจภูมิคุ้มกัน ตรวจทางห้องปฏิบัติการ และหาข้อสรุปอีกครั้ง ผลเป็นอย่างไรจะแจ้งให้ทราบต่อไป
อย่างไรก็ตาม สธ.เมื่อรับรายงาน ก็ให้ทีมสอบสวนควบคุมโรค สอบสวนเบื้องต้นให้ได้ประวัติเสี่ยง ผู้อยู่ใกล้ชิด 2 รายนี้ และประสานหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่เพื่อติดตามผู้ใกล้ชิดในครอบครัว ชุมชน และแนะนำให้เฝ้าระวังอาการด้วยเช่นกัน ว่ามีใครไม่สบายหรือไม่
ทั้งนี้ จากข้อมูลระบาดวิทยา คาดว่าเป็นการติดเชื้อในประเทศได้น้อยมาก เพราะเราไม่มีรายงานผู้ติดเชื้อในประเทศมา 80 กว่าวัน เราตรวจเชิงรุกในชุมชน ในพื้นที่ หรือในเหตุการณ์ เช่น กรณีระยอง กทม. กระบี่ หรือบริเวณชายแดนสระแก้ว ผลทั้งหมดเป็นลบ และผู้ติดเชื้อส่วนใหญ่เป็นคนเดินทางเข้ามาและอยู่ในสถานกักกัน เกือบ 7 หมื่นรายที่เราตรวจ พบ 400 กว่าราย หมายความว่าโอกาสติดเชื้อในประเทศจึงน้อย แต่มาตรการจึงกำหนดว่าต้องตรวจสอบและสอบสวนโรคอยู่ รพ.รามาธิบดีจึงรับคนที่มาตรวจแม้จะในปริมาณน้อยในรายที่ 2 ไว้ใน รพ.เพื่อแยกเพื่อความปลอดภัย และคงตรวจเพิ่มเติม เช่น ภูมิคุ้มกันและอื่นๆ เพื่อพิสูจน์ทราบเหมือนรายที่ 1
รศ.นพ.สุรศักดิ์ กล่าวว่า ผู้ป่วยที่รับไว้อาจจะอยู่ใน รพ. 1-2 สัปดาห์ ขึ้นกับผลการตรวจสอบว่า ออกมาแบบใด อย่างไรก็ตาม จากที่ข่าวออกมา รพ.ได้ประสานกรมควบคุมโรค เพราะเป็นประเด็นอ่อนไหว ข่าวหลายๆ อย่างที่เราไม่ตอบ เพราะต้องการข้อมูลที่ชัดเจน ซึ่งกรณีนี้เราใช้เวลาไม่นานในการตรวจสอบเพื่อสร้างความกระจ่าง และลดความตระหนกของประชาชน
นพ.โสภณ เอี่ยมศิริถาวร ผู้อำนวยการกองโรคติดต่อทั่วไป กรมควบคุมโรค กล่าวว่า ศูนย์ป้องกันควบคุมโรคสหรัฐอเมริกา รายงานผลการศึกษาเมื่อวันที่ 16 ส.ค. ที่ผานมาว่า มีความเป็นไปได้ที่จะพบโควิด-19 ที่ไม่ก่อให้เกิดโรคหรือซากเชื้อในคนที่ได้รับการวินิจฉัยได้นานถึง 3 เดือน เพราะในไทยเองก็เคยเจอเคสเช่นนี้ โดยตั้งแต่ม.ค. มีผู้ติดเชื้ออยู่ในรพ.นาน 2 เดือนกว่า เพราะเรายังไม่มีความรู้มากพอ ก็รอจนตรวจไม่พบเชื้อแล้วให้กลับบ้านได้ แต่ปัจจุบันหลังเจอเชื้อ 8 วันไปแล้ว เมื่อนำไปตรวจการเพาะเชื้อแล้วก็ว่าเพาะเชื้อขึ้น คือ ไม่สามารถแพร่เชื้อได้
ผศ.นพ.ชนเมธ เตชะแนศิริ รองผอ.รพ.รามาธิบดี กล่าวว่า กรณีรายที่ 2 เราได้แยกออกจากคนอื่น เพื่อเฝ้าระวังสังเกตอาการเฉยๆ ยังไม่มีการให้ยา เนื่องจากยังไม่มีอาการ ยังสบายดี และอยู่ระหว่างวสอบสวนเพิ่มเติม
เมื่อถามว่าต้องลงไปตรวจเชิงรุกในพื้นที่เหมือนกรณีอื่นๆ หรือไม่ นพ.สุวรรณชัยกล่าวว่า ยังไม่ถึงขั้นต้องตรวจเชิงรุกในพื้นที่ แต่ขอให้ทุกคนในสังคมการ์ดอย่าตก โอกาสแพร่เชื้อระหว่างกันจะน้อย และยังต้องล่างมือ เว้นระยะห่างให้เหมาะสม
นพ.ทวีศิลป์ กล่าวว่า ประเด็นข่าวลือและข่าวปลอมจะกลับมา จึงขอให้ระวังในการรับข้อมูล และขอให้ทุกคนไม่ประมาท โดยผอ.ศบค.ห่วงใยในกรณีนี้ และให้รายงานตลอด ดังนั้นการชุมนุมของน้องๆ และเด็กที่ต้องอยู่ใกล้ชิดกัน แม้มีเสรีในการชุมนม แต่ยังไงก็ต้องปกป้องตัวเองด้วยเสมอ ดังนั้นหน้ากากและการปฏิบัติตัว 5 ด้านต้องทำตลอด