โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

สามีครูพร โอดรัฐฯ ไม่ “เยียวยา” ลูกชาย เหตุสิ้นใจในท้องแม่

THE ROOM 44 CHANNEL

อัพเดต 14 พ.ย. 2565 เวลา 05.10 น. • เผยแพร่ 07 พ.ย. 2565 เวลา 05.00 น.

สามีครูพร เหยื่อโศกนาฏกรรมกราดยิงหนองบัวลำภู โพสต์โอด รัฐบาลไม่ “เยียวยา” ลูกชายในครรภ์ เพราะสิ้นใจในท้องไม่นับเป็นผู้เสียชีวิต

จากเหตุกการณ์ที่มีคนร้าย ซึ่งเป็นอดีตตำรวจ ก่อเหตุกราดยิงและไล่แทง ในศูนย์พัฒนาเด็กเด็กอุทัยสวรรค์ เป็นเหตุให้ เด็กเล็ก และ ครู รวมถึงชาวบ้านจากจุดอื่น ทำให้มีผู้เสียชีวิต 36 ราย ไม่รวมผู้ก่อเหตุ เมื่อวันที่ 6 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม เมื่อวานนี้ 6 พ.ย. 2565 สามีของ “ครูพร” หนึ่งในผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว ที่ต้องสูญเสียภรรยาและลูกน้อยในครรภ์ ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟสบุ๊ค ระบุว่า “ลูกผมนะถ้าพูดตามการกฏหมายลูกผมไม่ได้รับการ “เยียวยา”อยู่แล้ว เพราะลูกผมมาสิ้นใจตั้งแต่อยู่ในท้องแม่ ถ้ารัฐบาลมาถามหาเลขบัตรประชาชนใบเกิดลูกผมไม่มี เพราะลูกผมสิ้นใจก่อน จะให้เขาเอาเลขบัตรประชาชนกับใบเกิดมาแต่ไหน ขนาดผมพาภรรยาไปผ่าคลอดทั้งๆ ที่เขาเสียชีวิตไปแล้ว

นี่หรอคือสิ่งที่รัฐเอาแต่กฏหมายมาอ้างในการ “เยียวยา” ลูกชายเหตุผลเพียงเพราะลูกผมสิ้นใจในท้อง ผมเคารพกฏหมายบ้านเมืองเสมอแต่พวกคุณเข้าใจไหมว่ามนุษย์ธรรมมันควรมีทุกคนสิ่งที่ผมโพสต์วันนี้และในส่วนของราชการละครับคุณเอาแต่กฏหมายว่าลูกผมไม่มีนั้นนี่สิ้นใจก่อนไม่นับลูกผมในการเสียชีวิตครั้งนี้ ผู้ใหญ่ทุกภาคส่วนรู้ไหมว่าผมต้องเจ็บซ้ำแค่ไหน ผู้ใหญ่เอาแต่หลักเกณฑ์มาพูดอันนั้นอันนี้ไม่ได้ แต่ผู้ใหญ่เข้าใจไหมว่าผมสูญเสียทั้งเมียและลูก ผมรู้ว่าทุกคนก็สูญเสียไม่แพ้กัน ผมเป็นพ่อผมต้องทวงความยุติธรรมให้ลูกผม

แล้วเอามั่วแต่เอากฏหมายมาอ้าง สงสารลูกผมบ้างไหมมนุษย์ธรรมมีให้ลูกผมบ้างไหม

ผมว่าจะไม่โพสต์แล้ว ผมอดทนมานานแล้ว ถ้าคิดว่าผมอย่างผมเห็นแก่เงิน คุณก็เอาชีวิตลูกเมียผมคืนมา ต่อให้ผมมีหนี้มากแค่ไหนผมก็มีความสุข ผมได้อยู่พร้อมหน้าพร้อมตากัน นี่หรอคือสิ่งที่ผู้ใหญ่บ้านเมืองเห็นชีวิตเด็กน้อย 8 เดือนมีค่าแค่นี้ ทั้งๆที่เขาจะต้องลืมตามาดูโลกแล้ว ผมอยากถึงรัฐบาลพวกคุณก็มีลูกมีหลานพวกคุณก็น่าจะเข้าใจเรื่องนี้ดี”

