โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

วิธีรับมือ ‘ดิจิทัล ดิสรัปชัน’ เมื่อการเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งที่ต้านไม่ได้

The Bangkok Insight

อัพเดต 22 ต.ค. 2566 เวลา 04.42 น. • เผยแพร่ 22 ต.ค. 2566 เวลา 04.42 น. • The Bangkok Insight

ในยุคปัจจุบันมีเทคโนโลยีเข้ามามีบทบาทสำคัญ จนส่งผลให้หลากหลายธุรกิจต้องเร่งปรับตัวให้เหมาะสมกับวิถีชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปนี้ ซึ่งธุรกิจหรือองค์กรที่ปรับตัวไม่ทันอาจต้องเผชิญเข้ากับวิกฤต ดิจิทัล ดิสรัปชัน อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

OPEN-TEC ศูนย์รวมองค์ความรู้ด้านเทคโนโลยี (Tech Knowledge Sharing Platform) ภายใต้การดูแลของ TCC Technology Group ได้หยิบยกส่วนหนึ่งของบทสัมภาษณ์จากผู้ทรงคุณวุฒิ ที่มาร่วมแบ่งบันประสบการณ์และแนวทางการรับมือกับการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ในรายการ open talk มาแบ่งปัน

ดิจิทัล ดิสรัปชัน

นายปฐม อินทโรดม กรรมการ สภาดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมแห่งประเทศไทย ได้กล่าวไว้ในรายการ open talk EP.21 : แนวโน้มดิจิทัลเขย่าโลก ว่า เทคโนโลยีเป็นสิ่งที่เปลี่ยนแปลงโลกได้อย่างแน่นอน อยู่ที่เราว่าจะเปลี่ยนแปลงให้ดีขึ้นหรือแย่ลง ซึ่งผลกระทบย่อมมีอยู่เสมอ

ดังนั้น หน้าที่ของเรา คือ ต้องช่วยกันลดช่องว่างและปรับตัวเข้าสู่ดิจิทัลจริงจังมากขึ้น ท้ายที่สุดนี้ ผมอยากเห็นคนไทยมีความสามารถในการใช้ประโยชน์จากสิ่งที่ตัวเองมีอยู่ แล้วเอาเทคโนโลยีมาต่อยอด อย่าหยุดเรียนรู้ แล้วเราจะอยู่รอดในอนาคต

ดิจิทัล ดิสรัปชัน (Digital Disruption) เป็นปรากฏการณ์ที่ขับเคลื่อนโดยพฤติกรรมการใช้เทคโนโลยีของผู้คนที่เกิดขึ้นมาในปัจจุบันอย่างรวดเร็ว ดังนั้นเทคโนโลยีที่มีความใหม่ ควรมีการนำไปใช้อย่าง มีวิจารณญาณ และต้องมีการศึกษาค้นคว้า

ปฐม อินทโรดม

นอกจากนี้ ยังต้องเตรียมพร้อมรับมือกับอุปสรรคที่อาจจะเกิดขึ้นจากการที่ถูกดิสรัป การวางแผนกลยุทธ์ให้สอดรับกับการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น จะช่วยให้การบริหารจัดการประสบความสำเร็จ ไปสู่เป้าประสงค์ที่วางไว้

จากการเข้ามาของเทคโนโลยีดิจิทัล ส่งผลให้ปัจจุบันวิถีชีวิตของคนเรา เปลี่ยนแปลงไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง ด้วยความเข้าถึงที่สะดวกสบายและรวดเร็ว แค่สมาร์ทโฟนเพียงหนึ่งเครื่องการจัดการกับกิจวัตรประจำวันจึงกลายเป็นเรื่องง่ายแค่ปลายนิ้วสัมผัส ซึ่งนับได้ว่าเป็นยุค Mobile First หรือยุคที่สมาร์ทโฟนกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตเลยก็ว่าได้

หลายคนคงปฏิเสธไม่ได้ว่า สิ่งแรกที่ทำเมื่อตื่นนอนตอนเช้าคือ การหยิบสมาร์ทโฟนขึ้นมาเพื่อเช็กข้อความจากช่องทางต่าง ๆ เสพข่าวบนโซเซียลมีเดีย การดูหนังฟังเพลง การชอปปิ้ง การจองที่พักและเที่ยวบิน ไม่เว้นแต่การทำธุรกรรมทางออนไลน์

จะเห็นได้ว่ามีการใช้เทคโนโลยีและอุปกรณ์ดิจิทัลในการทำกิจวัตรประจำวันอย่างมหาศาล ซึ่งสิ่งเหล่านี้ส่งผลให้องค์กรและธุรกิจต่างๆ ต้องเร่งปรับตัว เร่งพัฒนาศักยภาพให้สามารถก้าวไปสู่ความเปลี่ยนแปลงและความต้องการของผู้บริโภคที่มีการหมุนเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็ว นับได้ว่าไม่มีส่วนไหนปลอดภัยจากดิสรัปชันได้เลย

