โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เช็กอาการคนท้อง 1-4 สัปดาห์แรก พร้อมการรับมือ #อาการแบบนี้ท้องไม่ท้อง

Wongnai

เผยแพร่ 16 ต.ค. 2564 เวลา 13.00 น. • Beauty Editor

 

 

เคยเห็นในละครเวลาคนตั้งท้องมักจะอยากกินของเปรี้ยว แถมประจำเดือนก็ขาดอีกแบบนี้ต้องท้องแน่! ใครที่มีอาการแบบนี้อยู่ต้องใจเย็นไว้ค่ะทุกคนและไม่ต้องวิตกกังวลแต่อย่างใด เพราะอาการคนท้องไม่ได้มีแค่สองอย่างนี้เท่านั้นนะ ต้องมีอาการอย่างอื่นร่วมด้วยค่ะ วันนี้ Wongnai Beauty พามาเช็กอาการคนท้อง 1-4 สัปดาห์แรก แท้จริงคนท้องเค้ามีอาการยังไงกันบ้าง พร้อมบอกวิธีการรับมือสำหรับคุณแม่มือใหม่ มาดูกันดีกว่าว่า #อาการแบบนี้ท้องไม่ท้อง 

 

เช็กให้ชัวร์! อาการคนท้อง 1-2 สัปดาห์แรกมีอะไรบ้าง

 

 

คุณแม่มือใหม่อาจจะยังไม่รู้ตัว แท้จริงแล้วเรากำลังตั้งท้องอยู่มั้ยนะ? แน่นอนว่าอาการของคนท้องในระยะเริ่มต้นประมาณ 1-2 สัปดาห์แรกจะมีอาการยังไม่ค่อยชัดเจนเท่าไร แต่มีอาการที่พอจะสังเกตได้ ดังนี้ค่ะ

ประจำเดือนขาด : เป็นที่รู้กันว่าเกิดประจำเดือนขาดเมื่อไร เป็นอันต้องกังวลเป็นแน่ ส่วนใหญ่แล้วถ้าผ่านการมีเพศสัมพันธ์แล้วประจำเดือนเกิดขาดหายไปนานเกินกว่า 10 วันอาจจะเป็นสัญญาณแรกที่บอกว่ากำลังตั้งครรภ์ แต่ก็ไม่แน่เสมอไปนะคะเพราะบางทีอาจจะเกิดจากความผิดปกติภายในร่างกาย เช่น ความเครียด หรือโรคเกี่ยวกับรังไข่ เป็นต้น

เต้านมและหัวนมมีการเปลี่ยนแปลง : หลังประจำเดือนขาด 1 อาทิตย์ อาการต่อมาก็เริ่มเจ็บแปลบที่หัวนมจะรู้สึกได้เมื่อสัมผัสโดนเสื้อชั้นใน เริ่มมีปุ่มเล็ก ๆ มากมายเกิดขึ้นบริเวณรอบหัวนมหรือเกิดอาการคัดเต้านม รวมถึงมีเส้นเลือดบริเวณเต้านมนูนขึ้นมาและมีสีเข้มขึ้น ซึ่งอาการเหล่านี้จะหายไปหลังการตั้งครรภ์ 3 เดือนค่ะ

มีตกขาว (ไม่เป็นอันตราย) : สาว ๆ ที่กำลังเริ่มตั้งครรภ์ส่งผลให้ฮอร์โมนมีการเปลี่ยนแปลง อาจจะทำให้เกิดการตกขาวมากขึ้น ไม่ต้องตกใจไปค่ะ ลักษณะของตกขาวโดยทั่วไปที่ไม่เป็นอันตราย ก็จะเป็นของเหลวลักษณะเป็นมูกมีสีขาวขุ่นหรือสีครีม ถือว่าเป็นปกติ สิ่งสำคัญเลยต้องรักษาความสะอาดให้มากขึ้น แต่ถ้าเกิดมีการตกขาวสีเขียว สีเหลืองรวมถึงมีอาการคันร่วมด้วย ถ้ามีอาการเหล่านี้เกิดขึ้นสาว ๆ ต้องรีบไปปรึกษาแพทย์เพื่อตรวจดูนะคะ

ปัสสาวะบ่อยกว่าปกติ : อีกหนึ่งสัญญาณที่บอกได้ว่าเริ่มเป็นคุณแม่มือใหม่นั่นคืออาการลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อย ๆ นั่นเองค่ะ ด้วยความที่ตั้งครรภ์ใหม่ 1-2 สัปดาห์แรก ร่างกายจะสร้างของเหลวขึ้นมามากขึ้น ส่งผลให้ปัสสาวะบ่อย อาการแบบนี้จะเป็นอีกทีในช่วงใกล้คลอดค่ะ