ภายหลังข้อความดังกล่าวถูกเผยแพร่ออกไปก็มีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อว่า “ดำรง นาวิกไพบูลย์” ได้ออกมาโพสต์ข้อความอธิบายถึงกรณีดังกล่าวว่า ตามหลักการทางกฎหมาย ไม่นับว่าทารกในท้องเป็น 1 ชีวิต จนกว่าจะคลอดได้สำเร็จ แล้วจะให้รัฐ “เยียวยา” ให้ได้ยังไง เรื่องการนับชีวิตนี่ โดยหลักกฎหมายแล้วยังเถียงกันเลยว่าควรนับตั้งแต่ปฏิสนธิ หรือหลังคลอดออกมาได้ ขนาดโดยหลักศาสนาแต่ละศาสนายังนับไม่เหมือนกันเลย แต่ของไทย ถือว่านับว่ามีชีวิตหลังคลอด และได้รับการรับรองจากแพทย์ว่ารอด ยกเว้นกรณีสิทธิในการรับมรดกเท่านั้น ดังนั้นจะรัฐบาลไหนมาก็ให้ไม่ได้ทั้งนั้นแหละ ยกเว้นว่าจะมีการปรับแก้หลักการทางกฎหมายทั้งหมด แน่นอนว่า ถ้ายอมรับว่าทารกในครรภ์มารดามีชีวิตในทางกฎหมาย ความวุ่นวายก็จะไปตกที่กฎหมายการทำแท้ง เพราะการทำแท้งจะกลายเป็นการฆาตกรรมในทันที ความซวยก็จะไปตกที่แพทย์-พยาบาลห้องคลอด ที่จะเพิ่มความวุ่นวายทางกฎหมายและการตัดสินใจทำแท้งฉุกเฉินเพื่อรักษาชีวิตมารดาในทันที ทำให้กรณีนี้แทบจะเป็นไปไม่ได้ และปล่อยให้แม่ต้องตายไปพร้อมเด็ก คำถามคือ เราจะแก้กฎหมายเพื่อช่วยคน ๆ เดียว แต่ปล่อยให้คนอื่นอีกนับพันต้องเดือดร้อน ปล่อยให้แม่ผู้โชคร้ายต้องเสียชีวิต เพราะแพทย์ไม่สามารถทำแท้งเพื่อรักษาชีวิตแม่ได้กันรึเปล่า ?

เพิ่มเติม งานนี้ รัฐบาลกับนักการเมืองช่วยไม่ได้ครับ มันผิดกฎหมาย ที่ยื่นมือลงไปได้คือ มูลนิธิ และองค์กรต่าง ๆ รวมไปถึงการช่วยเหลือส่วนบุคคลของพี่น้องประชาชนทุกคนครับ

ล่าสุดวันนี้ 7 พ.ย. 2565 เฟสบุ๊กดังกล่าวได้มีการโพสต์ข้อความอีกครั้ง โดยยกหลักกฎหมายมาตรา 15 มาระบุว่า มาตรา 15 สภาพบุคคลย่อมเริ่มแต่เมื่อคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารกและสิ้นสุดลงเมื่อตาย ทารกในครรภ์มารดาก็สามารถมีสิทธิต่าง ๆ ได้ หากว่าภายหลังคลอดแล้วอยู่รอดเป็นทารก ผมทราบครับ กฏหมายข้อนี้ แต่จะให้เขาอยู่รอดจนทารกเป็นทารกได้อย่างไรครับ ในเมื่อแม่เขาสิ้นใจก่อน แม่สิ้นใจลูกก็ต้องสิ้นใจตาม แถมยังมาโดนอดีตเจ้าที่ทำร้ายทั้งแม่และลูก รู้ไหมขนาดภรรยาผมเสียชีวิตในขณะที่ปฏิบัติหน้าที่

คนร้ายยังฟันท้องภรรยาผมทะลุถึงลูกผม จะให้รอดเป็นทารกได้อย่างไร ทำไมไม่มองเรื่องมนุษยธรรมบ้างคุณธรรมบ้างพอเกิดเรื่องกฏหมายมาก่อนเลย ทีตอนคนร้ายเขาทำเป็นคนเขายิ่งเป็นคนรักษากฏหมาย ทำไมถึงปล่อยให้เขามีอาวุธมาทำร้ายทั้งคณะครูและเด็กๆที่เขาไม่รู้เรื่องด้วย
#ผมฝากไว้ให้คิดครับ
#ผมละท้อใจกับประเทศไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...