Super App ผลจากการปรับตัวของธุรกิจในยุคดิจิทัล

จากการใช้งานสมาร์ทโฟนมีจำนวนที่เพิ่มมากขึ้น ทำให้ภาคธุรกิจล้วนอยากมี Super App เป็นของตนเอง ซึ่งจะเห็นได้ว่าหลากหลายธุรกิจเริ่มมีการเร่งเครื่องปรับตัวและพยายามเร่งพัฒนาแอปพลิเคชันของตนเอง ให้สามารถเป็นมากกว่าแค่แอปที่ทำงานแค่วัตถุประสงค์เดียว แต่เป็นแอปอเนกประสงค์ ที่รวบรวมบริการหลายอย่างไว้ในแอปเดียวกัน เพื่อรับมือกับความเปลี่ยนแปลงและความต้องการของผู้บริโภคที่มีการหมุนเปลี่ยนผ่านอย่างรวดเร็วนี้

นายสมคิด จิรานันตรัตน์ อดีตประธานกรรมการ กสิกร บิซิเนส กรุ๊ป (KTBG)กล่าวว่า สิ่งที่ผมอยากให้เกิดขึ้นในประเทศไทย คือ อยากเห็นแพลตฟอร์มขนาดใหญ่ที่พัฒนาโดยคนไทย และสร้างชื่อให้เมืองไทย มีความสามารถในการแข่งขันกับต่างประเทศ โดยจะต้องเป็นแพลตฟอร์มแบบเปิดที่มีบริการหลากหลาย สามารถ Scale up เพื่อรองรับการขยายตัวของธุรกิจได้ในอนาคต

ดังนั้นดูเหมือนว่า Super App จะเป็นทางออกสำหรับหลายธุรกิจที่กำลังต้องการขยายตัว เพื่อเข้าถึงลูกค้าได้อย่างเป็นวงกว้าง รวมถึงช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงผลิตภัณฑ์และบริการต่าง ๆ ได้อย่างสะดวกสบายมากกว่าในอดีตอย่างมาก

อย่างไรก็ตาม การพัฒนา Super App นั้นไม่ใช่ใครก็สามารถสร้างได้ และไม่ใช่อะไรที่สามารถทำได้ในเพียงไม่กี่วัน เพราะการพัฒนา Super App ให้ประสบความสำเร็จนั้นมีหลายปัจจัยนอกเหนือจากองค์ความรู้ ความเชี่ยวชาญ และความรับผิดชอบ แต่หมายรวมไปถึงความรวดเร็วในการคิด พัฒนา ทดลอง และต่อยอดให้เกิดผลลัพธ์ตามคาดหวัง ซึ่งยังเป็นสิ่งที่หลายธุรกิจต้องการและขาดหายในยุคที่ทุกอย่างหมุนไปอย่างรวดเร็ว

การมาถึงของดิจิทัล ดิสรัปชัน นับเป็น วิกฤต ที่ต้องเปลี่ยนให้เป็น โอกาส ซึ่งการถูก ดิสรัปนี้เป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เราสามารถรับมือและพัฒนาธุรกิจให้เติบโตอย่างเต็มที่ได้ ด้วยการนำเอาเทคโนโลยีหรือเครื่องมือบางอย่างมาใช้ เพื่อยกระดับการทำงานให้มีประสิทธิภาพและเอื้อต่อการเปลี่ยนแปลงมากที่สุด

ถึงแม้ว่าการนำเอาเทคโนโลยีใหม่ ๆ มาปรับใช้ให้เหมาะสมกับตัวธุรกิจนั้น จะเป็นวิธีการแก้ไขปัญหาที่ตรงจุดและควรทำมากที่สุด แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าทุกธุรกิจจะสามารถทำได้เหมือนกันหมด

บางองค์กรอาจต้องเผชิญเข้ากับปัญหา หรือข้อจำกัดบางอย่างเช่นในเรื่อง ค่าใช้จ่าย ความรู้ความเข้าใจที่ทำให้ไม่สามารถใช้งานนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีได้อย่างที่ควรจะเป็น

ดังนั้นเพื่อให้การปรับตัวเกิดความลื่นไหล สามารถทำงานต่อได้ แม้จะเกิดความเปลี่ยนแปลง ตัวธุรกิจจึงต้องไม่ลืมวางรากฐานเพื่อเตรียมความพร้อมให้กับองค์กรก่อนเป็นอันดับแรก

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...