มีไข้ต่ำตอนเย็น : หากคุณแม่มือใหม่รู้สึกไม่สบายตัวเหมือนจะมีไข้ อาการนี้ไม่ถือว่าผิดปกติค่ะ เพียงแต่ต้องดื่มเยอะ ๆ และพักผ่อนให้เพียงพอ อาการก็จะดีขึ้นเอง

ปวดหลัง : ปวดหลังอย่างไม่เคยเป็นมาก่อนโดยจะปวดบริเวณหลังล่าง ร่วมถึงมีตะคริวร่วมด้วย ซึงมีสาเหตุมาจากการขยายตัวของกล้ามเนื้อหลังส่วนกลาง แนะนำว่าให้ปรับท่านอน นอนตะแคงหรือใช้หมอนข้างสำหรับรองขา หากปวดจนทนไม่ไหว ไม่ควรซื้อยากินเองนะคะ ให้รีบพบแพทย์จะดีที่สุดค่ะ

อาการคนท้อง ที่เพิ่มมาใน 2-4 สัปดาห์

 

 

 

ท้องผูกหรือท้องอืดมากกว่าปกติ : รู้สึกไม่สบายท้องก็เป็นอีกหนึ่งอาการของคนท้อง เป็นผลมาจากการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเพื่อเข้าสู่สภาวะการตั้งครรภ์ จะมีอาการอาหารย่อยยาก ย่อยได้ช้าลง มีลมในกระเพาะมาก แนะนำให้รับประทานอาหารที่มีเส้นใยสูงก็จะช่วยได้ค่ะ

เมื่อยล้าอ่อนเพลียง่าย และรู้สึกหายใจถี่ : จะรู้สึกเหนื่อยง่ายในขณะทำงาน ต้องใช้แรงอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ช่วงนี้ก็อาจจะลดกิจกรรมระหว่างวันไปก่อน ควรทานอาหารและพักผ่อนให้เพียงพอ

อยากกินของเปรี้ยวหรืออยากกินของแปลก ๆ : หนึ่งในอาการคลาสสิกที่คนท้องมี บางคนอยากอาหารที่มีรสเปรี้ยวมากขึ้นหรืออยากกินของแปลกโดยบอกไม่ได้ว่าทำไมถึงอยากกิน ทั้งนี้เป็นเพราะฮอร์โมนคนท้องนั่นเองค่ะ

อารมณ์แปรปรวนหงุดหงิดง่าย : เป็นอาการที่กำลังเข้าสู่ช่วงสภาวะตั้งครรภ์ระยะแรก เมื่อผ่านพ้นระยะนี้ไปก็จะกลับสู่สภาวะปกติ ดังนั้นให้คุณแม่มือใหม่หากิจกรรมที่ผ่อนคลายทำ ก็จะให้ทั้งคนใกล้ตัวและคุณแม่เครียดลดลงค่ะ

ไวต่อกลิ่น : อาการนี้เรียกว่า "Super Smell" จะมีสัมผัสที่ไวต่อกลิ่นเป็นพิเศษ กลิ่นน้ำหอมที่เคยหอมอาจจะเหม็นเอาได้และจะทำให้เกิดอาการคลื่นไส้ อาเจียนตามมาด้วยค่ะ

ความต้องการทางเพศเปลี่ยนไป : บางรายอาจจะมีความต้องการทางเพศลดลง หรือบางรายอาจจะเพิ่มขึ้น จะเริ่มกลับเข้าสู่สภาวะปกติ เมื่อเข้าสู่การตั้งครรภ์ในไตรมาสที่สอง

 

 

 

วิธีการดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์
เมื่อสังเกตอาการเรียบร้อยแล้ว หากรู้ว่าตัวเองเข้าข่ายเป็นคุณแม่มือใหม่ อาจจะยังงง ๆ ทำอะไรไม่ถูก ไม่ต้องตกใจไปค่ะ วันนี้เราจะมีวิธีการรับมือและดูแลตัวเองเมื่อรู้ว่าตั้งครรภ์กันมาฝากกันด้วย มาดูกันดีกว่าคนท้องต้องทำอะไรบ้างก่อน-หลัง

