โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ดร.อนันต์’ ไขข้อข้องใจ ทำไมตรวจโควิด-19 ด้วย ATK มีความไวน้อยกว่า RT-PCR

The Bangkok Insight

อัพเดต 04 ธ.ค. 2565 เวลา 15.05 น. • เผยแพร่ 04 ธ.ค. 2565 เวลา 23.10 น. • The Bangkok Insight

"ดร.อนันต์" แจกแจงความแตกต่างระหว่างการตรวจโควิดด้วย ATK กับ RT-PCR สาเหตุที่ ATK มีความไวน้อยกว่า RT-PCR

ดร.อนันต์ จงแก้ววัฒนา ผู้อำนวยการกลุ่มวิจัยนวัตกรรมสุขภาพสัตว์และการจัดการ ศูนย์พันธุวิศวกรรมและเทคโนโลยีชีวภาพแห่งชาติ (ไบโอเทค) โพสต์เพจเฟซบุ๊ก Anan Jongkaewwattana เรื่อง การตรวจโควิดด้วย ATK และ RT-PCR ต่างกันอย่างไร โดยระบุว่า

ตรวจโควิด

ภาพนี้สวยและอธิบายได้ชัดเจนครับ มาจากบทความในวารสาร Nature reviews microbiology ฉบับล่าสุด

จากภาพจะเห็นว่าตัวอย่างที่เก็บมาการ swab จมูก คอ หรือ จากน้ำลาย จะประกอบด้วยไวรัสที่ยังมีคุณสมบัติสมบูรณ์พร้อมติดเชื้อต่อ หรือ จะเป็นไวรัสที่อนุภาคแตกเสียหายไปต่อไม่ได้ พร้อมเศษโปรตีนที่หลุดออกมาจากอนุภาคดังกล่าว หรือ จะเป็นเศษสารพันธุกรรม RNA ที่ติดมาพร้อมกับตัวอย่าง

การตรวจสารพันธุกรรมด้วยวิธี qRT-PCR หรือ RT-PCR คือ การทำไวรัสมาทำให้แตกออก เพื่อปลดปล่อยสารพันธุกรรมเพื่อออกมาตรวจวัด ซึ่งเป็นการใช้สัญญาณการตรวจพบ เป็นตัวแทนของไวรัสที่อยู่ในตัวอย่างส่งตรวจ

แต่เนื่องจากตัวอย่างที่เก็บมามีเศษ RNA ปนมาด้วยตั้งแต่แรก ดังนั้นการตรวจ RT-PCR สามารถตรวจ RNA ของไวรัสที่แยกออกมาจากไวรัสจริง ๆ หรือ จาก RNA ที่ปนมาตั้งแต่แรกที่ไม่ได้ออกมาจากอนุภาคไวรัสโดยตรง ซึ่งก็ตรงกับที่หลายๆคนเรียกว่า ซากเชื้อ นั่นเอง

ในกรณีของการตรวจด้วย ATK ซึ่งเป็นการตรวจหาโปรตีนนิวคลีโอแคปซิดของไวรัสซึ่งจะมาจาก 2 แหล่งด้วยกัน คือ อนุภาคไวรัสโดยตรง หรือ เศษโปรตีนที่ติดมาพร้อม ๆ กับอนุภาคที่แตกเสียหายไปแล้ว

แต่เนื่องจากโปรตีน ไม่สามารถเพิ่มปริมาณได้เหมือนการเพิ่มปริมาณ RNA ด้วย RT-PCR การตรวจวัดจึงจะมีความไวที่น้อยกว่า

สัญญาณ ATK ที่เป็นบวกชัด ๆ จึงต้องมีโปรตีนในปริมาณมากในระดับนึง ซึ่งลำพังโปรตีนจากไวรัสที่เสียสภาพอย่างเดียว คงไม่พอที่จะให้สัญญาณที่ชัดขนาดนั้น ทำให้การตรวจ ATK ที่ได้ขีดที่ชัดเจน จะหมายถึงอนุภาคไวรัสที่สมบูรณ์ยังมีอยู่ในตัวอย่างอยู่ พูดง่าย ๆ คือ ATK บวกชัด คือ ยังมีเชื้อที่แพร่ต่อได้อยู่

ในทางกลับกัน ATK ที่เป็นขีดจาง ๆ หลังป่วยมาสักพัก ก็อาจจะหมายถึงเศษโปรตีน ที่หลุดออกมาจากไวรัสได้เช่นเดียวกัน

การตรวจหาอนุภาคที่สมบูรณ์ที่ติดเชื้อได้ต่อ สามารถทำโดยการนำตัวอย่างมาบ่มกับเซลล์ในห้องปฏิบัติการ แล้วตรวจวัดการเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ในเซลล์เหล่านั้น เช่น การแแสดงออกของโปรตีนของไวรัส หรือ เซลล์ที่ตายลง หรือ ปริมาณไวรัสที่เพิ่มขึ้น เพื่อเป็นการยืนยันว่า ตัวอย่างมีไวรัสที่ติดเชื้อต่อได้จริง ๆ

นักวิจัยสามารถเปรียบเทียบปริมาณไวรัสในตัวอย่างดังกล่าว โดยการเจือจางตัวอย่างไปเรื่อย ๆ เพื่อหาจุดสุดท้ายที่เซลล์มีการเปลี่ยนแปลง

เช่น ถ้าเจือจางไป 1000 เท่า ยังสามารถพบเซลล์ที่แสดงออกโปรตีนของไวรัสได้ 5 จุด ก็บอกได้คร่าว ๆ ว่า ตัวอย่างนั้น มีอนุภาคไวรัสที่สมบูรณ์ที่ติดเชื้อต่อได้ที่ 5000 อนุภาคต่อปริมาตรของตัวอย่างที่นำมาทดสอบ

ปล: รูปที่แนบมาด้วยเป็นตัวอย่างเซลล์ที่ติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 แล้วย้อมด้วยแอนติบอดี 1 จุด คือ กลุ่มเซลล์ที่ติดไวรัสได้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...