  • เริ่มแรกเลยต้องไปฝากครรภ์ในโรงพยาบาลหรือสถานีอนามัยใกล้บ้านก่อนค่ะ และไปตามหมอนัดทุกครั้ง
  • คุณแม่มือใหม่ต้องศึกษาข้อมูลต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องและจำเป็นอะไรที่ควรกิน ไม่ควรกิน ทานอาหารบำรุงท้อง
  • เตรียมลิสต์รายชื่อสิ่งของที่จำเป็นไว้ล่วงหน้า เพื่อเวลาเกิดเหตุฉุกเฉินสามารถเตรียมตัวได้ทันที
  • อันนี้สำคัญมากต้องดูแลรักษาสุขภาพร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ กินอาหารที่มีประโยชน์
  • อย่าลืมออกกำลังกายตามแพทย์แนะนำ ให้สุขภาพร่างกายแข็งแรง

 

 

 

อาหารที่มีประโยชน์สำหรับคนตั้งครรภ์
แน่นอนว่าสิ่งที่คุณแม่มือใหม่ต้องให้ความสำคัญเป็นอันดับแรกก็คืออาหารนั่นเองค่ะ ต้องเลือกกินเป็นพิเศษเพราะอาหารเป็นประโยชน์ต่อทั้งตัวคุณแม่เองและเจ้าตัวน้อยในท้อง เป็นส่วนช่วยที่สำคัญในการเจริญเติบโตและพัฒนาการ อีกทั้งยังช่วยบำรุงให้คุณแม่แข็งแรงอีกด้วย เรามาดูกันดีกว่าว่าอาหารที่มีประโยชน์กับคุณแม่มือใหม่มีอะไรบ้าง

โยเกิร์ตไขมันต่ำ : ช่วยเรื่องการขับถ่าย สารอาหารในโยเกิร์ตจะช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้คุณแม่และลูก ควรเป็นโยเกิร์ตไขมันต่ำ

อาหารที่มีโปรตีน : โปรตีนดีจำพวก เนื้อสัตว์ติดมัน เนื้อไก่ ไข่ และอาหารทะเล จะช่วยเสริมกล้ามเนื้อและป้องกันเชื้อโรคที่จะเข้าสู่ร่างกาย

อาหารมีธาตุเหล็ก : จำเป็นมากค่ะคุณแม่ที่ตั้งครรภ์อ่อน ๆ ช่วยป้องกันโรคโลหิตจางได้เป็นอย่างดี พบได้ในจากตับ เลือด เนื้อสัตว์ ไข่แดง ผักที่มีสีเขียวเข้มและขนมปังโฮลวีต

ผักและสมุนไพร : สมุนไพรมีหลายชนิดมีสรรพคุณช่วยบำรุงคุณแม่มือใหม่ อย่างมะนาว ขิง ช่วยลดอาการคลื่นไส้ แพ้ท้อง หรือกระเทียมที่มีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือดและลดความดันโลหิตได้

ผักและผลไม้ : ขาดไม่ได้เลยสำหรับผักและผลไม้ เพราะมีวิตามินและแร่ธาตุที่จำเป็นต่อร่างกาย ช่วยการบำรุงครรภ์และช่วยในการเจริญเติบโตของลูกน้อย ผลไม้ที่แนะนำจำพวก มะม่วง มะละกอ แอปเปิ้ล ส้ม ส่วนผักควรเป็นผักใบเขียว สามารนำไปปรุงเป็นอาหารหรือคั้นออกมาเป็นผักผลไม้ ควรกินผักผลไม้อย่างน้อย 3-5 ชนิด

เมล็ดฟักทอง : ในเมล็ดฟักทองมีธาตุเหล็กเยอะ ซึ่งเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อคุณแม่ตั้งครรภ์ คุณแม่ตั้งครรภ์สัปดาห์ที่ 20 เป็นต้นไปต้องการเสริมธาตุเหล็กเยอะเป็นพิเศษ

พริกแดง : ประกอบด้วยวิตามินซีที่จำเป็นต่อการเจริญเติบโตและช่วยซ่อมแซมเนื้อเยื่อ เสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกัน รวมถึงช่วยดูดซับธาตุเหล็กจากอาหารที่คุณแม่ทานเข้าไปอีกด้วย คุณแม่คนไหนอยากผิวดีพริกแดงสามารถช่วยได้ค่ะ

ปลาซาร์ดีน : คนท้องให้กินปลา ในปลาซาร์ดีนนั้นมีวิตามินดีที่จะช่วยเสริมสร้างแคลเซียมในกระดูกซึ่งจำเป็นมากต่อพัฒนาการของเจ้าตัวเล็ก หากทานวิตามินดีไม่มากพอ จะทำให้กระดูกและฟันของลูกน้อยไม่แข็งแรง

ดื่มน้ำเปล่าเยอะ ๆ : แน่นอนว่าน้ำเปล่าเป็นสิ่งสำคัญ คุณแม่ตั้งท้องควรดื่มน้ำเปล่า 8-12 แก้วต่อวัน จะช่วยป้องกันภาวะขาดน้ำไปจนถึงความไม่สบายตัวที่เกิดขึ้น อาจจะต้องทนลุกไปเข้าห้องน้ำบ่อยหน่อย

อาหารครบ 5 หมู่ : สำคัญที่สุดคือการกินอาหารให้ครบทั้ง 5 หมู่ แบ่งปริมาณในการกินแต่ละมื้อให้พอดี กินให้ครบมื้อแต่ต้องไม่ให้อิ่มจนเกินไปที่สำคัญต้องระวังการกินเป็นอย่างมาก พยายามอย่ากินตามใจตัวเอง ไม่งั้นจะเสี่ยงกับภาวะกรดไหลย้อนเอาได้ค่ะ

 

 

คำถามที่พบบ่อย สำหรับคนที่คิดว่าตัวเองตั้งครรภ์

Q : ประจำเดือนขาดกี่วันถึงมีโอกาสตั้งท้อง ?

A : โดยประมาณ 10-14 วันหลังรอบเดือน อย่างแรกต้องรู้ก่อนว่าประจำเดือนเรามาตรงรอบมั้ย ปกติผู้หญิงจะมีรอบเดือน 28 วัน/ 1 รอบ ซึ่งไข่จะตกประมาณวันที่ 14 หากเรามีเพศสัมพันธ์ก่อนหน้านั้นไป 3 วัน โอกาสท้องจะมีสูงมาก หากไม่มีการตั้งครรภ์ ประจำเดือนจะมาในอีก 14 วันค่ะ ทั้งนี้ที่ประจำเดือนอาจจะเกิดจากฮอร์โมนแปรปรวนก็เป็นได้ค่ะ

Q : เมื่อไหร่ถึงจะตรวจได้ว่าท้อง ?

A : ถ้าต้องการตรวจด้วยการเจาะเลือด ให้ตรวจหลังมีเพศสัมพันธ์ 15 วัน หากต้องการตรวจด้วยชุดตรวจปัสสาวะ ให้ตรวจหลังมีเพศสัมพันธ์ 20 วันเป็นต้นไปค่ะ

Q : หากตรวจด้วยชุดตรวจปัสสาวะตรวจเวลาไหน เห็นผลชัดที่สุด ?

A : ควรใช้ปัสสาวะตอนเช้าหลังตื่นนอน เพราะปัสสาวะแรกจะมีฮอร์โมนการตั้งครรภ์ที่เข้มข้นที่สุด

Q : ตรวจครรภ์กี่ขีด ถึงบอกว่าท้อง ?

A : หากตรวจแล้วขึ้น 1 ขีด หมายถึงยังไม่ตั้งครรภ์ หรืออาจจะตั้งครรภ์แต่ยังตรวจไม่พบ หากตรวจแล้วขึ้น 2 ขีด หรือ 2 ขีดจาง ๆ หมายถึงได้ผลบวก น่าจะมีการตั้งครรภ์เกิดขึ้น

เป็นอย่างไรบ้างคะ สำหรับวิธีเช็กอาการคนท้อง อ่านจบแล้วพอจะรู้ได้เบื้องต้นว่า #อาการแบบนี้ท้องไม่ท้อง แต่เพื่อความชัวร์แนะนำให้ซื้อที่ตรวจครรภ์หรือไปพบแพทย์จะดีที่สุดค่ะ ระหว่างนี้เมื่อรู้ตัวแล้วว่าเป็นคุณแม่มือใหม่แล้วต้องดูแลตัวเองเป็นพิเศษเลย เพราะการตั้งท้องในช่วง 1-4 สัปดาห์แรก ถือว่าเป็นท้องอ่อน ๆ เจ้าตัวเล็กในร่างกายยังไม่แข็งแรงดีนัก ดังนั้นต้องคอยระวังเป็นพิเศษและดูแลตัวเองให้แข็งแรงอยู่เสมอด้วย

 

ตามมาอ่านบทความอื่น ๆ ที่น่าสนใจได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...